E-DUANG : วิถีพิสูจน์ม้า เวลาพิสูจน์คน ทาน หรือทน ต่อหน้า ฉายา

ปฏิกิริยาไม่ว่าจาก นายชวน หลีกภัย ต่อ นักข่าวประจำรัฐสภา ไม่ว่า จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อ นักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลคือภาพสะท้อนแห่งการปะทะและขัดแย้งในทางวัฒนธรรมความคิด
ไม่เพียงเพราะ นายชวน หลีกภัย อยู่ในฐานะประธานรัฐสภา ไม่เพียงเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในฐานะผู้นำรัฐบาล
หากที่สำคัญยังเป็นรากฐานทางวัยอันแตกต่างกัน
บางคนอาจมองและประเมินว่าความแตกต่างในเรื่องวัยอาจมิได้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะมีผู้อาวุโสจำนวนไม่น้อยที่สามารถเข้าใจผู้เยาว์ได้เหมือนกับเป็นคนรุ่นเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ก็มีผู้เยาว์จำนวนไม่น้อยที่สามารถเข้าใจผู้อาวุโสได้และยอมรับในความคิดต่างเหมือนกับเป็นเรื่องปกติ
กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่าการที่ นายชวน หลีกภัย ล่วงเข้าสู่หลัก 80 แล้ว การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล่วงเข้าสู่หลัก 60 ตอน ปลายได้กลายเป็นความจำกัดอย่างหนึ่ง
เป็นความจำกัดที่บางครั้ง นายชวน หลีกภัย หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจไม่รู้สึกตัว
ใครที่ติดตามรายการเสวนา รายการอภิปรายซึ่งจัดคนรุ่นอาวุโสมาร่วมเวทีเดียวกันกับคนรุ่นเยาว์ ไม่ว่าตามสถาบันวิชาการ ไม่ว่าตามสถานีโทรทัศน์ย่อมสัมผัสได้
เมื่อเริ่มต้นการเสวนาก็จะประสบเข้ากับการแสดงออกในเชิงใจ กว้างราวแม่น้ำจากผู้อาวุโส
ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการผู้ใหญ่ นักวิชาการหรือนักหนังสือพิมพ์
แต่เมื่อการอภิปรายเข้าสู่ระดับที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นตัวตนของผู้อาวุโสก็จะค่อยเผยแสดงออกมา เห็นได้จากการใช้ถ้อยคำบางถ้อยคำที่บ่งบอกเป็นคนเกิดก่อน อาบน้ำร้อนมาก่อน
ตามมาด้วยการสวนคำพูดของผู้เยาว์เมื่อเห็นว่าเป็นการแสดงออกที่ไม่ต้องกับอารมณ์และความคิดของตน เป็นการสวนในเชิงตัดบทและให้เวลาพวกเขาน้อยลงเป็นลำดับ
ไม่ว่า”นักเรียนเลว” ไม่ว่า”นักเรียนเปรต”ย่อมมีประสบการณ์ร่วมในลักษณะนี้ทั้งสิ้น
ต้องยอมรับว่า อัตลักษณ์อันเป็นแก่นแท้ของใครคนใดคนหนึ่งมักจะ ปรากฏขึ้นในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน นั่นคือหนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน จะทานหรือจะทน พิสูจน์ได้เมื่อภัยมา
หากไม่จวนตัวเข้าจริงๆ ธาตุแท้อันแสดงความเหนือกว่าของผู้อาวุโสก็จะไม่เผยแสดงออกมา
การปรากฏของ”ฉายา” จึงเท่ากับเป็น”บทพิสูจน์”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
