bg-single

MatiTalk ศิริกัญญา ตันสกุล ฉายพิษเศรษฐกิจปี ’69 ความจริงที่ต้องเผชิญ รัฐบาลทำงานยาก มรดกจากยุค ‘ประยุทธ์’

18.08.2025

รายงานพิเศษ

MatiTalk ศิริกัญญา ตันสกุล ฉายพิษเศรษฐกิจปี ’69 ความจริงที่ต้องเผชิญ รัฐบาลทำงานยาก มรดกจากยุค ‘ประยุทธ์’

“ใครมาเป็นรัฐบาลตอนนี้ยากหมด แล้วนับวันก็จะยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายเรื่องเป็นเรื่องของปัญหาที่ฝังลึกเชิงโครงสร้างที่เป็นแบบนี้มายาวนาน แล้วต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไข”

“เราต้องเริ่มเร็วต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพื่อไปเก็บดอกออกผลในวันข้างหน้า”

ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการบริหารงานรัฐบาลในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ศิริกัญญามองว่า ถ้ายิ่งช้ามากเท่าไรยิ่งทำให้ปัญหากลัดหนอง รอวันที่จะปะทุก็จะยิ่งหนักกว่าเดิม ต่อจากนี้ไปไม่ว่าใครที่จะต้องเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ต้องเจอศึกหนักแน่นอน

อีกหนึ่งประเด็นที่จับตามาโดยตลอด คือ ปัญหาทางการคลังจากที่หลายปีก่อนหน้า เรายังไม่เจอวิกฤตจริงๆ แล้วเราใช้งบประมาณ ขาดดุลงบประมาณ และก่อหนี้สาธารณะไปจำนวนมาก พอถึงวันที่วิกฤตจริงๆ อย่างเช่นในปี 2569 ที่เราจะต้องเผชิญกลายเป็นว่า “กระสุนเราไม่เหลือ”

ถ้าปี 2569 เราก่อหนี้ตามปกติที่ยังไม่ต้องพูดถึงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจแค่นั้นหนี้สาธารณะชนเพดานที่ 70% ไปแล้ว ด้วยสภาวะแบบนี้ใครก็ตามที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็คือต้องเข้ามาบริหารการคลังในภาวะที่หนี้สาธารณะอยู่ที่ 69% กระดิกตัวไม่ได้ แค่หายใจทีหนึ่งก็ขึ้น 70% หรือถ้า GDP ตกเป้ามากๆก็ขึ้น 70% ทันทีเหมือนกัน

กลายเป็นว่าโจทย์ใหม่ของรัฐบาลใหม่ที่จะต้องเข้ามา คือต้องเข้ามาจัดการกับเรื่องนี้ ถ้าต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะก็อาจจะสุ่มเสี่ยง บริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้งก็อาจจะลดอันดับได้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยเศรษฐกิจก็จะยิ่งจมน้ำไปมากกว่านี้

เป็นทาง 2 แพร่งที่ยากลำบากมากสำหรับรัฐบาลต่อไป ยังไม่ต้องพูดถึงการแก้ปัญหาความสามารถในการแข่งขัน การยกระดับทักษะแรงงาน ทุกอย่างยากหมด

อนาคตที่ต้องเผชิญและเฝ้าระวัง

เหตุการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ในปี 2569 ดูจากปีนี้ 2568 เราเห็นภาพค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้วว่าเศรษฐกิจน่าจะจบอยู่ที่โตประมาณ 2% ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะว่าได้ภาษี 19% แล้วเราจะโชคดี แต่เป็นเพราะภาษีที่จะถูกเก็บเพิ่มถูกเลื่อนมาจนถึงเดือนสิงหาคม ดังนั้น ผลกระทบจะเหลืออยู่แค่ประมาณ 5 เดือนที่เหลือของปี 2568 พอปี 2569 คือของจริงที่เราจะต้องเผชิญกันเต็มๆ ปีกับการที่ถูกเก็บภาษีเพิ่ม

หลายๆ ผู้ประกอบการ บริษัท ห้างร้านต่างๆ ออกมาบอกว่าไม่เป็นปัญหา แต่ก็ต้องยอมรับว่าสินค้าบางตัวเขาก็อาจจะบริโภคลดลง ถ้ามีราคาที่สูงขึ้น สมมุติว่าเราไม่สามารถที่จะเอาภาระมาไว้กับเราทั้งหมดทั้ง 19% เราผลักไปที่ผู้บริโภค อย่างไรเสีย ก็คงจะมีการบริโภคที่ลดลงอย่างแน่นอน

