bg-single

MatiTalk สนทนา พงศ์เทพ แก้รัฐธรรมนูญ-นิติสงคราม ระเบิดเวลาจากมรดก คสช. ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม

15.09.2025

รายงานพิเศษ

MatiTalk สนทนา พงศ์เทพ

แก้รัฐธรรมนูญ-นิติสงคราม

ระเบิดเวลาจากมรดก คสช.

ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม

“รัฐธรรมนูญปี 2560 มีปัญหาจริงๆ เขาสร้างกลไกขึ้นมาที่ทำให้กลไกการทำงานของภาครัฐ โดยเฉพาะรัฐบาลดำเนินไปได้ยาก จะเห็นได้ว่ามีกรณีที่นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งกันอย่างง่ายๆ สิ่งเหล่านี้ถามว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศหรือไม่? ก็คงไม่ เพราะว่าถ้าเรามีรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพเปลี่ยนนายกฯ กันบ่อยๆ 1 ปีเปลี่ยนที หรือ 4 เดือน 6 เดือนเปลี่ยนที ประเทศเดินไปยากมาก” พงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี มองถึงอุปสรรคการเมืองไทยที่ไร้เสถียรภาพจากรัฐธรรมนูญ

พงศ์เทพมองว่า กติกาที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้หลายอย่างไม่มีใครรู้หรอกว่าหมายถึงอะไร มันกว้าง คลุมเครือ

พูดง่ายๆ เลยว่าหากจะกล่าวหานายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเพื่อให้พ้นจากตำแหน่งทำกันได้แบบหลากหลายเหลือเกิน แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่ามาตรฐานแท้จริงเป็นยังไงหลักเกณฑ์ไม่ชัดเจน

นอกจากนั้นแล้วการดุลและคานอำนาจกันระหว่างองค์กรต่างๆ ไม่ว่านิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ และองค์กรอิสระ มีปัญหามาก

ฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารถูกองค์กรอิสระกับศาลตรวจสอบเยอะ แต่การที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะไปตรวจสอบฝ่ายองค์กรตุลาการกับฝ่ายองค์กรอิสระมีน้อยมาก

ไม่มีความสมดุลในเรื่องการคานอำนาจกันและยังมีปัญหาต่างๆ อื่นๆ อีกเยอะ

: แก้-ร่างใหม่อะไรง่ายกว่ากัน?

ถ้าแก้เป็นรายมาตรา ต้องบอกว่าแก้ยาก เพราะว่ารัฐธรรมนูญยึดโยงกับหลากหลายส่วน เช่น ถ้าแก้มาตรานี้ต้องไปตามแก้มาตรานั้น

ยกตัวอย่างสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการเลือกที่เราทุกคนก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นการเลือกแบบไหนที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ นำมาซึ่งคดีฮั้ว มันโยงไปหมด

แล้วก็นำมาสู่คำถามที่ว่าตกลงแล้ววุฒิสภาควรจะมีหรือไม่? ถ้ามี ควรจะให้มีบทบาทหน้าที่อะไร จากนั้นแล้วก็ต้องดูว่าถ้ามีบทบาทหน้าที่อย่างนี้ ควรจะมีที่มาอย่างไรที่จะทำบทบาทหน้าที่นี้ได้ ซึ่งจะเกี่ยวพันโยงกันไปหมด

เพราะฉะนั้นเวลาที่จะไปแก้เป็นรายมาตรา “แก้ยากมาก” แล้วก็จะไปขัดต่อประโยชน์ของผู้ที่มีส่วนในการแก้ไขก็คือตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และตัวสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งทำให้คนเหล่านี้เวลาไปแก้ก็อาจจะคำนึงถึงประโยชน์ของตัวเองว่ามีความเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ และการที่จะแก้วางกติกาให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม บางทีก็ไม่เกิดขึ้น แล้วใช้เวลานานมาก

ผมจึงมองว่าการที่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนถึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ที่ต้องมาคิดในภาพรวมเลยว่าโครงสร้างการบริหารจัดการประเทศไทยควรจะเป็นอย่างไร ควรจะมี ส.ว.หรือไม่ จะทำหน้าที่อะไร ที่มาจะเป็นอย่างไร ส.ส.จะเป็นอย่างไร

ส่วนที่จะยกเว้นไม่แก้หมวดใด หมวด 1 หมวด 2 ก็กำหนดไว้ได้อยู่แล้ว

: หัวใจสำคัญของการแก้คือ?

