33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (EP.134) : เสียที ‘มือปืน-นักพนัน’
บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
33 ปี ชีวิตสีกากี
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (134)
เสียที ‘มือปืน-นักพนัน’
อ.สิงหนคร นอกจากมีชื่อเสียในด้านการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยเฉพาะชุมชนบ้านเล หัวเขาแดง เป็นพื้นที่ที่รุนแรงที่สุดของ จ.สงขลา ยังมีกลุ่มมือปืนที่ ต.ชิงโค อีกแก๊งหนึ่ง ที่ถือเป็นผู้ที่กว้างขวาง คนเกรงกลัวกันมาก
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2539 เวลาประมาณ 23.00 น. แค่คืนแรกเท่านั้นที่ผมไปทำงานที่ สภ.อ.สิงหนคร ผมได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตาย ภายในบริเวณวัดบ่อป่า หมู่ที่ 5 ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา จึงเดินทางไปดูที่เกิดเหตุ
คดีนี้ ร.ต.ท.อภิชัย กรอบเพชร รอง สวส.ฯ เป็นร้อยเวรสอบสวน ที่เกิดเหตุอยู่ข้างโรงครัวภายในบริเวณวัด นายสม บุญล้วน อายุ 42 ปี เป็นเหยื่อของกระสุนปืน ขนาด 9 ม.ม. มากถึง 6 นัด โดยมีรถจักรยานยนต์ของผู้ตายล้มอยู่ใกล้กับศพ ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันอีก 6 ปลอก และตรวจเจอหัวกระสุนปืน 2 หัว
ในเวลานั้น แม้แต่ในวัดมือปืนก็กล้าลงมือยิง จึงทำให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ไม่กล้าให้การว่าใครเป็นคนร้าย กลัวภัยจะมาถึงตัว
ระยะเวลาผ่านไปไม่นาน การสืบสวนก็คืบหน้าจนทราบว่ามือปืนที่ยิงนายสมจนถึงแก่ความตายคือ นายแสวง หรือสว่าง หรือแหว่ง สุวรรณมณี ที่มีประวัติเป็นมือปืนเคยยิงคนมาหลายครั้ง และเคยติดคุกมาก่อน หลังเกิดเหตุได้หายตัวไปหลบซ่อนที่อื่น แต่พนักงานสอบสวนยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีและออกหมายจับได้
จนกระทั่งตอนเช้าหัวรุ่งของวันที่ 29 พฤศจิกายน 2539 ชุดสืบสวนสืบทราบมาว่า นายแสวงหรือสว่างหรือแหว่ง ได้ย้อนกลับมาค้างคืนที่บ้านเลขที่ 129/1 หมู่ที่ 8 ต.ชิงโค ของภรรยาชื่อ นางอาภรณ์ รักษาสรณ์
ก่อนจะถึงเวลา 06.00 น. ผมกับชุดสืบสวนจึงเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวทันที
เมื่อไปถึงผมให้ตำรวจทุกคนกระจายกันล้อมบ้านและปิดช่องทางที่จะหลบหนี เพราะรู้ว่านายแสวงหรือสว่างหรือแหว่ง มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน จึงต้องระมัดระวังตัวทุกคน
เมื่อปิดช่องทางหลบหนีไว้หมดแล้ว ทุกคนพร้อม ฟ้าเริ่มสาง ผมจึงให้ ด.ต.คม วรรณมาศ ตะโกนเรียกชื่อนายแหว่ง ให้เปิดประตูให้ตำรวจเข้าไปตรวจค้นภายในบ้าน แต่ยังเงียบและปิดไฟฟ้ามืดสนิท ด.ต.คม กับ จ.ส.ต.สิงห์ทอง สิงหเดช ได้สลับกันเรียก
ผ่านไปชั่วครู่ จนผมเห็นว่ามีการเปิดสวิตช์ไฟฟ้าเมื่อแสงไฟจากภายในบ้านสว่าง และมีแสงไฟฟ้าเล็ดลอดออกมาตามช่องที่เป็นรอยแตกของไม้ที่ใช้เป็นฝาผนังบ้าน แต่ประตูก็ยังไม่ยอมเปิดอยู่ดี ต้องตะโกนเรียกเสียงดังอีกหลายครั้ง จนกระทั่งไอ้แหว่งยอมเปิดประตูรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
คงเป็นเพราะมีชั่วโมงบินสูงมีประสบการณ์มากถูกตำรวจค้นบ่อย ไอ้แหว่งจึงไม่มีทีท่าจะขัดขืนแต่อย่างใด
