bg-single

MatiTalk บาปกรรมยังไม่เกรง กฎหมายจะปกป้องได้หรือ เมื่อพระสงฆ์ห่างไกลสังคมไร้การตรวจสอบ

29.07.2025

รายงานพิเศษ

MatiTalk รศ.ดร.ภิญญพันธุ์

บาปกรรมยังไม่เกรง

กฎหมายจะปกป้องได้หรือ

เมื่อพระห่างไกลสังคมไร้การตรวจสอบ

“เราจะพบว่าพระจำนวนมากบวชตั้งแต่เด็กและไม่มีประสบการณ์ทางโลก ถ้ามุ่งเป็นพระที่ดีขัดเกลาตัวเองก็จะไปอีกทางหนึ่ง แต่ถ้าขัดเกลาตัวเองไม่ดีพอก็จะต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ แบบที่เราเห็นวิกฤตฉาว ผมว่าเป็นแค่ปลายของภูเขาน้ำแข็ง เราไม่รู้เลยว่าในวัดนั้นมีกรณีอื่นๆ ที่อาจจะไม่ใช่เรื่องสีกา อาจจะมีเรื่องผิดกฎหมายอื่นๆ อีกก็ได้” รศ.ดร.ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ อาจารย์คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง แสดงทัศนะและเสนอมุมมองต่อการปรับตัวของวงการผ้าเหลืองท่างกลางวิกฤตพระสงฆ์ที่เป็นข่าวฉาว ผ่านรายการ MatiTalk ทางมติชนสุดสัปดาห์

ภิญญพันธุ์มองว่าวิกฤตทางศาสนาสัมพันธ์กับตัวสังคมด้วยเพราะว่าไม่ใช่เป็นปัญหาที่ปัจเจกชน ไม่ใช่ปัญหาที่พระรูปใดรูปหนึ่ง การขึ้นมาทั้งแผงของพระต่างๆ เหมือนกับว่าเป็น Simply ของกลุ่มบุคคลต่างๆ ในสังคมไปด้วย ซึ่งพระมีอยู่หลายแบบ แต่พระจำนวนมากที่สุดก็คือลูกชาวบ้าน

แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีพระแบบยอดพีระมิด อย่างเราจะเห็นว่าหลังๆ เริ่มมีพระจำนวนมากที่มาบวชตอนที่เรียนจบปริญญาตรีหรือประสบความสำเร็จในอาชีพในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ได้รับความชื่นชมกับผู้คนในสังคมเหมือนกัน

ดังนั้น ในมุมนี้พระก็จะมีอยู่ 2 ชนชั้นในพีระมิด โดยชั้นแรกจากฐานพีระมิด คือพระที่ไต่เต้าจากครอบครัวที่ยากจนและต้องการโอกาสของชีวิตที่ซัปพอร์ตตัวเอง ครอบครัวหรือคนรอบข้าง และอีกกลุ่มหนึ่งคือพระที่น่าจะมีความพร้อมระดับหนึ่ง โดยผ่านโลกมาเยอะ

ซึ่งพระแบบหลังอาจจะมีประสบการณ์ทางโลกมากกว่าและรู้ว่าตัวเองควรจะปฏิบัติตนยังไง

: ปัญหาพระส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาในพระพุทธศาสนารุนแรงใช่ไหม

ส่งผลแน่นอน โดยเฉพาะยุคนี้คนห่างไกลศาสนามากขึ้น แต่คำว่าห่างศาสนาไม่ได้หมายความว่าเขาปฏิเสธเรื่องความเชื่อ การมูก็ยังเป็นกระแสที่เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่น่าสนใจคือว่าการมูยุคนี้นอกจากอยู่ในวัดแล้วยังข้ามพื้นที่ด้วย เช่น มูนอกศาสนา อย่างฮินดู เทวรูป หรือศาสนาในศาสนาพุทธแต่ไม่อยู่ในวัดอีกต่อไป

