
เพียงไม่กี่วันในการออก “เฟซบุ๊ก ไลฟ์” ของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ต่อเนื่องเรื่อง”อุทกภัย”
ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงของ”เรตติ้ง”
จากจุดเริ่มต้น หลักพัน ทะยานไปยัง หลักหมื่น ทะยานไปยังหลักแสน
แล้วก็ทะลุเข้าสู่ “หลักล้าน”
นี่เป็นเรื่องอันเกี่ยวสภาพที่คนภาคใต้ประสบภัยพิบัติจากมวลน้ำไหลบ่าล้วนๆ
เรียงจากบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ ถึง นครศรีธรรมราช
สีสันในการนำเสนอมากด้วยความหลากหลาย มีน้ำและชีวิตของผู้คนเป็นองค์ประกอบ
เป็นชิวิตของผู้คนที่ต้องพบกับ “มวลน้ำ”
ขณะเดียวกัน ก็เป็นลีลาและสีสันของแต่ละคนตลอด 2 รายทางที่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา เดินทางไป
เป็นเรื่องของ “การน้ำ” ไม่เกี่ยวกับ “การเมือง”
ความสำเร็จจากการที่มี “ผู้ติดตาม” การถ่ายทอดสดของ สรยุทธ สุทัศนจินดา มาจากไหน
1 มาจาก “สถานการณ์”
ความรุนแรง เชี่ยวกราก ของน้ำที่ทะลุทะลวงไปอย่างดุดัน รวดเร็ว เกรี้ยวกราด
ล้วนเร้าเร่ง ความกระหาย อยากรู้
1 มาจาก “จังหวะ” ของเวลา และกระบวนการนำเสนอที่กระชับ ฉับไว
“น้ำ” ไหลหลั่งเป็นกระแสอย่างที่เรียกว่า”สายธารา”
ประสบการณ์จากที่เคยประสบพบมาในเหตุการณ์ห้วงปลายปี 2554 ยังตรึงตราอยู่ในความทรงจำ
จึงมีอารมณ์”ร่วม”กับชะตากรรมของ “คนใต้”
1 จุดดูดดึงอย่างทรงพลานุภาพสำคัญยังมาจากเสน่ห์ในตัวของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา
“เสน่ห์” นี้เองที่เป็น “จุดขาย”
ชะตากรรมที่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ประสบเป็นชะตากรรมที่เข้าใจได้
ด้วยเหตุผลทาง”ธุรกิจ” ด้วยเหตุผลทาง”คดีความ”
แต่ความหนักหนาสาหัสยังเนื่องจากกระแสในทาง”สังคม”ที่ส่วนหนึ่งกระบอกตาร้อนผ่าว
ความต้องการดับ”ดาวรุ่ง”เพื่อสร้าง”โอกาส”จึงปะทุ
การโหมประโคมและขยาย”ประเด็น”ให้ใหญ่กว้าง จึงดำเนินไปอย่างอึกทึกครึกโครม
เหมือนกรณีที่ พระเทพญาณมหามุนี ประสบ
เพียงแต่เมื่อผ่านการเคี่ยวกรำด้วยเวลาพอสมควร สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ก็สามารถหวนกลับ
มากับ”สายน้ำ” มากับ “เทคโนโลยี”
ไม่จำเป็นต้องอาศัยช่องทางทาง”โทรทัศน์” หากอาศัยช่องทางของ “เฟซบุ๊ก ไลฟ์”