เมื่อผมได้เห็นตัวนายแสวงหรือสว่าง จึงเข้าใจทันทีว่า ทำไมมีชื่อเล่นว่า “แหว่ง” เพราะไอ้แหว่งเป็นคนปากแหว่ง นอกจากเจอตัวนายแสวงหรือสว่างแล้ว ยังมีภรรยาคือนางอาภรณ์ อยู่ด้วยในชุดนุ่งกระโจมอก
ผมกับตำรวจทุกคนที่เข้าไปในบ้านจึงได้แสดงความบริสุทธิ์ว่า ไม่มีการนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาใส่ไว้ในบ้านแต่อย่างใด แล้วขอตรวจค้น
พบและตรวจยึดลูกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 44 นัด ยังอยู่ในกล่องที่บรรจุได้ 50 นัด ซุกไว้ในลิ้นชักที่หัวเตียงนอน เป็นกระสุนขนาดเดียวกันกับที่ใช้ยิงนายสม ขาดหายไป 6 นัด ซึ่งจำนวนที่ขาดหายไปเท่ากับจำนวนกระสุนที่ยิงผู้ตาย แต่ไม่เจอปืนกระบอกที่ต้องการ แม้จะค้นอย่างละเอียด ตรวจทุกที่แล้วก็ตาม
จึงจับกุมนายแสวงหรือสว่างหรือแหว่งไปดำเนินคดี ในความผิดสถานเบา แค่มีกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง ควบคุมตัวไปโรงพัก
ผมกับชุดสืบสวนมาเสียรู้ภายหลัง ว่าทำไมจึงค้นหาอาวุธปืนไม่เจอทั้งๆ ที่ตรวจค้นอย่างละเอียด เพราะไม่ได้ค้นตัวภรรยา เนื่องจากไม่มีตำรวจหญิงหรือมีผู้หญิงอยู่บริเวณนั้นให้ช่วยตรวจค้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เจ้าพนักงานที่เป็นผู้ชายจะค้นตัวผู้หญิงไม่ได้
คนอย่างไอ้แหว่งผ่านประสบการณ์มาโชกโชน เมื่อจวนตัวจึงนำปืนขนาด 9 ม.ม.ที่ภรรยาบอกภายหลังว่าวางไว้ใต้หมอน ส่งให้ซ่อนไว้ที่กางเกงในของภรรยา นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำไมจึงเปิดประตูช้า
ครั้งนี้ไอ้แหว่งรอดตัวไปได้จึงโดนข้อหาเบาๆ เท่านั้น ยืดเวลาเจอข้อหาหนักไปได้อีกระยะเวลาหนึ่ง
เมื่อไปศาลจังหวัดสงขลา นายแสวงหรือสว่างหรือแหว่ง สุวรรณมณี ถูกศาลจังหวัดสงขลาสั่งปรับแค่ 4,600 บาท ตามคดีหมายเลขดำที่ 3173/2539 คดีหมายเลขแดงที่ 3087/2539 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2539 เท่านั้น
กลับออกมาจากศาลก็ยังสร้างความหวาดผวาอยู่อีก
ในเวลาต่อมาผมก็เจอดีจนได้ เมื่อชุดสืบสวนได้รับแจ้งมีการลักลอบเล่นการพนันในเขต ต.ชิงโค จึงเดินทางไปทันทีในเวลากลางคืน และสามารถรวบตัวนักการพนันได้แค่ 4 คน พวกที่เหลือหลบหนีไปได้
ขณะที่ผู้ต้องหาที่จับกุมได้กำลังถูกนำขึ้นกระบะท้ายรถของชุดสืบสวน โดยผมยืนอยู่บนกระบะแล้ว ชาวบ้านเริ่มลุกฮือเข้ามาล้อมรถชุดสืบสวน
ในทันทีทันใดนั้น มีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งได้ใช้เหล็กแหลมเจาะยางล้อหน้าขวาของรถชุดสืบสวน จนยางล้อรถระเบิดเสียงดัง ยางแฟบทันที รถวิ่งออกไปไม่ได้
ผมอยู่ฝั่งด้านขวาพอดีจึงมองเห็นเด็กวัยรุ่นคนที่มาเจาะยาง ผมจึงรีบพุ่งกระโดดลงจากรถแล้วล็อกตัวไว้ได้
แต่แล้วผมก็ต้องปล่อยเพราะมีทั้งกำปั้นและตีนชาวบ้านซัดมาที่ศีรษะและตัวผม จนผมมีอาการมึนงงมองเห็นดาว เกิดการชุลมุนแย่งตัวผู้ต้องหาทั้งๆ ที่มีกุญแจมือของตำรวจใส่อยู่ ติดคาไปด้วยทั้ง 4 คน
เมื่อเหตุการณ์คับขัน ผมจึงวิทยุแจ้งผู้กำกับชำนาญ เครือบัว ขอกำลังตำรวจเพิ่มเติมเพื่อให้มาช่วย
ไม่นานนัก พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว พร้อมกำลังตำรวจจึงเดินทางมาถึง และนำพวกผมกลับไปยังโรงพักได้อย่างปลอดภัย