ดังนั้น หมายความว่าความเปลี่ยนแปลงของผู้คนกับศาสนากำลังอยู่ในช่วงที่มีทางเลือกให้หลากหลาย หมายความว่าอีกหน่อยอาจจะนับถือศาสนาโดยไม่ต้องเข้าวัด ไม่ต้องไหว้พระหรือคุยกับคนที่ไม่ใช่พระก็ได้

ผมจึงคิดว่าวิกฤตศาสนาตรงนี้ส่งผลแน่ๆ กับศรัทธาหรือแม้กระทั่งพฤติกรรมของผู้นับถือศาสนาพุทธหรือผู้ที่ใช้ศาสนาพุทธเป็นที่พึ่งทางใจ

ศาสนาผูกโยงอยู่กับศรัทธา ความเชื่อมั่น เมื่อปรากฏการณ์สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมันบ่อนทำลายลดทอนความเชื่อมั่นต่อทั้งตัวศาสนา พระ ที่เป็นตัวแทนสำคัญของศาสนา

: เกิดอะไรขึ้นกับองค์กรสงฆ์เพราะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมปัจจุบันใช่หรือไม่

ปัญหาจำนวนมากที่เกิดขึ้นเป็นเพราะองค์กรไม่ค่อยได้รับการตรวจสอบ ทั้งองค์กรศาสนา ทั้งพระค่อนข้างที่จะลอยเหนือการตรวจสอบ

พอสังคมมองว่าศาสนาเป็นพื้นที่ของความเชื่อ บางส่วนจึงถูกผลักเป็นเรื่องของศรัทธา

เราไม่ค่อยมีวัฒนธรรมในการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีวัฒนธรรมในการตรวจสอบศาสนา ไม่มีการคานอำนาจ ไม่ค่อยมีการถ่วงดุลอำนาจ

กับอีกด้านหนึ่งผมคิดว่าความเสื่อมนอกจากไม่มีการตรวจสอบที่ดีแล้วกลไกหรือจินตนาการของวัดหรือของพระสงฆ์ในการอยู่ร่วมกับสังคมก็มีความคับแคบพอสมควร

เราจะเห็นพระทำงานบุญงานประเพณี แต่มักละเลยมิติในเรื่องของการซัปพอร์ตสังคมในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสวัสดิการทางสังคม แต่ไปเน้นในเรื่องของการสร้างถาวรวัตถุขนาดใหญ่โตเราเห็นการใช้งบประมาณหรือทรัพยากรในการซัปพอร์ตผู้คนค่อนข้างน้อย ดังนั้น ผมว่าปัญหาของพระหรือองค์กรสงฆ์คือการไม่ได้ปรับตัวไปเชื่อมโยงกับโลกอย่างที่ควรจะเป็น

สิ่งหนึ่งที่พระมีอยู่ในมือ คือ มหาวิทยาลัยสงฆ์ เรามีทั้ง มจร.และ มมร. แต่เราเห็นงานวิจัยงานผลิตความรู้ที่เข้าใจสังคมน้อยมาก วิทยานิพนธ์ที่พยายามที่จะเข้าใจสังคมโดยไม่รีบตัดสิน ผมว่ามีไม่เยอะ

งานวิจัยในมหาวิทยาลัยสงฆ์ควรเป็นงานวิจัยเชิงมานุษยวิทยาศาสนาหรือความทุกข์ยากของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ที่นักศึกษาหรือนิสิตในมหาวิทยาลัยเหล่านี้ได้ไปค้นพบปัญหา มีการถกเถียงพูดคุยกับสังคม

แต่ผมคิดว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยสงฆ์เป็นอยู่หรือทำอยู่ไม่ได้เป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือในการทำความเข้าใจสังคมแบบนั้น ตรงนี้แหละน่าจะเป็นหนทางที่เป็นตัวเปิดประตูทำให้ตัวศาสนานั้นเข้าใกล้ชิดกับสังคมอย่างน้อยด้วยมิติทางการแสวงหาความรู้

แต่สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ผมคิดว่าพระใช้ประสบการณ์ตรงของตัวเองเป็นหลัก เติบโตตั้งแต่เด็กจนโตอยู่ในวัดอย่างเดียว อยู่กับตัวเอง และญาติโยมที่ใกล้ชิด ซึ่งผมคิดว่าไม่ค่อยหลากหลาย

