E-DUANG : ภัยธรรมชาติ กับ ภัยการเมือง ณ เบื้องหน้า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

พลันที่มีการพบถุงทรายอยู่ในท่อระบายน้ำถึง 17 จุดด้วยกันในพื้นที่น้ำท่วมลาดกระบัง จึงเกิดความรู้สึกว่านั่นคือรูปธรรมแห่งการวางยาทางการเมือง
เหมือนที่เคยมีความสงสัยเกิดขึ้นเมื่อ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกรับน้องในเดือนตุลาคม 2554
เป็นเพราะข้อสังเกตจาก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กระนั้นหรือ
เป็นเพราะบทบาทและข้อสงสัยต่อการแสดงออกทางการเมืองจากเขตลาดกระบังในห้วงที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้าดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าฯกทม.กระนั้นหรือ
แม้ว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่าง เปี่ยมด้วยวุฒิภาวะ และประเมินว่าหากเป็นการวางยาตัวคนวางยาก็จะกลายเป็นเหยื่อไปด้วย จึงไม่น่าเป็นไปไม่ได้
กระนั้น ความรู้สึกของสังคมต่อประเด็นและปมเงื่อนแห่งการ วางยาก็ยังดำรงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะเมื่อเห็นการเคลื่อน ไหวของกลุ่มอำนาจเก่าที่เคยยึดครองกรุงเทพมหานคร
ยิ่งเมื่อโยนไปสัมพันธ์กับกรณีน้ำท่วมใหญ่ในเดือนตุลาคม 2557 ยุคของ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยิ่งมากด้วยความอ่อนไหว
ทั้งหมดนี้เท่ากับ”ด้อยค่า” เท่ากับเป็นการ”ดิสเครดิต”
จากสถานการณ์น้ำท่วมในเดือนกันยายน 2565 ทำให้พังเพยโบราณที่ว่า น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา ได้สำแดงออกมา อย่างเด่นชัด
ความหมายก็คือ การแสวงหาและฉวยโอกาสในทางการเมืองสามารถเกิดขึ้นได้
บังเอิญที่กลิ่นอายในการดิสเครดิตต่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นกลิ่นอายเดียวกันกับที่เคยก่อปฏิบัติการต่อ นส.ยิ่งลักษณ์ ชิน วัตร ตั้งแต่หลังเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554
แม้ในที่สุดแล้วจะรวมศูนย์การเคลื่อนไหวไปที่มวลมหาประชาชน “กปปส.” ภายใต้การนำของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่ก็ต้องยอมรับว่าฐานกำลังอย่างแท้จริงมาจากไหน
จาก นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ไปยัง นายสุชัชวีร์ สุวรรณ
สวัสดิ์ เด่นชัดว่าสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์มาแล้วทั้งสิ้น
ความเยือกเย็นของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเผชิญกับมรสุมต่อเนื่องของน้ำท่วมใหญ่ จึงประเมินได้ว่า 1 มาจากความมั่นใจในความสามารถ 1 มาจากความมั่นใจในฐานความรู้
รู้ทั้งในเรื่องของ”วิทยาศาสตร์”และรู้ในเรื่องของ”การเมือง”
เป็นการเมืองแห่งการแย่งชิงพื้นที่ความเป็นใหญ่ในกรุงเทพ มหานครและในระดับประเทศ
จึงมั่นใจว่าจะฝ่ามรสุมจากธรรมชาติและการเมืองไปได้