มีเยอะนะครับ แต่แน่นอนว่าคือ “การมีส่วนร่วมของประชาชน” เพราะแต่เดิมประชาชนจะมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการประเทศจำกัด แต่ในโลกยุคปัจจุบันเราจะเห็นแล้วว่าประชาชนสามารถจะเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ได้ง่ายมาก

ยกตัวอย่าง ถ้าพูดถึงการทำประชามติแบบที่ลงคะแนนเสียง ที่ กกต.จัดการใช้เงิน 3-4 พันล้านบาท ทำกันบ่อยๆ ใช้เวลานานมากและใช้เงินเยอะด้วย แต่ถามว่าในปัจจุบันที่เทคโนโลยีบนโลกนี้ที่มีอยู่ เราสามารถให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นออกเสียงต่างๆ ได้ง่ายมาก และทำได้ทุกวันด้วย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือใช้ค่าจ่ายน้อยมากในการผ่านโทรศัพท์มือถือ

เราสามารถที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ได้ตลอดเวลา

ถ้าคุณมีโครงการใหญ่ๆ คุณเถียงกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่ต้องทำอะไรมาก กดเข้ามาให้เวลาว่ากัน แสดงความคิดเห็นสัก 1-2 เดือน จากนั้นก็กดโหวตกันเลย ผ่านโทรศัพท์มือถือผ่านคอมพิวเตอร์

ก็ได้เห็นเลยว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นอย่างไร

: ทำไมหลายคนชอบยกโมเดลปี 2540 คือที่สุดของรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญเรา ที่ถูกยกเลิกไปส่วนใหญ่เกิดจากการปฏิวัติ-รัฐประหาร โดยปกติแล้วที่เรามีกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จริงๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการปฏิวัติรัฐประหารฉบับแรกคือปี 2540 ตอนนั้นมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2534 เพื่อเปิดโอกาสให้มี ส.ส.ร.แล้วเราก็มีรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ขึ้นมาใช้แทน โดยไม่ได้เกิดจากการยึดอำนาจ ถ้าเกิดมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีสภาร่างมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนฉบับปี 2560 ก็จะเป็นครั้งที่ 2 ที่เราใช้กระบวนการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา

ซึ่งในยุคหลังต้องยอมรับว่า ปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับการกลั่นกรอง มาจากความช่วยกันคิดมานานพอสมควร ว่าควรจะเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญไทยอย่างไร โดยเฉพาะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมีส่วนร่วมทางการเมืองต่างๆ มีกระบวนการตรวจสอบดุลคานอำนาจกัน

แต่ถามว่าในขณะนี้ด้วยบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปหลายๆ อย่าง ก็ต้องปรับแก้อยู่ แล้วพวกเราก็มีประสบการณ์จากองค์กรอิสระ เราก็เห็นแล้วว่าควรจะปรับแก้กันอย่างไร

ส.ว.ด้วยระบบการเลือกที่คิดกันขึ้นมาก็เห็นว่าเกิดกระบวนการอะไร แล้ว ส.ว.ก็มีส่วนในการที่ไปเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เลือกกรรมการองค์กรอิสระ ถ้าเกิด ส.ว.เป็นแบบนี้ ก็ลองคิดดูว่าเราจะได้องค์กรอิสระตามที่ควรจะเป็นหรือไม่?

ดังนั้น แน่นอนว่าถ้ามีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็คงไม่มีใครไปคิดร่าง ให้มี ส.ว.ในระบบแบบที่เป็นอยู่ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ทุกคนก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นระบบที่แย่ขนาดไหน

เป็นระเบิดเวลาที่รัฐธรรมนูญปี 2560 สร้างไว้ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าแก้กันมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปัญหาเหล่านี้ก็ควรได้รับการแก้ไข เพราะเขามองว่า กกต.ก็ต้องมาตรวจสอบ ส.ว.ผลัดกันเกาหลัง ก็ลองคิดดูว่า ส.ว.เขาปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย แล้วก็มีบทบาทสำคัญมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการให้ความเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระซึ่งเราก็คาดหวังว่าควรจะได้คนที่เชื่อถือได้มีความซื่อสัตย์สุจริตมีความรู้ความสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่

แต่ลองคิดดูว่าถ้า ส.ว.ที่กดปุ่มสั่งได้ แล้วไปเลือกคนที่จะเข้าไปทำหน้าที่แบบไม่ตรงไปตรงมา ช่วยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งสั่ง ส.ว.ได้จะเกิดอะไรขึ้น?

