bg-single

27 กันยา เลือกตั้งประกันสังคมเปลี่ยนแปลงชีวิตสวัสดิการครั้งใหญ่

22.08.2026

คอลัมน์ ฝนไม่ถึงดิน
โดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

คนไทยจำนวนมากรู้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคือเรื่องใหญ่ของประเทศ มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งราว 53 ล้านคน ผลของการเลือกตั้งครั้งนั้นกำหนดทิศทางงบประมาณแผ่นดินปีละ 3.7 ล้านล้านบาท

คนไทยจำนวนหนึ่งรู้ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็สำคัญ มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 4 ล้านกว่าคน กำหนดทิศทางงบประมาณกรุงเทพมหานครปีละ 9,390 ล้านบาท

และคนไทยอีกจำนวนหนึ่งรู้ว่าการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็สำคัญไม่แพ้กัน จังหวัดใหญ่อย่างนครราชสีมามีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 2 ล้านคน อุบลราชธานีกว่า 1.4 ล้านคน ขอนแก่นกว่า 1.4 ล้านคน เชียงใหม่กว่า 1.3 ล้านคน บุรีรัมย์กว่า 1.2 ล้านคน นนทบุรีกว่า 1 ล้านคน งบประมาณสูงสุดของ อบจ.ขนาดใหญ่อยู่ที่ราว 2,800 ล้านบาท
แต่มีการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง ทั้งที่ขนาดของสิ่งที่กำลังถูกตัดสินใจนั้นใหญ่กว่าทุกการเลือกตั้งที่กล่าวมาข้างต้นรวมกันเสียด้วยซ้ำ

นั่นคือ การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายนนี้

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมมีประมาณ 10 ล้านคน น้อยกว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.หลายเท่า แต่สิ่งที่คณะกรรมการชุดนี้ดูแลอยู่ คือกองทุนที่มีเงินลงทุนสะสมสูงถึง 3 ล้านล้านบาท

ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับงบประมาณแผ่นดินทั้งปีของประเทศไทยที่ ส.ส. 53 ล้านคนมีสิทธิ์เลือกคนไปตัดสินใจ

นอกจากเงินลงทุนก้อนมหาศาลนี้แล้ว คณะกรรมการชุดเดียวกันยังดูแลงบสวัสดิการที่จ่ายให้ผู้ประกันตนปีละ 200,000 ล้านบาท และงบบริหารจัดการองค์กรอีกปีละ 5,200 ล้านบาท

ตัวเลขงบบริหารเพียงอย่างเดียวก็ยังใกล้เคียงกับงบประมาณทั้งปีของ อบจ.ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าตัวเลขงบประมาณคือขอบเขตของผลกระทบ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ล้านคนเป็นรองเพียงเลือกตั้งใหญ่

แต่สวัสดิการที่ถูกกำหนดโดยคณะกรรมการชุดนี้ส่งผลต่อคนมากกว่า 20 ล้านคน เพราะรวมถึงผู้ประกันตนที่ยังไม่ครบเงื่อนไขมีสิทธิ์เลือกตั้ง ผู้รับบำนาญที่ออกจากระบบแรงงานไปแล้ว และครอบครัวของผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ต่อเนื่องจากบุคคลในครอบครัว

พูดอีกแบบหนึ่งคือ คนหนึ่งคนที่ไปกาบัตรเลือกตั้งประกันสังคม กำลังตัดสินใจแทนคนอีกสองคนที่ไม่มีสิทธิ์กาบัตรแต่ต้องอยู่ภายใต้ผลของการตัดสินใจนั้น

ผมอยากชวนให้ทุกคนคิดเทียบตัวเลขเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม

การเลือกตั้ง ส.ส.หนึ่งครั้งกำหนดทิศทางงบประมาณแผ่นดิน 3.7 ล้านล้านบาท โดยมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 53 ล้านคน เฉลี่ยแล้วเงินงบประมาณต่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหนึ่งคนอยู่ที่ประมาณ 70,000 บาท

ส่วนการเลือกตั้งประกันสังคมกำหนดทิศทางเงินลงทุนสะสม 3 ล้านล้านบาท บวกกับงบสวัสดิการรายปีอีก 200,000 ล้านบาท โดยมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพียง 10 ล้านคน เฉลี่ยแล้วเงินที่อยู่ในความรับผิดชอบต่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหนึ่งคนสูงกว่าการเลือกตั้ง ส.ส.หลายเท่าตัว

นี่ยังไม่นับว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินสะสมของแรงงานเองที่หักสมทบมาตลอดชีวิตการทำงาน ไม่ใช่เงินภาษีที่รัฐเก็บมาจากทุกคน

สิ่งที่น่ายินดีคือ ช่วงหลังนี้ความสนใจของสังคมต่อการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

คนจำนวนมากขึ้นเริ่มตั้งคำถามว่าเงินสมทบที่หักจากค่าจ้างทุกเดือนถูกบริหารอย่างไร

ผู้ประกันตนรุ่นใหม่เริ่มติดตามผลการประชุมบอร์ด ติดตามมติเรื่องสูตรบำนาญ ติดตามความคืบหน้าของคดีที่ท้าทายความชอบด้วยกฎหมายของการเลื่อนเลือกตั้ง
สื่อบางสำนักเริ่มให้พื้นที่กับประเด็นนี้มากขึ้นกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน

แนวโน้มนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ควรจะเป็นตั้งแต่ต้น เพราะคณะกรรมการประกันสังคมตัดสินใจเรื่องนโยบายการลงทุน อัตราดอกเบี้ย เพดานสิทธิประโยชน์

