E-DUANG : กองทัพ ยุค ประยุทธ์ จันทร์โอชา กองทัพ ยุค เปรม ติณสูลานนท์

แม้หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะก้าวเดินตามรอย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อย่างชนิดเกาะติด
กระนั้น เมื่อหยั่งลึกลงไปภายในแต่ละขุมข่ายแห่ง”อำนาจ”ก็มีหลายจุดที่แปรเปลี่ยน แตกต่างออกไป
อำนาจ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อยู่กับ”กองทัพ”อย่างเด่นชัด
ไม่เพียงแต่กองทัพออกมาประกาศว่าต้องการใครเป็นนายกรัฐมนตรี หากกองทัพก็พร้อมออกมาปกป้อง พล.อ.เปรม ติณสู ลานนท์ เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี
บทบาทของนายทหารอย่าง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ บทบาทของนายทหารอย่าง พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ตลอดจน พล.อ.มงคล อัมพรพิสิษฎ์ จึงสูงเด่น
ไม่ว่าหลังเลือกตั้ง ไม่ว่าตอนจัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าเมื่อถูกยื่นญัตติ
ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจก็ออกโรงสกัดขัดขวางเพื่อล้มญัตติต่อหน้าต่อตา
นั่นก็คือ บทบาทของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ เมื่อต่อรองกดดัน นักการเมืองบางคนจากบุรีรัมย์ ตำน้ำกิน
หลังการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 บทบาทของนายทหารในกองทัพสงบเงียบ ไม่มีใครออกมาเปล่งประกาศ ไม่มีใครออกมาเล่น บทกาวใจ ไม่ว่ากองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ
คล้ายกับว่าอำนาจในกองทัพมิได้เป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่าอำนาจในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังมีอย่างเต็มเปี่ยมในเมื่อ เป็นคนจัดการในเรื่อง 250 ส.ว.
ในนั้นนอกจากอุดมไปด้วยนายทหารเกษียณราชการ หากแต่
บรรดา”ผบ.เหล่าทัพ”และปลัดกระทรวงกลาโหมก็เรียบร้อย
อำนาจในมือของคสช.ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นตัวแทนใน รัฐบาลจึงมีไม่ยิ่งหย่อนกว่ายุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
เพียงแต่สำแดงผ่าน”รัฐธรรมนูญ”และ”องค์กรอิสระ”
ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะมี ส.ส. 116 คน ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะมี ส.ส. 97 คนอำนาจก็ยังแข็งแกร่ง
ยากยิ่งที่มือจากพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล จะโค่นลงได้
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