ดังนั้น โลกทัศน์ของพระในการเข้าใจสังคมจึงถูกจำกัดด้วยศรัทธาของญาติโยมที่อยู่ล้อมรอบตัวเท่านั้นเอง ซึ่งไม่นำไปสู่การอธิบายเรื่องที่สลับซับซ้อนที่ทำให้เข้าใจสังคมได้มากกว่านี้และเมื่อไม่เข้าใจสังคมก็ไม่นำไปสู่การสร้างสรรค์หรือการมีกิจกรรมที่ไปเชื่อมโยงหรือเป็นพันธกิจร่วมกับสังคม ยกตัวอย่าง มีบางศาสนาที่ให้ความสำคัญมากกับทำการสังคมสงเคราะห์คนจนแต่ศาสนาพุทธไม่มีมิตินี้หรือมีก็น้อยมาก

กรณีวิกฤตทางสังคมวิกฤตทางศาสนาที่เกิดขึ้น ผมว่าสิ่งที่น่าสนใจคือถ้าสังเกตดูเราไม่เห็นพระรุ่นใหม่ที่เป็นพระปัญญาชน พระในมหาวิทยาลัยสงฆ์ออกมาพูดในมิตินี้ในเชิงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้น

อาจจะมีเห็นบางที่โควตคำพูดพระชั้นสูง อย่าง พระประยุทธ์ ปยุตฺโต หรือ พระพยอม ซึ่งถือว่าการที่มีเพดานแค่พระพยอมถือเป็นตัวชี้วัด ว่าคณะสงฆ์ขาดบุคลากรมากๆ ที่จะอธิบายหรือทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในทุกวันนี้

และสุดท้ายก็ไปถูกโยงกับเรื่องของการวิจัยการผลิตความรู้ การสื่อสารและสนทนากับสังคมที่ผมว่าพระไทยทำได้ไม่ดีเลย

: การกระทำผิดทางศีลธรรม สู่ความผิดทางอาญาเป็นไปได้หรือไม่

ผมว่าเรื่องกฎหมายเอาข้อจริงเราอาจยังไม่เห็นตัวกฎหมายจริงๆ ที่เขาอยากเสนอ

ถึงแม้จะมีร่างตัวเก่าแล้วอยากจะมาปัดฝุ่นใหม่แต่ผมไม่แน่ใจว่าเราจะคุยกับมันในฐานะตัวบทได้แค่ไหน

ผมคิดว่าการใช้กฎหมายหรือการใช้อำนาจในการบีบบังคับ บางกรณีอาจจะใช้ได้แต่ในกรณีนี้ใช้ได้หรือเปล่าผมว่าเป็นสิ่งที่น่ากังขามากๆ

เช่น ถ้ามีเพศสัมพันธ์กับพระไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็ควรต้องถูกลงโทษ แต่คำถามคือสุดท้ายแล้วแก้ปัญหาจริงๆ หรือเปล่าหรือการใช้ยาแรงมากๆ กับการแก้ไขปัญหาทางสังคมมันช่วยจริงๆ หรือ

ผมว่าในเคสของไทยเราเห็นหลายกรณีไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมา มีพระหลายรูปที่ถูกใส่ความทั้งเรื่องเงินทั้งเรื่องสีกาทั้งเพื่อสกัดกั้นไม่ให้พระเหล่านั้นไต่เต้าตำแหน่ง

ทางการเมืองก็มีกฎหมายจำนวนมากถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวถามว่ากฎหมายที่จะใช้ปกป้องได้จริงหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจเลยว่าจะทำได้จริง

ดังนั้น สิ่งที่ควรจะเป็นสำหรับผม กลับไปอย่างที่ผมบอกความเข้มแข็งของคุณก็คือความรู้ต่างหาก คุณมีความรู้ความเข้าใจปรากฏการณ์สังคมนี้ยังไง

