E-DUANG : สายตา ปรีดิยาธร เทวกุล มอง ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หากถือว่าปฏิกิริยาอันออกมาจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย และโดยเฉพาะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นปฏิกิริยาจาก “คนใน”
ของ “คสช.”
เพราะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีส่วนอย่างสำคัญในการปูทางและสร้างเงื่อนไขให้กับ “รัฐประหาร”
ถามว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็น “คนใน”หรือไม่
หากไปถาม พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หรือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็ได้รับคำตอบว่า “คนใน” มิเช่นนั้นคงไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หากไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ได้รับคำตอบว่า “คนใน”
มิเช่นนั้นคงไม่ได้เป็น “รองนายกรัฐมนตรี”
แม้ ณ วันนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล จะมิได้ดำรงตำแหน่งเป็นรอง นายกรัฐมนตรีอีกแล้ว เพราะถูกแทนที่โดยทีมของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์
แต่จะถือว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็น “คนนอก”ได้ละหรือ
เพราะการดำรงอยู่ของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มิได้มีอะไรไปอยู่ในแถวเดียวกันกับพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ หรือแม้กระทั่งพรรคอนาคตใหม่
แม้จะเคยมักคุ้นกับ นายวีรพงษ์ รามางกูร ตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่สหรัฐ แต่ก็มิได้ร่วม”ก๊วน”เดียวกันเหมือนก่อน
ที่ยังพันพัวกันอยู่ก็มีแต่ นายสมหมาย ภาษี
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายสมหมาย ภาษี เป็นรัฐมนตรีว่า
การกระทรวงการคลังในห้วงที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี
ไม่ว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ไม่ว่า นายสมหมาย ภาษี จึงดำรงอยู่ในสถานภาพแห่ง”คนใน”
แม้จะถูก “กีดกัน”ให้ห่างออกมา”บ้าง”ก็ตาม
การที่บุคคลระดับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล สรุปเป็นเหตุผลออกมาถึง 8 ข้อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ควรเป็นนายกรัฐมน ตรีต่อไป
จึงสมควรล้างหูน้อมรับฟังหรืออ่าน
เหตุผลก็คือ ไม่มีใครที่จะรู้จักพวกเดียวกันได้ลึกซึ้งเป็นจริงได้เท่ากับ “คนใน”
คนที่เคยเป็น”รองนายกรัฐมนตรี”ร่วมครม.มาก่อน