แม้การจับกุมจะล้มเหลว แต่ผมก็ไม่ได้รับคำตำหนิจาก พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว หรือจากเพื่อนตำรวจแม้แต่น้อย ยังได้รับกำลังใจที่ดี เพราะทุกคนทราบกันดีว่าพื้นที่นี้ประชาชนมีอารมณ์ที่รุนแรงมาก เป็นประสบการณ์ที่ผมถูกลอบกัด ถูกชกต่อยจากทางด้านหลัง จนมีอาการมองเห็นดวงดาวว่ามันเป็นอย่างไร
แค่คดีการพนัน ผมยังถูกลองของถึงขนาดนี้ และต่อไปมันจะขนาดไหน ผมจะเล่าต่อไป
เมื่อย้อนไปดูสถิติการตรวจค้นจับกุมจะเห็นได้เลยว่า ชุดของผมเป็นชุดลุยจริงๆ เดินหน้าแล้วไม่ถอยไม่แผ่ว และผมได้รายงานผลการจับกุมของชุดสืบสวนไปยังนายสุนทร ฤทธิภักดี นายอำเภอสิงหนคร ที่ 180/2540 ลงวันที่ 13 มกราคม 2540 เพื่อรายงานต่อไปยังนายบัญญัติ จันทน์เสนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ดังนี้
1. เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักอาศัยของบุคคลที่ต้องสงสัยว่าจะมีสิ่งของที่ผิดกฎหมายไว้ในความครอบครอง และบ้านพักของผู้ต้องหาที่ออกหมายจับ รวมจำนวน 52 ครั้ง
2. จับกุมผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ จำนวน 43 ราย ผู้ต้องหา 48 คน
3. จับกุมผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน จำนวน 4 ราย ผู้ต้องหา 30 คน
4. จับกุมผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน จำนวน 9 ราย ผู้ต้องหา 9 คน
5. จับกุมคดีปล้นทรัพย์ จำนวน 1 ราย ผู้ต้องหา 1 คน (ผู้ต้องหากระทำผิด 2 คดี)
6.จับกุมแก๊งลักรถจักรยานยนต์ ได้ผู้ต้องหาจำนวน 27 คน และยึดรถจักรยานยนต์กลับคืนมาได้ จำนวน 21 คัน
หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้รับรายงานได้ชมเชยการปฏิบัติงาน และเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2540 ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้มอบเงินให้จำนวน 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.สิงหนคร ในวันประชุมหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดสงขลา โดยผมเดินทางไปรับ
นอกจากนั้นแล้ว พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ผกก.สภ.อ.สิงหนคร ได้มีโอกาสแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลายครั้ง เป็นการเผยแพร่ผลการทำงานของตำรวจโรงพักสิงหนคร เมื่อผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ไปได้รับแจ้งให้มารับรถจักรยานยนต์คืนที่ สภ.อ.สิงหนคร
ทุกคนต่างมีความสุขและดีใจเป็นอย่างมาก ผู้เสียหายหลายคนถึงกับนำกระเช้ามามอบให้ ผกก.สภ.อ.สิงหนคร เพื่อแสดงความขอบคุณ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.สิงหนคร ที่อยู่โรงพักนี้มานานบอกว่า ไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้มาก่อนเลย ที่ตำรวจได้รับคำชื่นชมมากมายจากประชาชน
ผลการปฏิบัติงานของชุดสืบสวนที่ผ่านมา เพียงเวลาแค่ 2 เดือนยึดรถจักรยานยนต์ที่ถูกลักไปได้ถึง 21 คัน จับคนร้าย 27 คนเฉพาะคดีลักทรัพย์ และยังมีคดีอื่นๆ อีกมากมาย เป็นการทำงานที่ทุ่มเท ตรากตรำ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนมีความปลอดภัย จึงสร้างความชื่นใจ ชื่นชม
สร้างความสุขอย่างมากมายให้เกิดขึ้นในสังคมเสมอๆ
และนั่นยิ่งทำให้ชุดสืบสวนโรงพักสิงหนคร
ยิ่งต้องตระหนักว่าจะต้องปราบปรามอาชญากรรมที่มีมากมายในพื้นที่ต่อไป
