bg-single

จากวาทกรรม “สุไม่เอาให้เต้” จนถึง “เสียสัตย์เพื่อชาติ” ตำนาน “การตบหน้า” ประชาชน

22.07.2023

หากพิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับมหภาคและจุลภาคแล้ว รัฐประหาร 2534 ดูจะเป็นสิ่งที่ “ผิดกาลเทศะ” อย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่สวนทางกับกระแสโลก ซึ่งผู้นำทหารไทยอาจจะไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลง…

พวกเขาอยู่ในโลกแคบๆ ที่เชื่อว่า เส้นเขตแดนจะเป็น “ของวิเศษ” ที่ขวางกั้นทุกอย่างที่ทะลุเข้ามาในรัฐไทยได้ ทั้งที่ในอดีต กระแสสงครามเย็นก็เคยทะลุผ่านเส้นเขตแดนเข้าสู่สังคมไทยมาแล้ว

ดังนั้น รัฐประหารซึ่งอาจจะเคยเป็น “สินค้าการเมือง” ในยุคสงครามเย็น แต่ในยุคหลังสงครามเย็น สิ่งนี้เป็น “สินค้าตกยุค” ที่ขายได้ยาก เพราะด้านหนึ่งกระแสโลกขับเคลื่อนด้วยลัทธิเสรีนิยม และอีกด้านหนึ่งกระแสการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่เห็นถึงการสิ้นสุดของระบอบทหารในหลายประเทศทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่าการเมืองโลกก้าวสู่ภาวะ “สิ้นยุคทองรัฐบาลทหาร” แต่ไทยกลับสวนทางตั้งรัฐบาลทหาร

ผมจำได้ดีว่าเมื่อข่าวรัฐประหารไทยมาถึงมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย อาจารย์ของผมที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเอเชียนั้น ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะข่าวคราวการเมืองไทยที่มาถึงนิวยอร์กดูจะบ่งบอกถึงการเดินหน้าของรัฐบาลพลเรือน โดยเฉพาะการปรับยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศด้วยข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ คือ “เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า” ทำให้เชื่อว่า รัฐบาลไทยกำลังเปลี่ยน “ภูมิทัศน์สงคราม” ที่อาจนำไปสู่การสร้างสันติภาพจากปัญหาสงครามกลางเมืองกัมพูชาได้

ผมจำได้ดีอีกเช่นกันว่าบรรดาอาจารย์ของผมมองว่า รัฐประหารไทยเป็นสิ่งที่มาผิดเวลาเป็นอย่างยิ่ง… ในขณะที่กระแสโลกาภิวัตน์กำลังเคลื่อนตัว การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในจีนเกิดในปี 2532 สงครามอ่าวเปอร์เซียเกิดในเดือนมกราคม 2534 และตามมาด้วยรัฐประหารไทยในเดือนกุมภาพันธ์

ผมซึ่งกำลังต้องกลับมาทำวิจัยเพื่อเขียนวิทยานิพนธ์เรื่องทหารกับการเมือง มองด้วยสายตาของกระแสโลกว่า แล้วทหารไทยจะไปรอดอย่างไร

แม้รัฐบาลทหารพยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ด้วยการเชิญอดีตนักการทูตนายอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมคำสัญญาว่า “จะไม่สืบทอดอำนาจ” และเปิดให้มีการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2535 ซึ่งได้กลายเป็นสูตรที่จะต้องมีการจัดตั้งพรรคทหารคือ “พรรคสามัคคีธรรม” อันเป็นที่รู้กันว่า เป็นพรรคที่ตั้งขึ้นเพื่อรองรับรัฐบาลใหม่ที่มีผู้นำรัฐประหารเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญ 2534 เพื่อเปิดทางสืบทอดอำนาจ…

ในทางทฤษฎีก็คือการจัดตั้ง “รัฐบาลไฮบริด” อีกครั้ง

 

เสียสัตย์เพื่อชาติ!

ในที่สุด พล.อ.สุจินดา คราประยูร ยอมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยคำประกาศว่า “มีความจำเป็นต้องเสียสัตย์เพื่อชาติ” แต่ขบวนการต่อต้าน พล.อ.สุจินดาได้ก่อตัวขึ้นเพื่อทวงคำสัญญาที่จะไม่สืบทอดอำนาจ และการเป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง แต่เขากลับท้าทายว่า “ไม่ลาออกไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมประท้วง หรือการอดอาหาร ก็ไม่สามารถกดดันได้ เดี๋ยวก็หมดแรงกันไปเอง…” คำตอบเช่นนี้คือ การโหมไฟการเมืองให้ลุกโชนขึ้น และเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีให้กับการเมืองบนถนน

ความท้าทายอีกส่วนเป็นผลมาจากคำกล่าวของผู้นำรัฐประหาร พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ที่กล่าวก่อนการรับตำแหน่งว่า “สุไม่เอาให้เต้” หมายถึง ถ้า พล.อ.สุจินดาไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะยกตำแหน่งนี้ให้แก่ พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล

คำกล่าวเช่นนี้คือ การ “บายพาส” ฉันทานุมัติของประชาชน และเป็นการยืนยันชัดชัดเจนว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็น “กรรมสิทธิ์” ส่วนบุคคลของผู้นำทหารที่จะยกให้ใครก็ได้… คำกล่าวเช่นนี้เป็นยิ่งกว่า “การตบหน้า” ประชาชน

จากวาทกรรม “สุไม่เอาให้เต้” จนถึง “เสียสัตย์เพื่อชาติ” กลายเป็นเชื้ออย่างดีที่ช่วยสร้างม็อบบนถนน เสียงต่อต้านรัฐบาลดังมากขึ้น และมุ่งเป้าไปที่ตัวนายกรัฐมนตรีโดยตรง

คงต้องกล่าวว่า พล.อ.สุจินดากลายเป็นพื้นที่ “ตำบลกระสุนตก” ดังปรากฏชัดว่า แม้ผู้นำทหารจะมีอำนาจจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่กลับไม่มีความชอบธรรมในการเป็นรัฐบาล… คณะรัฐประหารที่แปลงตัวเองเป็นรัฐบาลเลือกตั้งแบบพันทางกำลังเผชิญพายุใหญ่อย่างคาดไม่ถึง

แม้ผู้นำรัฐประหารมีความเชื่อแบบคิดเอาเองว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของชนชั้นนำและผู้นำทหาร แต่ประชาชนในวันนั้นเริ่มทวงอำนาจคืน

สำหรับผมซึ่งกำลังเขียนวิทยานิพนธ์ บทบาททหารจากรัฐประหาร 2534 จนถึงการจัดตั้งรัฐบาลพันทางและการประท้วงใหญ่ 2535 เป็น “ห้องทดลองทางทฤษฎี” อย่างดีกับตัวแบบ “ความขัดแย้งสูง-ผลประโยชน์สูง” ว่าจะเดินไปสู่ความรุนแรงหรือไม่

 

หมายเหตุ : บทความนี้คัดส่วนหนึ่งมาจากบทความ พฤษภารำลึก (4) เสียสัตย์เพื่อชาติ!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี