E-DUANG : ชัยชนะ ที่ยัง ไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ความสำเร็จ ที่ต้องผ่าน การพิสูจน์

ทั้งๆที่ต้องคดีจำนวนมากมายเหตุใด กวิ้น พริษฐ์ จึงแถลงด้วยความมั่นใจเป็นอย่างสูงว่า การเคลื่อนไหวนับแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมาประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมาย
เป็นความสำเร็จจากได้ “หมายเรียก” เป็นความสำเร็จจากได้ “หมายจับ” เป็นความสำเร็จจากการถูกคุมขัง ณ คุกอย่างนั้นหรือ
บางคนอาจไม่เห็นด้วย บางคนอาจมองเห็นว่าเป็นความพ่าย แพ้ เป็นการถูกรุกจากรัฐบาล เป็นการจำกัดกรอบและขอบเขตของการเคลื่อนไหวต่อสู้
กระนั้น ก็เหมือนกับที่เมื่อ กวิ้น เพนกวิน หันไปมองอาการพยัก หน้าจาก รุ้ง ปภัสยา และสรุปออกมาอย่างรวบรัด นั่นก็คือ เป็นชัยชนะเป็นความสำเร็จจากการ”ปักธง”
ความหมายจึงหมายความว่าเป็นชัยชนะเป็นความสำเร็จจากการปักธงใน”ความคิด” และสามารถต่อยอดไปสู่การเคลื่อนไหวทาง “การเมือง”อย่างเป็นรูปธรรมในก้าวต่อไป
หากมองจาก”รูปธรรม”ที่ปรากฏผ่านสังคมในวงกว้างก็อาจจะต้องคล้อยไปตามบทสรุปอันมาจากเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา
รูปธรรมที่ว่านั้นก็คือ การสามารถถกเถียงในหลายประเด็นอันเคยถือ ว่าเป็นเรื่อง”ต้องห้าม”ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการแตะไปยัง”สถาบัน”ไม่ว่าจะเป็นการเอ่ยอ้างไปยังคำว่า”สังคมนิยม”
ณ วันนี้ ประเด็นอันเกี่ยวกับ”สถาบัน”ปรากฏบนพาดหัวของสื่อหนังสือพิมพ์หรือแม้กระทั่งมีการถามตรงผ่านโทรทัศน์
ยิ่งปมเงื่อนอันเกี่ยวกับ”สังคมนิยม”ยิ่งคึกคัก
อาจเป็นเพราะพรบ.ป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็น คอมมิวนิสต์ พ.ศ.2495 ได้ถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่สมัยของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
อาจเป็นเพราะการเปิดประเด็น”สถาบัน”ผ่านเวทีแฮร์รี่ พอตเตอร์ของ นายอานนท์ นำภา และการขยายความบนเวที ณ ลาน พญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ของ รุ้ง ปภัสยา
จึงทำให้การเอ่ยถึง”สถาบัน” การเอ่ยถึง”สังคมนิยม”กำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างปรกติในสังคม
แม้ว่า กวิ้น เพนกวิน และ รุ้ง ปภัสยา จะยืนยันว่าเป็นความสำเร็จเป็นชัยชนะ กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่าความสำเร็จและชัยชนะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนแห่งการทดสอบอย่างแหลมคมและร้อนแรงยิ่ง
ไม่มีใครตอบได้ว่า บรรดาเยาวชนทั้งหลายจะได้มาอีกกี่คดี ต้องขึ้นศาลอีกกี่ปี และคำพิพากษาจะเป็นไปในทิศใด
ทุกอย่างล้วนเป็นบทที่ 1 เสมอเป็นเพียงบาทก้าวแรก
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
