E-DUANG : ปฎิกิริยา ต่อ ตูน บอดี้สแลม วิพากษ์ ความคิด สงเคราะห์

เพียง 1 วันภายหลังคำประกาศจะหวนคืนสู่การวิ่งของ พี่ตูน บอดี้สแลม ก็ก่อให้เกิด”วิวาทะ”ในทางสังคมด้วยความร้อนแรงตามมา
ร้อนแค่ไหน แรงเพียงใด ก็ขอให้ดูจาก #พี่ตูนวิ่งทำไม ที่ทะยานติดอันดับ 1 ใน 10 เทรนด์ทวิตเตอร์อย่างรวดเร็ว
ทั้งๆที่เจตนาของ พี่ตูน บอดี้สแลม ก็มิได้แปรเปลี่ยน
ยังคงเป็นการวิ่งเพื่อระดมทุนเข้ามาช่วยเหลือโอบอุ้มจุดอ่อนด้อยในสังคม เพียงแต่มิได้นำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ หากตั้งเป้าเพื่อช่วยเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาจำนวน 109
เป็นการโอนย้ายจากปัญหาของโรงพยาบาล ของกระทรวงสา ธารณสุข มาอยู่ที่ปัญหาทางการศึกษา อันสัมพันธ์โดยตรงกับกระทรวงศึกษาธิการ
เหตุใดเจตนาดีของ พี่ตูน บอดี้สแลม จึงถูกตั่งเป็น”คำถาม”
มิได้เป็นความข้องใจต่อเจตนาอันบริสุทธิ์ของ พี่ตูน บอดี้สแลมและคณะอย่างแน่นอน
หากแต่เป็นเรื่องของ “ความคิด” และปลายทางของ”การทำ”
ต้องยอมรับว่าปฏิบัติการของ พี่ตูน บอดี้สแลม แม้จะเป็นเรื่องของการวิ่ง แม้จะเป็นเรื่องในเชิงสุขภาพ แต่ก็มีเป้าหมายอยู่ที่การกุศล อยู่ที่ความพยายามในการช่วยเหลือสังคม
ด้านหนึ่ง จากการปฏิบัติยืนยันว่าสังคมมีจุดอ่อน จุดด้อยดำรงอยู่ ที่จะต้องเยียวยา แก้ไข
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่งก็ก่อให้เกิดคำถามถึง”วิธีการ”
เวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาสังคมได้มีวิวาทะเกี่ยวกับรัฐและโครงสร้างของรัฐอย่างละเอียดลออเป็นพิเศษ แนวทางสังคมสง เคราะห์ถูกวิพากษ์แทบไม่เหลือ
เพราะว่าเป็นการสงเคราะห์อันเท่ากับละเลยสวัสดิการ ละเลย
ระบบที่จะเป็นการปฏิรูปและบริหารจัดการอย่างยั่งยืน
กระแสสังคมที่ปรากฏขึ้นในลักษณะต่อต้านการวิ่งของ พี่ตูน บอดี้สแลม จึงมิได้ต่อต้านหรือรังเกียจในทางส่วนตัว หากแต่มองประเมินว่าเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง
เข้าลักษณะเป็นการปะผุโดยมิได้แตะปัญหาที่ถูกต้องเป็นจริง
บรรยากาศแห่งการวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้หากปล่อยให้ดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์ เปิดกว้างจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
เท่ากับเป็นการปักธงในทางความคิดและในทางการปฏิบัติ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
