E-DUANG : มาตรการ ตีกรอบ คณะก้าวหน้า จะบังเกิด หลังจาก”20 ธันวาคม”

แนวโน้มหนึ่งซึ่งจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนภายหลังการเลือกตั้งนา ยกและสมาชิกสภาอบจ.ในวันที่ 20 ธันวาคม คือแนวโน้มที่จะเพิ่มการสกัดขัดขวางบทบาทของ”คณะก้าวหน้า”
ความหมายก็คือ ขวาง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช
บทสรุปเช่นนี้มิได้เท่ากับ”ชี้โพรงให้กระรอก”
เพราะในความเป็นจริงก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 20 ธันวาคม ก็มีความพยายามในการสกัดขัดขวางการเคลื่อนไหวของคณะก้าวหน้าดำรงอยู่แล้วอย่างเต็มที่
เห็นได้จากการส่งคนทั้งกลุ่มย่อย 3-5 คนไปยกป้ายและเปิดเพลงหนักแผ่นดิน รวมทั้งหากมีเงื่อนไขก็ระดมคนข้ามจังหวัดดำเนิน การปิดล้อมอย่างเปิดเผย
น่าสังเกตว่า การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเป็นการประสานระหว่าง ส่วนกลางกับแต่ละพื้นที่อย่างเต็มที่
ยิ่งกว่านั้น ยังได้วางทุ่นระเบิดผ่านกระบวนการ”นิติสงคราม”
ต้องยอมรับว่าบทบาทของคณะก้าวหน้าโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรือง กิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช นั้น ดำเนินไปอย่างไม่มีการลดราวาศอก
ทั้งๆที่พรรคอนาคตใหม่ก็ถูกยุบไปตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ก็ยังการเคลื่อนไหวผ่าน”คณะก้าวหน้า”
และเมื่อเข้าสู่เทศกาลแห่งการเลือกตั้งนายกและสภาอบจ.ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ คณะก้าวหน้าก็คัดสรรคนลงสมัครรับเลือกตั้งรวมแล้วถึง 42 จังหวัดและยังมีอีก 11 จังหวัดที่เป็นสมาชิกสภา
นั่นหมายความว่าเครือข่ายของคณะก้าวหน้าได้แพร่กระจายออกไปรวมถึง 52 จังหวัด นั่นหมายความว่าการปักธงในทางความคิดเหมือนที่พรรคอนาคตใหม่เคยทำมิได้หายไปไหน
พร้อมๆกับคำประกาศ”ทางคืนอำนาจทางการเมือง”ให้กับจังหวัดก็มีการนำเสนอวาทกรรม”รัฐราชการรวมศูนย์”เข้าไป
ตรงนี้ต่างหากคือการติด”อาวุธ”ในทาง”ปัญญา”อันแหลมคม
ความน่ากลัวของพรรคอนาคตใหม่ ความน่ากลัวของคณะก้าวหน้า อยู่ตรงที่การปักธงในทาง”ความคิด” และการติดอาวุธในทาง”ปัญญา”อย่างต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
เมื่อกลัวพรรคอนาคตใหม่ก็ขยายความกลัวไปยังคณะก้าวหน้า
แนวโน้มและความเป็นไปได้ที่จะอาศัย”นิติสงคราม”มาเป็นเครื่องมือในการสกัดขัดขวางจึงน่าจะต้องเกิดขึ้นตามมา
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
