E-DUANG : กระบวนการ รุกในทาง ความคิด เพื่อสถาปนา ขึ้นเป็น อำนาจนำ

จุดต่างเป็นอย่างมากในการเคลื่อนไหวของ”เยาวชนปลดแอก”ในยุคนับตั้งแต่ปรากฏตัว ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเดือนกรกฎาคม เป็นต้นมากับการเคลื่อนไหวในอดีต
ไม่ว่าจะเป็นอดีตเมื่อเดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่าจะเป็นอดีตเมื่อ เดือนพฤษภาคม 2535 คือผลของการต่อสู้
การต่อสู้เมื่อเดือนตุลาคม 2516 คือสามารถกดดันและบีบบังคับให้ จอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร พ.อ. ณรงค์ กิตติขจร พ้นจากตำแหน่งและเดินทางออกนอกประเทศ
การต่อสุ้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 คือ สามารถกดดันและบีบบังคับให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ต้องลาออกจากตำแหน่ง
จึงเรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้ที่ประสบชัยชนะในทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่การต่อสู้ในเดือนกรกฎาคม 2563 มิได้เป็นเช่นนั้น
ตรงกันข้าม หากนับจากเดือนกรกฎาคมมายังเดือนตุลาคม การต่อสู้ก็ยังดำรงคงอยู่ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นชัยชนะ
กระนั้น หากมองกระบวนการเคลื่อนไหวและต่อสู้จากเดือนกรกฎาคมเรื่อยมาจนถึงเดือนตุลาคม ก็ต้องยอมรับว่ามีพัฒนาการ ทั้งในทางปริมาณและในทางคุณภาพ
ในทางปริมาณมีผู้เข้าร่วมในการต่อสู้ขยายตัวเติบใหญ่มากขึ้นจากเรือนพันเป็นเรือนหมื่นและกระทั่งทะลุเรือน
ความน่าสนใจไม่เพียงแต่สามารถเรียกความสนใจจากเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา อันเป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาหนุนเสริมอย่างคึกคักเท่านั้น
หากแม้กระทั่งประชาชนหลายกลุ่มทั้งที่เป็นกลุ่มใหม่และกลุ่มซึ่งเคยมีบทเรียนในการต่อสู้ก็หนุนเนื่องเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย โดย เฉพาะอย่างยิ่งการเข้าร่วมของ”คนเสื้อแดง”
ยิ่งหากมองผ่านในทางคุณภาพยิ่งเป็นการก้าวกระโดด
เพราะว่าเป็นการเคลื่อนไหวในทางความคิดที่แทงทะลุจากส่วนย่อยเข้าไปสู่โครงสร้างในทางสังคม
แท้จริงแล้ว ทิศทางการต่อสู้ในปัจจุบันเป็นการต่อสู้ในทางความคิด ที่ทะลวงเข้าไปในความเชื่อแบบเก่า และต้องการสถาปนาความคิดใหม่ให้ดำรงอยู่อย่างมั่นคงแน่นหนา
หากสามารถสถาปนาความคิดใหม่ให้อยู่ในฐานะ”นำ”
นั่นหมายถึงการรุกคืบเข้าไปและจะส่งผลให้เกิดผลสะเทือนเข้าไปเป็นปฏิบัติการอันทรงพลานุภาพในทางการเมืองได้ในที่สุด
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