ยังไม่ต้องพูดถึงในเรื่องของรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำเข้าสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถึงแม้ว่าจะมีบริษัทอาหารสัตว์ต่างๆ ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ แต่ก็จะมีเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบแน่นอน แม้ว่าจะเป็นการนำเข้าในส่วนที่เราไม่สามารถที่จะผลิตได้เพียงพอ แต่ราคาจะตกลงอย่างแน่นอน

อีกประเด็นหนึ่งที่คนอาจจะยังไม่ได้พูดถึงมากนัก คือเรื่องของปัญหาสินค้าสวมสิทธิ์ เราอาจจะคิดว่าก็คือการแค่มาปราบปรามการที่เข้ามาสวมสิทธิ์ ถ้าปราบตรงนี้ได้ก็จบ

แต่ในรายละเอียดที่สหรัฐกำหนดให้กับเราเข้มข้นมากกว่านั้น จะมีการกำหนดสัดส่วนของการใช้วัตถุดิบภายในประเทศที่สูงกว่า เข้าใจว่าน่าจะสูงกว่าเกณฑ์อื่นๆ ที่เราเคยทำทั้งกับ FTA หรือกับสหภาพยุโรปที่เคยกำหนดไว้อยู่ที่เราต้องใช้ภายในประเทศ 40% แต่ของสหรัฐเข้าใจว่าน่าจะมากกว่า 40% หรืออาจขึ้นไปถึง 60% เหมือนในกรณีของเม็กซิโก เป็นต้น

เท่ากับว่าจากเดิมที่เราเคยใช้วัตถุดิบสินค้าขั้นกลาง อย่างเช่น ประเทศจีน เพราะมีวัตถุดิบหรือสินค้าขั้นกลางราคาถูก เราอาจจะต้องมีการคิดเรื่องของ Supply Chain ใหม่ทั้งหมด

แน่นอนว่าผู้ประกอบการภายในประเทศก็อาจจะได้ประโยชน์แต่ก็กระทบกับต้นทุนการผลิตสินค้าอย่างแน่นอน

แล้วการที่จะต้องหา Supply Chain หาผู้ขายวัตถุดิบหรือว่าสินค้าขั้นกลางเจ้าใหม่ๆ แล้วก็ให้ยังมีราคาที่แข่งขันได้ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่เหมือนกัน

รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐที่จำเป็นจะต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องนี้ทั้งหมด อย่างกรมการค้าต่างประเทศที่จากเดิมส่งไปที่สหรัฐไม่จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจไม่ได้เป็นภาคบังคับ แต่ตอนนี้เป็นภาคบังคับทุกการจัดส่ง (shipment) ต้องมีการตรวจและมี Certificate of Origin ตรงนี้อาจจะต้องมีการเตรียมการ

ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ 10 คน ใน 10 มีคนที่ต้องดูแลเรื่อง FTA ไปแล้ว 5 คน อีก 5 คนดูเรื่องไม่มี FTA ซึ่งสหรัฐเป็นแค่ 1 ในประเทศที่ไม่มี FTA ต่อจากนี้จะต้องตรวจหมดทุกตู้แล้วก็ตรวจละเอียดรวมไปถึงต้องมีบัญชีต้นทุน

5 คนไม่มีทางเพียงพอแน่ๆ เข้าใจว่าเดี๋ยวคงจะต้องมีการเตรียมการเรื่องของบุคลากรให้พร้อมที่จะรับมือ ไม่อย่างงั้นก็จะต้องไปเจออัตราภาษีอีกเรตหนึ่งนั่นก็คือ 40%

ยังไม่ต้องพูดถึงปัญหาเดิมๆ ที่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องปากท้องก็ยังไม่แล้วเสร็จ ถึงแม้ว่าจะมีงบฯ ส่วนหนึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้ว แต่ว่าเราก็ยังไม่ค่อยรู้สึกถึงผลลัพธ์ที่ได้แล้วก็ทำให้ทุกคนรู้สึกสึกว่าตลาดกลับมาคึกคักหรือมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นสักเท่าไร

ปัญหาในเรื่องของสินค้าราคาเกษตรตกต่ำก็ยังไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะต้องโดนมีการเปิดตลาดสำหรับข้าวโพดที่เหลือทั้งหมดที่ยังไม่ได้มีสงครามการค้า อย่างไรก็ยังคงตกต่ำอยู่แล้ว ตอนนี้ก็เป็นหน้าของการที่จะเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกในหลายๆ พืชแต่ว่าก็ยังไม่ได้มีการเตรียมการล่วงหน้า ในปีหน้าก็อาจจะต้องเจอกับปัญหาราคาสินค้าตกต่ำเวียนกลับมาใหม่อีกรอบหนึ่ง