ซึ่งกำหนดว่าเงินบำนาญของแรงงานคนหนึ่งจะพอกินพอใช้หรือไม่ในวัยชรา

กำหนดว่าเงินสงเคราะห์บุตรจะเพียงพอต่อการเลี้ยงดูเด็กหนึ่งคนหรือไม่

กำหนดว่าสิทธิรักษาพยาบาลของแรงงานหนึ่งคนจะครอบคลุมโรคร้ายแรงหรือไม่

ยิ่งความสนใจของสาธารณะมากขึ้นเท่าไร แรงกดดันให้บอร์ดชุดต่อไปทำงานอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบต่อผู้ประกันตนก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ผมทำงานอยู่ในคณะกรรมการประกันสังคมชุดปัจจุบันมาสองปีกว่า

สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือ สามเสาหลักของระบบนี้สัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก

สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนได้รับ การบริหารจัดการองค์กรมีประสิทธิภาพหรือไม่ และผลตอบแทนจากการลงทุนกองทุน ทั้งสามเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่แยกกันพิจารณาได้
เงินที่ประหยัดได้จากการบริหารที่โปร่งใสสามารถกลับไปเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้ผู้ประกันตน ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีขึ้นก็เช่นกัน

ในทางกลับกัน การบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพหรือการลงทุนที่ขาดความโปร่งใสก็กัดกร่อนสิทธิประโยชน์ของแรงงานทุกคนโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว

ในปีที่ผ่านมา ระบบประกันสังคมจ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทนรวม 135,586.68 ล้านบาท ให้ผู้ประกันตนกว่า 46.9 ล้านครั้ง การใช้สิทธิครอบคลุมทั้งกรณีเจ็บป่วย ชราภาพ สงเคราะห์บุตร ว่างงาน คลอดบุตร เสียชีวิต และทุพพลภาพ

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่นามธรรม แต่คือเงินที่ไปถึงมือแรงงานจริงในวันที่พวกเขาเจ็บป่วย เงินบำนาญที่ไปถึงมือคนวัยเกษียณจริงทุกเดือน เงินสงเคราะห์บุตรที่ช่วยพ่อแม่วัยทำงานผ่อนภาระค่าเลี้ยงดูลูก

คนที่จะเข้ามานั่งเป็นกรรมการกำหนดทิศทางของเงินก้อนนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว

แต่คือเรื่องของกระเป๋าเงินและอนาคตของแรงงานทุกคนโดยตรง

การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมวันที่ 27 กันยายนนี้จึงควรถูกมองด้วยสายตาที่จริงจังเท่ากับหรือมากกว่าการเลือกตั้งระดับชาติ
เพราะสิ่งที่ถูกตัดสินใจไม่ใช่เรื่องอำนาจทางการเมือง

แต่คือเรื่องปากท้องและความมั่นคงในชีวิตของแรงงานไทยหลายสิบล้านคน

แรงงานที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิต หักเงินสมทบทุกเดือนโดยไม่เคยตั้งคำถามว่าเงินก้อนนั้นถูกบริหารอย่างไร

ถึงเวลาแล้วที่คำถามนี้ควรถูกตั้งขึ้นอย่างจริงจัง

และคำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในมือของผู้ประกันตนทุกคนที่มีสิทธิ์ในวันที่ 27 กันยายน

การไม่ไปใช้สิทธิ์ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลกระทบต่อชีวิตตัวเอง มันแปลว่าปล่อยให้คนอื่นตัดสินใจแทนในเรื่องที่ใหญ่กว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

เงิน 3 ล้านล้านบาทไม่ใช่ตัวเลขที่ควรถูกตัดสินใจอย่างเงียบเชียบโดยไม่มีใครสนใจ

และสวัสดิการของคน 20 ล้านคนก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรถูกทิ้งไว้ให้เป็นเรื่องเทคนิคที่คนทั่วไปไม่ต้องรับรู้

27 กันยายนนี้เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตสวัสดิการแรงงานไทยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี

ความสำคัญของมันเกินกว่าคำว่าการเลือกตั้งกรรมการองค์กรหนึ่งไปมาก

และท้ายที่สุดมันขึ้นอยู่กับว่าผู้มีสิทธิ์สิบล้านคนจะเลือกใช้สิทธิ์นั้นอย่างจริงจังแค่ไหนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

Ford Ranger Wolftrak เอาใจสายลุย-ชอบรถแต่งสวย
เลกเชอร์บาร์ : ความรู้ที่ปรุงให้เข้ากับวัฒนธรรมป๊อป
โปรดปราน สมานมิตร ผงาดนั่งผู้ว่าการ กกท. หญิงแกร่งค่ายหัวหมาก
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 21 – 27 สิงหาคม 2569
ข้าวเย็นใต้ (2)
อสังหาฯ เริ่มมีเชิงรุก
‘จีโน ฐิติกุล’ กับหมุดหมายแชมป์ที่ 10 ในแอลพีจีเอ
27 กันยา เลือกตั้งประกันสังคมเปลี่ยนแปลงชีวิตสวัสดิการครั้งใหญ่
บิ๊กธุรกิจ-นักวิชาการ เปรียบชั้นเชิง ‘ความสามารถแข่งขัน’ ไทย-อาเซียน
ทำใหม่ต้องคิดใหม่
ทรัมป์กับเกาหลีเหนือ กังขาของมิตรประเทศในเอเชีย
บิ๊กค่ายรถญี่ปุ่นขอไม่ทน เปิดหน้าชนรัฐจี้รื้อโครงสร้างภาษี สร้างความเท่าเทียมแข่งขัน ‘อีวีจีน’