E-DUANG : บททดสอบ ทักษิณ ธนาธร แหลมคม แหลมคม ผ่านกระบวนการ ร้องเพลง

ไม่ว่าการปรากฏตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าการปรากฏตัวของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แสงแห่งสปอตไลต์ล้วนฉายจับ
กลายเป็น”ข่าว” ดำรงอยู่ในแบบ”ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์”
นับแต่ นายทักษิณ ชินวัตร ประกาศจัดตั้ง”พรรคไทยรักไทย” นับแต่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศขับเคลื่อนการเมืองผ่านกระบวนการ”พรรคอนาคตใหม่”
ชัยชนะจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 เป็นที่เลื่องลือ ตอกย้ำด้วยชัยชนะจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ถือว่าเป็น”ปรากฏการณ์”ทางการเมือง
แม้ในการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 ชัยชนะอันดับ 1 จะมิได้เป็นของพรรคอนาคตใหม่ แต่การได้มากว่า 80 คนกำชัยเหนือพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นความสำเร็จ
ไม่ว่าชัยชนะของพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าความสำเร็จของพรรค
อนาคตใหม่ถือว่าเป็นการปักธงการเมืองใหม่ เป็นความริเริ่มใหม่ที่ยากยิ่งที่แม้กระทั่งศัตรูก็มิอาจปัดปฏิเสธได้
กระนั้น ภายในชัยชนะ ภายในความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ มีจุดไหนบ้างที่สะท้อนให้เห็นความพ่ายแพ้ ล้มเหลวของ”ทักษิณ ธนาธร”
หากใครติดตามแต่ละจังหวะก้าวของ นายทักษิณ ชินวัตร อย่างไม่คลาดจากสายตาก็ต้องยอมรับว่า การขึ้นเวทีและร้องเพลง เล็ท อิท บี มี พร้อมกับคนเสื้อแดงที่กัมพูชา
สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวและไล่แขกครั้งยิ่งใหญ่สำหรับ แฟนานุแฟนของ นายทักษิณ ชินวัตร
ไม่เพียงแต่ร้องผิดคีย์ หากแต่ยังก่ออาการรวนเรต่อคนข้างๆ
ภาพของ นายทักษิณ ชินวัตร ร้องเพลง เมื่อนำมาวางเรียงเคียง ข้างกับภาพของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร้องเพลง จึงกลายเป็นภาพแห่งความล้มเหลวร่วม
สรุปว่าไม่ควรเชิญ 2 คนนี้ให้ร้องเพลงอย่างเด็ดขาด
ถามว่าความล้มเหลวไม่ว่าจะมาจาก นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะมาจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือว่าเป็นจุดอ่อนและเป็นเรื่องน่ารังเกียจหรือไม่
ตอบได้เลยว่า ตรงกันข้าม กลับกลายเป็นเสน่ห์ เย้ายวนใจ
พลันที่ นายทักษิณ ชินวัตร ตัดสินใจร้องเพลงคือความน่ารัก พลันที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตัดสินใจร้องเพลงคือการทดสอบ
ทดสอบความอดทน ทดสอบเสน่ห์อีกด้านของ 2 คนนี้