ปัญหาเรื่องการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวไปในช่วง 1-2 ไตรมาสแรกก็ยังไม่คิดว่าจะกลับมาได้ง่ายๆ ในปี 2569 เช่นเดียวกัน เพราะเรื่องของพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปของนักท่องเที่ยวหลักที่เข้ามาในประเทศไทย อย่างนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งถ้าเปลี่ยนไปแล้วก็อาจจะเปลี่ยนไปเลย ยากที่จะดึงให้กลับมาใหม่

ทางการเองก็บอกว่าเดี๋ยวจะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นเข้ามาทดแทน แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสามารถที่จะชดเชยรายได้ที่หายไปจากการที่นักท่องเที่ยวจีนหายไปได้มากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็น่าจะเป็นภาพรวมที่จะต้องเจอแน่ๆ ในปี 2569

เรื่องระยะยาวเรายังไม่ต้องพูดถึงว่าก็ยังไม่ได้มีโครงการอะไรที่จะมาแก้ไขอย่างเป็นชิ้นเป็นอันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง หรือปัญหาเข้าสู่สังคมสูงวัยแรงงานขาดทักษะอะไรต่างๆ ยังอยู่ครบเหมือนเดิมไม่มีอันไหนเปลี่ยนแปลงไปเลย

อันนี้ก็เป็นความน่ากังวลที่เราจะต้องเจอในอนาคต

รัฐบาลเพื่อไทยเจอพิษระบบราชการ?

เท่าที่ สส.มาบ่นกับเราก็ต้องบอกว่าทางฝ่ายรัฐบาลหลายคนก็เป็นมิตรเป็นเพื่อนกันมาก่อน ก็ได้ยินเสียงบ่นเรื่องนี้เหมือนกันว่าทำอะไรแทบไม่ได้ เนื่องมาจากว่าราชการสั่งไม่ได้ อยากทำอะไรก็ไม่ยอมทำ

น่าจะเจอพิษเรื่องนี้มาค่อนข้างเยอะ เราก็เห็นว่าหลายๆ เรื่องที่พรรคเพื่อไทยพยายามดัน บางทีก็ติดหล่มด้วยฝั่งข้าราชการด้วยซ้ำไป

ยกตัวอย่าง Entertainment Complex ตัวร่างกฎหมายที่เพื่อไทยนำเสนอในนามของ ครม.ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นไปแล้วก็กลับไปโดนพิษกฤษฎีกาฯ ไปแก้ถ้อยคำหรือว่าสร้างเงื่อนไขอะไรต่างๆ

ทำให้โครงการไม่ได้เป็นอย่างที่คาดไว้ตั้งแต่ต้น

มรดกที่ พล.อ.ประยุทธ์ทิ้งไว้

ทางด้านเศรษฐกิจ

เราก็เห็นว่าในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าไปยึดกุมอำนาจของทางฝั่งราชการที่เป็นผู้กำกับดูแลเยอะมาก เคสใหญ่ๆ ของการควบรวมเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลประยุทธ์ทั้งนั้นเลย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการควบรวมบริษัทห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ 2 เจ้า หรือการควบรวมบริษัทโทรคมนาคมก็เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลประยุทธ์ แทนที่จะเข้ามากำกับดูแลให้เข้มข้นให้ตลาดสามารถที่จะแข่งขันได้ สุดท้ายกระทบกับค่าครองชีพของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด

แต่ว่ากลับเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แล้วยอมปล่อยให้กลุ่มทุนสามารถที่จะไปยึดกุมอำนาจของทางฝั่งของผู้กำกับดูแลแล้วก็ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ได้

ยังไม่ต้องพูดถึงอีกหลายเคสที่เป็นเรื่องของการประมูลสัญญาสัมปทานอะไรต่างๆ ที่เห็นได้ชัดมากว่าก็มีการเอื้อประโยชน์ต่อกันจนถึงวันนี้ สุดท้ายก็ต้องมีการแก้ไขสัญญาอะไรหลายๆ อย่าง เพื่อที่จะทำให้สัญญาที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นทำไม่ได้จริง เขาก็ได้สิทธิพิเศษตรงนั้นไม่ว่าจะเป็นสัญญาณสัมปทานดิวตี้ฟรี หรือสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าเชื่อมสามสนามบิน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็เกิดขึ้นในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ทั้งนั้น

ต้องบอกว่าสมัย พล.อ.ประยุทธ์ ยาวนาน 9 ปี ทำให้มีวีรกรรมค่อนข้างเยอะ แต่รัฐบาลหลังจากนั้นคือรัฐบาลของเพื่อไทยเพิ่งอยู่มาได้สัก 2 ปี เราก็อาจจะยังไม่เห็นผลที่จะเกิดขึ้นจากทางฝั่งของรัฐบาลนี้เองว่าจะเป็นยังไงบ้าง แต่ว่าดูท่าทีแล้วก็ไม่ค่อยต่างกันมากนัก

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร