E-DUANG : บทเรียน ข่าวเท็จ ข่าวปลอม บทเรียน ของสื่อเก่า สื่อใหม่

การปลอมคำสั่งหัวหน้าคสช.เป็นเรื่องใหญ่ การแอบอ้างอำนาจของมาตรา 44 ก็เป็นเรื่องใหญ่
ยิ่งเป็นคำสั่งปลด ผบ.เหล่าทัพ ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่
อย่าได้แปลกใจหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าในฐานะหัวหน้าคสช. ไม่ว่าในฐานะหัวหน้ารัฐบาลซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรีจึงให้ความสนใจอย่างเป็นพิเศษ
อย่าได้แปลกใจหากจะมีการระดมทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ทั้งกระทรวงกลาโหม ทั้งกระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดการกับเรื่องนี้
คำถามก็คือ ข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนนี้ปรากฏผ่านช่องทางใด
คำตอบก็คือ โซเชียล มีเดีย
เหตุที่ข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนนี้ถูก “ปล่อย” ผ่านโซเชียล มีเดีย และมีการเผยแพร่อย่างกว้างขวางด้วยเวลาอันรวดเร็ว
ความรวดเร็วนั่นแหละคือ จุดอ่อนอย่างสำคัญ
เมื่อข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนนี้เข้าสู่วงจรของสื่อหนัง สือพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ อันถือว่าเป็น”สื่อเก่า”จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน เวลาในการนำเสนอก็มี “วงรอบ” ที่แน่นอนไม่สา มารถปรากฏขึ้นโดยพลัน
เวลานี้เองที่ทำให้สื่อ”เก่า”รอบคอบและรัดกุม
ตรงกันข้าม สื่อใหม่อย่างโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องของใครของมัน เมื่อได้มาก็ไม่มีการตรวจสอบตามระบบ โอกาสผิดพลาดและบกพร่องจึงเกิดขึ้นได้
จึงเห็นได้ว่า ข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนอย่างที่คสช.และรัฐบาลสรุปจำกัดอยู่เพียงช่องทางโซเชียลมีเดีย
โดยที่สื่อเก่าอย่างหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ไม่มี
จากนี้จึงสะท้อนลักษณะ 2 ด้านของสื่อได้เป็นอย่างดี ความรวด เร็วฉับไวที่สื่อใหม่ โซเชียล มีเดีย เหนือกว่าสื่อเก่าอย่างหนังสือ พิมพ์และโทรทัศน์
แต่ภายในความล่าช้าและงุ่มง่ามของสื่อเก่าก็ทำให้มีความ รอบคอบและรัดกุมมากกว่า
การประสานระหว่างความเร็วกับความรอบคอบจึงสำคัญ
สร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้งสื่อเก่าและสื่อใหม่ สามารถเดินหน้าไปได้อย่างพร้อมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
