E-DUANG : ท่วงท่า จาก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อ 14 ตุลาคม คลี่คลาย ผ่อนเบา

แม้จะมีการแถลงออกมาเป็นระยะในเรื่องอันเกี่ยวกับการชุมนุมอย่างมีการนัดหมายของ”คณะราษฎร 2563” ในวันพุธที่ 14 ตุลาคม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
กระนั้น ก็มีคำถามตามมามากมาย โดยเป็นคำถามที่ว่าจะชุมนุมในลักษณะใดและมีเป้าหมายใดกันแน่ในทางการเมือง
ปรากฏว่าความแจ่มชัดในคราวนี้ก็คือ การชุมนุมเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเครือข่ายอันมาพร้อมกับรัฐประหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
จากนั้นก็นำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อการปฏิรูปในทุกด้านของสังคมประเทศไทยอย่างแท้จริง
มิได้เป็นอย่างสโลแกน”ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”ของบางกลุ่ม
คำถามที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะมาจากกลไกแห่งอำนาจรัฐ ไม่ว่าจะมาจากกระบวนการทางด้านการข่าวโดยตรงคือความสนใจในเรื่อง”ปริมาณ”
ปรากฏว่ามีคำตอบในเชิงคาดหมายไปใน 2 แนวทางที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
หากสดับตรับฟังจากฝ่ายอันเป็น”กองเชียร์”และแวดล้อมอยู่โดยรอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แวดล้อมอยู่โดยรอบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ความเชื่อก็คือเส้นทางของการชุมนุมจะฝ่อลง
ฝ่อลงด้วย 2 ปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นมาโดยตลอด
1 เพราะว่าข้อเรียกร้องของม็อบล่อแหลมมากเกินไป
ล่อแหลมจนแม้กระทั่งคนที่เคยเห็นด้วยก็เริ่มถอยเพราะเกรงว่าจะนำไปสู่ความรุนแรง
ขณะเดียวกัน 1 เพราะสถานการณ์และการตัดสินใจของผู้ทรงอำนาจภายในพรรคการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทย ทำให้เกิดปัญหาในด้าน”ท่อน้ำเลี้ยง”
มีการตัดพลัง”คนเสื้อแดง”ออกไปจากการชุมนุม
เมื่อปริมาณการเข้าร่วมของ”คนเสื้อแดง”น้อยลงนั่นหมายถึงโอกาสที่วันที่ 14 ตุลาคมจะเติบโตเลือนลางอย่างยิ่ง
จากพื้นฐานความเชื่อเช่นนี้เองท่าทีของรัฐบาล ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงดำเนินไปในท่วงทำ นองที่ผ่อนปรนลง
ผ่อนปรนลงเพราะเห็นว่าจำนวนไม่น่าจะมากไปกว่านี้แล้ว
นั่นหมายถึงการเล่นเกมเตะถ่วงในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็จะยิ่งแจ่มชัดมากกว่าที่เคยเป็นมา
ปริมาณการเข้าร่วมในวันที่ 14 ตุลาคมจึงทรงความหมาย
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