: มองนิติสงครามอย่างไร

คือนิติสงคราม ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่เป็นผู้ชี้ขาดทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริตขนาดไหน แล้วมีความรู้ความสามารถที่จะตัดสินคดีเหล่านั้นขนาดไหน

ขณะเดียวกันก็ต้องมีกรอบ ที่ควรเข้าใจว่าอำนาจตัวเองควรจะเป็นแค่ไหนไม่ใช่ใช้อำนาจเลยเถิดล้นเกิน

อย่างศาลในหลายประเทศเขาจะรู้ว่าเรื่องใดเป็นเรื่องที่ศาลควรจะเข้าไปตัดสิน เรื่องใดที่เป็นเรื่องของทางฝ่ายบริหาร อะไรเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่ศาลจะอยู่ในสถานะที่จะเข้าไปตัดสินคดีเหล่านั้นได้ เขาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว

แต่ถ้าเกิดไม่ใช่อย่างนั้น อยากจะขยายอำนาจตัวเองเข้าไปทุกเรื่อง ทั้งที่ไม่ได้มีความสามารถที่จะตัดสินคดีเหล่านั้น เรื่องบางเรื่องคนเป็นฝ่ายบริหารเขาควรจะตัดสินใจได้ เขามีความสามารถมีความพร้อมในการตัดสินใจมากกว่า ตุลาการไม่ได้มีความสามารถไปตัดสินใจในเรื่องเหล่านั้นได้

แต่ถ้าตุลาการไปทำกลายเป็นตุลาการจะเป็นทั้งฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนี้จะบัญญัติเสียเองไปด้วย

คือตอนหลังศาลและองค์กรอิสระเป็นฝ่ายที่ตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร ในขณะเดียวกันฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารแทบจะไม่มีอะไรที่จะไปตรวจสอบฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระเลย

สภาผู้แทนราษฎรเกือบจะไม่มีอำนาจอะไรเข้าไปตรวจสอบฝ่ายองค์กรอิสระหรือศาลเลย น้อยมากเลย วุฒิสภาที่อาจจะมีส่วนในตอนที่ให้ความเห็นชอบแต่อำนาจในการถอดถอนก็ไม่มีแล้ว

แต่เดิมตามรัฐธรรมนูญปี 2540 วุฒิสภามีอำนาจถอดถอนศาลและองค์กรอิสระได้ ปัจจุบันไม่มีแล้ว ก็พูดได้ว่าถูกตรวจสอบอยู่ข้างเดียว

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก
Songs in the Key of Life
‘กนกรัตน์ เลิศชูสกุล’ ถอดบทเรียน จาก ‘คนเดือนตุลา’ สู่ ‘คนรุ่นม็อบ 63’
รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ สะกิดปม ‘ภาษีบาป-ไทยพีบีเอส’ ต้องถกบนหลักฐาน ไม่งั้น ‘สังคมไทยเสียโอกาส’
เสือป่า เข้มข้น 3 ตท.26 ‘จุ๊ฟ-เอี่ยว-เอก’ ชิงดำ จับกระแส ผบ.สูงสุด ทูบี ‘เสธ.ตั้ง-ซีรีส์ 3’ จ่อ ‘เสธ.แจ๊ค’ เต็ง ผบ.ทอ.? จับตา ‘ม้ามืด’ ปรากฏตัว?
E-DUANG | การเมือง ที่ขาด ความเสถียร การเมือง ใน ระบอบสีน้ำเงิน
“วัชระพล” เร่งชงครม.เยียวยาเกษตรกร ลั่น! พร้อมปกป้องพี่น้องชาวประมง สั่งสำรวจความเสียหายให้เสร็จ 31 ต.ค.นี้