อย่างกรณีเรื่องเพศ เรื่องสีกาถามว่าคุณเข้าใจเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน คุณคิดว่าสุดท้ายแล้วเป็นแผนนารีพิฆาตเกิดจากผู้หญิงเท่านั้นหรือเกิดจากแก๊งมิจฉาชีพที่เข้ามาหาประโยชน์กับพระเท่านั้นจริงๆ หรือ

ผมว่าบางทีอาจจะต้องทบทวนว่าคุณหลอกตัวเองหรือเปล่า ถ้าไม่มีสีกาคนนั้นศาสนาจะยังดีอยู่อย่างนี้ใช่ไหม นี่เป็นลักษณะเฉพาะใช่ไหมที่เกิดขึ้นกับพระบางรูปใช่หรือไม่

ผมว่าสุดท้ายแล้วที่ควรจะทำมากกว่าสิ่งอื่นก็คือวงการสงฆ์เองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเองต้องตั้งคำถามกับตัวเองเยอะๆ หน่อยว่าเหตุการณ์เหล่านี้นอกจากปัจจัยตัวบุคคลแล้วมีเรื่องอื่นๆ ที่มาเกี่ยวข้องอีกไหม

สุดท้ายผมคิดว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้หรอก ถ้าคนเชื่อเรื่องพระวินัย โดยเฉพาะพระถ้าคุณเชื่อเรื่องบาปกรรมแน่ๆ อย่างนั้นมันใหญ่กว่ากฎหมายอีกนะ ถ้าเอาเรื่องตรรกะทางศาสนาจับกับคุณก็น่าจะพอแล้วไหม

สุดท้ายผมคิดว่าจะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งบ้านเราการเมืองเรื่องใหญ่มากและหลายคนไม่รู้ว่าการเมืองในวงการสงฆ์รุนแรงแค่ไหนทั้งภายในนิกายเดียวกัน ทั้งข้ามนิกาย

: การจัดการทรัพย์สิน เงิน ของวัดและพระอย่างไรจึงจะเหมาะสม

ผมคิดว่าสุดท้ายเราต้องมองพระและวัดเป็นกลไกในสังคม พระก็เป็นพลเมืองในสังคมไทย ดังนั้น ถ้าเรามองแบบตรงไปตรงมา พระก็คือบุคคล บุคคลเป็นพลเมือง พลเมืองถ้ามีรายได้ก็ต้องยื่นภาษี สุดท้ายก็ทำให้พระเป็นพลเมืองการยื่นภาษีนั่นหมายความว่ามีการตรวจสอบได้จริงๆ

ทุกวันนี้มนุษย์เงินเดือนทุกคนแม้จะไม่ถึงขั้นที่ต้องเสียภาษีก็ต้องยื่นใช่ไหม เช่นเดียวกันพระอาจจะต้องเป็นแบบนั้นโดยนับตั้งแต่บรรลุนิติภาวะไปก็ได้

ถ้าคุณมีเงินเข้ามาเท่าไรก็ต้องยื่นภาษีในแต่ละปี ถ้าฐานเงินเดือนคุณไม่ถึงคุณก็ไม่ต้องจ่าย แต่ถ้าเงินคุณถึงคุณก็ต้องจ่ายและขณะเดียวกันรายได้คุณก็จะอยู่ในฐานภาษีด้วยหมายความว่าเมื่อรายได้อยู่ฐานภาษีคุณก็พร้อมที่จะถูกตรวจสอบโดยรัฐอยู่แล้วโดยอัตโนมัติ การที่นิติบุคคลมีรายได้ก็ต้องแจ้งเช่นเดียวกัน

ความหมายของผมก็คือไม่ใช่ว่าเราต้องการอยากได้เงินวัดแต่เงินวัดและวัดควรจะถูกตรวจสอบผ่านระบบภาษีและสรรพากร น่าจะเป็นเรื่องเบสิกที่เราจะเห็นเลยว่าเส้นทางเงินเป็นยังไง ยังไม่ต้องนับธุรกิจสีเทาบางอย่างที่สัมพันธ์กัน เช่น เรื่องการฟอกเงิน ก็จะถูกจับตามากขึ้นง่ายขึ้น

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน