สัญญาณแรง ‘แม่ทัพใหญ่’ สแกนยังเติร์ก ต่อคิว ลุ้น ‘บิ๊กปู’ เยียวยา คอแดง-คอเขียว

การเปลี่ยนแปลง และปรับโครงสร้างหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (ฉก.ทม.รอ.904) ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อกองทัพ โดยเฉพาะกองทัพบก (ทบ.) และกองทัพไทย ทำให้กองทัพจะต้องมีการปรับเปลี่ยนตามมาอีกมากมาย และเป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้รู้ว่า กองทัพจะต้องมีการปรับเปลี่ยน
ทั้งการที่ ผบ.ทบ. ไม่ต้องเป็นทหารคอแดง ไม่ต้องควบ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 อีกต่อไป และกลับมาเป็นทหารคอเขียว ที่ดูเป็นอิสระจาก “ฉก.ทหารคอแดง”
มีแค่กองทัพภาคที่ 1 ที่ยังขึ้นตรงกับ ฉก.ทหารคอแดง ที่มีแม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904
ส่งผลให้แม่ทัพใหญ่ พล.ท.อมฤต บุญสุยา นายทหารเสือราชินี แกนนำ ตท.27 ถูกวางตัวไว้ว่าจะเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป ต่อจากบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ รุ่นพี่ ตท.26 ที่เกษียณกันยายน 2570 แบบไม่ต้องลุ้น หรือจับตามอง
เพราะในสายทหารเสือฯ ต่างมั่นใจแล้วว่า นี่เป็นสัญญาณสำคัญ ว่า พล.ท.อมฤต คือผู้ที่ถูกมองว่าเหมาะสมที่สุด เพราะเติบโตมาในสายกำลังรบ ในสายทหารเสือราชินี ร.21 รอ. และกองพลบูรพาพยัคฆ์ เป็นทั้งผู้พัน ผู้การกรม และ ผบ.พล.ร.2 รอ.
กล่าวกันว่า กระแสข่าวนี้ ส่งผลให้นายทหารหลายคน โดยเฉพาะ ตท.28 อาจไม่ต้องลุ้นเลย เช่น จากที่จับตามองว่า บิ๊กไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1 อาจชิงเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 ใน โยกย้ายตุลาคม 2568 เพื่อที่จะขึ้น 5 เสือ ทบ. ในตุลาคม 2569 และชิง ผบ.ทบ.ในตุลาคม 2570 คู่กับ พล.ท.อมฤต
ทว่า มีข่าวเมาธ์กันแล้วว่า พล.ท.วรยส อาจเสียเปรียบในสมรภูมินี้ กับ พล.ท.อมฤต เพราะเกษียณกันยายน 2571 พร้อม พล.ท.อมฤต

ดังนั้น แคนดิเดตที่จะชิงเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 คนต่อไป ต้องเกษียณกันยายน 2572 ขึ้นไป ซึ่งใน ตท.28 มีรองแอ้ม พล.ต.ณัฐเดช จันทรางศุ รองแม่ทัพภาคที่ 1 อดีต ผบ.พล.1 รอ. และรองกอล์ฟ พล.ต.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่เกษียณกันยายน 2573 เพราะสามารถเป็นต่อจาก พล.อ.พนา ที่เกษียณกันยายน 2570 ได้นานถึง 3 ปี
แม้ พล.ต.สราวุธ จะเป็นสายแข็งของ ตท.28 โปรไฟล์ดี เติบโตในสายคอมแมนด์ ทั้งผู้พัน ผู้การกรม ใน พล.ร.9 และเป็น ผบ.พล.2 รอ. แต่ก็ไม่อาจมองข้าม พล.ต.ณัฐเดช แม้จะเป็นเพื่อนกันก็ตาม
ที่สำคัญ เริ่มมีการโฟกัสว่า เมื่อ พล.อ.พนาไม่ได้เป็นทหารคอแดง ไม่ต้องอยู่ใน ฉก.ทม.รอ.904 โอกาสที่จะถูกขยับปรับเปลี่ยนไปจาก ผบ.ทบ.ก็ได้ แม้ว่าจะนั่งแน่ๆ 3 ปี ยันเกษียณ แต่การปรับเปลี่ยนต่างๆ ภายใน ก็อาจส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้นได้
แม้ พล.อ.พนาเป็นนายทหารสายวงศ์เทวัญ แต่ไม่มีหลักประกันใดว่าจะนั่งยาวครบ 3 ปี

ในยามนี้ ทหารทุกสาย จึงพุ่งเป้าไปที่ พล.ท.อมฤต ที่กลายเป็นเต็งหนึ่ง ผบ.ทบ.คอเขียวคนต่อไป เพราะแม้จะเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ทหารคอแดง แต่เมื่อพ้นจากแม่ทัพภาคที่ 1 พ้นจาก ฉก.ทม.รอ.904 ก็ต้องกลับมาเป็นคอเขียวตามเดิม
ดังนั้น ที่เคยมีข่าวลือสะพัดว่า ตท.27 และสายทหารเสือฯ ต้องการให้ พล.ท.อมฤต นั่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ยาว 2 ปี เพื่อปิดทางแคนดิเดตจาก ตท.28 ที่อาจตามทันใน 5 เสือ ทบ. จึงยากที่จะเกิดขึ้น เพราะแม่ทัพภาคที่ 1 ต้องควบ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ด้วย ถือว่างานหนักพอสมควร
ดังนั้น นายทหารที่เกษียณ 2572 ล้วนมีโอกาสลุ้นเป็นทั้งแม่ทัพภาคที่ 1 คุม ฉก.คอแดง และลุ้นชิง ผบ.ทบ.ด้วย ทั้ง ตท.28 ด้วยกัน และรุ่นน้อง ตท.30 อย่าง ผบ.ลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพน้อยที่ 1
แม้จะมีกระแสข่าว แต่ก็ไม่มีอะไรแน่นอนนัก แต่ที่ยังคงเป็นที่จับตาว่า ตท.28 จะกู้สถานการณ์ของรุ่นกลับมาได้หรือไม่ เพราะในยุคบิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ เป็น ผบ.ทบ. ตท.28 ก็ได้เติบโตตามจังหวะ และตามการจัดของ ฉก.ทม.รอ.904

พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์,พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้
แต่ปรากฏการณ์ที่บิ๊กต่อ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ.คนก่อน ที่จัดโผแบบล้าง ทบ.ใหม่ ในโยกย้ายตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ทำให้ ตท.28 หลายคนที่อยู่ในตำแหน่ง และลุ้นเก้าอี้ที่ดีขึ้น หรือเป็น ผบ.หน่วย ก็ถูกย้ายระนาบบ้าง ย้ายไปพักทางข้างบ้าง
เช่น ผบ.ต๋อ พล.ต.นิรินธณ์ ปุณโณทก จาก ผบ.ศูนย์การกำลังสำรอง ทบ. นั่งมาแค่ 1 ปี ก็ถูกย้ายไปอยู่ กอ.รมน. หรือรองหนุ่ม พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ที่ลุ้น ผบ.พล.ม.1 ตามไลน์ทหารม้า ชายแดนเหนือ แต่ก็มาเป็นรอง ผบ.มทบ.35 รวมทั้ง เสธ.ซัน พล.ท.วณัฐ ลักษณะศิริ อดีต ผบ.หน่วยข่าวกรองทางทหาร (ผบ.ขกท.) ที่มีข่าวลือว่า จะได้เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อไปปรับกระบวนทัศน์การข่าว และสายบู๊ มากขึ้น แต่ก็มาเป็น ผอ.สขว.กอ.รมน. แต่ยังได้พลโท
แต่จะระบุว่าเป็นเพราะความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.เจริญชัย กับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ และ ตท.28 ก็ไม่เชิงนัก เพราะแกนนำ ตท.28 หลายคนก็ได้ตำแหน่งดี ทั้ง เสธ.คิ้ว พล.ต.ชาคริต อุจรัตน์ ผบ.พล.รพศ.1 ที่ลงไปเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 เพราะทำงานในพื้นที่ชายแดนใต้มาตลอด รวมทั้ง เสธ.โจ พล.ต.ณรงค์ ฤทธิ์ ปาณิกบุตร ผบ.พล.ร.4 ก็ได้ขึ้นรองแม่ทัพภาคที่ 3
แต่ต้องไม่ลืมว่า พล.อ.พนา ก็เป็นน้องรักของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ เพราะเติบโตจาก ร.31 รอ. มาด้วยกัน ก็อาจจะคืนความชอบธรรมให้ ตท.28 เพราะโดยส่วนตัว พล.อ.พนา ก็มีสายสัมพันธ์อันดีกับคีย์แมนของ ตท.28 หลายคน
ขณะที่นายทหารในรุ่นนี้ ที่ได้ไปฝึกหลักสูตรนายทหารราชองครักษ์ รุ่นที่ 8/67 ร่วมกับรุ่นอื่นๆ จำนวน 68 นายนั้น ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ในการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและให้เข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานพร้อมกันทั้งหมดด้วย
อีกทั้ง พล.อ.เจริญชัย ก็เกษียณราชการไปแล้ว อาจจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการกลับเข้าสู่ไลน์อำนาจของ ตท.28 อีกทั้ง พล.อ.ณรงค์พันธ์ ก็ยังมีบทบาทอยู่ไม่น้อย
อีกทั้งสไตล์ของ พล.อ.พนา แม้จะเติบโตมาในสายกำลังรบ แต่ก็ไม่ใช่สายบู๊ล้างผลาญ แต่มีความเป็นสายบุ๋น และนักวิชาการอยู่ในตัวด้วย ทบ.จึงเป็นไปในทิศทางที่ดี
บรรยากาศในกองทัพบก จึงยังคงสงบเรียบร้อย แม้ศึกชิงอำนาจใน ทบ. จะยังคุกรุ่นก็ตาม

สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
