bg-single

แร่แรร์เอิร์ธคืออะไร ทำไมจึงมีความสำคัญ ?

30.10.2025

ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ร่วมลงนาม “บันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุที่มีความสำคัญในระดับโลก และการส่งเสริมการลงทุน” หรือ MOU แร่แรร์เอิร์ธ ธาตุหายาก (Rare Earth Elements – REE) จึงเป็นประเด็นที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจ

ดร.พีท หอมชื่น อาจารย์ประจำ ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกับ “มติชนสุดสัปดาห์” เกี่ยวกับแร่แรร์เอิร์ธ

แร่แรร์เอิร์ธคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญ

ดร.พีทกล่าวว่า เราต้องเรียกว่า REE (Rare Earth Element) ว่าธาตุหายาก ธาตุเหล่านี้ไม่ได้อยู่เดี่ยว ๆ ในธรรมชาติ มักเกิดกระจายอยู่ทั่วไปมากกว่าจะเกิดรวมกันเป็นหัวแร่ แต่มีแร่เพียง 10 กว่าชนิดเท่านั้นที่มีปริมาณธาตุหายากสูงพอที่จะจัดเป็นแหล่งกำเนิดที่สามารถนำมาสกัดได้ในเชิงพาณิชย์ และมีแร่เพียง 3 ชนิด คือ Bastnaesite, Monazite, และ Xenotime ที่ประมาณร้อยละ 95 ของ REE ทั้งโลกมีธาตุหายากกำเนิดอยู่

แม้จะถูกเรียกว่า “ธาตุหายาก” แต่ในความเป็นจริง REE ไม่ได้หายากในแง่ของปริมาณ ตัวอย่างเช่น ธาตุ Thulium (Tm) ซึ่งเป็นธาตุที่มีปริมาณน้อยที่สุด ยังพบได้ราว 0.3–0.5 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ขณะที่ทองคำมีเพียง ประมาณ 0.004 ppm เท่านั้น

ความ “หายาก” ของธาตุเหล่านี้ ไม่ได้อยู่ที่การมีน้อยในธรรมชาติ แต่เกิดจากกระบวนการแยกสกัดที่ซับซ้อนและต้นทุนสูง เนื่องจากคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกันมากของธาตุหายากแต่ละธาตุ และในขั้นตอนการแยกสกัดนี้จะมีธาตุรังสี เช่น ทอเรียม (Th) และยูเรเนียม (U) ออกมาด้วย ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง

ธาตุหายากถูกนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมใดบ้าง

ดร.พีทกล่าวว่า จริงๆ แล้วธาตุหายากไม่ได้ถูกนำมาใช้ในรูปของธาตุเดี่ยว ๆ ธาตุหายากทุกตัวมีคุณสมบัติเป็นโลหะจะถูกนำไปผสมเป็นโลหะผสม (Alloy) หรือสารประกอบที่มีการรวมธาตุหลายชนิด เพื่อเพิ่มสมบัติทางกายภาพและเคมีให้เหมาะสมกับการใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ในปัจจุบัน ความต้องการใช้ธาตุหายากเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ พลังงานสะอาด (Clean Energy) และเป้าหมาย Net Zero Carbon ภายในปี 2050 ธาตุเหล่านี้จึงกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles: EV) ที่ใช้แม่เหล็กแรงสูงจาก Neodymium (Nd) และ Praseodymium (Pr) ในมอเตอร์ไฟฟ้า, กังหันลม (Wind Turbines) ซึ่งใช้แม่เหล็กถาวรชนิดเดียวกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงาน

อย่างไรก็ตาม การใช้งานหลักของ REE จริง ๆ กว่า 60% ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี โดยเฉพาะในการผลิต ตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) สำหรับกระบวนการกลั่นน้ำมันและเคมีภัณฑ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นอกจากนี้ ธาตุหายากยังถูกใช้ใน เทคโนโลยีขั้นสูง (High-Tech Applications) เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ชิปอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์สื่อสาร โดยธาตุบางชนิดอย่าง Lanthanum (La) และ Cerium (Ce) ช่วยเพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพของชิปให้สามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้นโดยไม่เพิ่มขนาด, อุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์ทางทหาร ที่ต้องการวัสดุที่มีน้ำหนักเบาแต่ทนความร้อนสูง รวมถึงการผลิต แม่เหล็กแรงสูง (High-Performance Magnets) เช่น Neodymium Magnet ซึ่งเป็นหัวใจของมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้าและฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์

มีรายงานว่าประเทศไทยมี REE ในปริมาณสูง

อาจารย์เล่าว่าในอดีต เมื่อประมาณ 30-40 ปีก่อน ประเทศไทยเคยมีการทำเหมืองแร่ดีบุกมาก่อนโดยเฉพาะในภาคใต้ ซึ่งพบแร่โมนาไซต์ (Monazite) และซีโนไทม์ (Xenotime) ปะปนอยู่ในหางแร่ดีบุก จะเรียกว่าเป็นแร่พลอยได้ก็ได้ และทรายชายหาด (Beach sand) เราไม่ได้มีเหมืองแร่หายากโดยตรง

ตัวเลขที่ระบุว่าไทยมีการผลิต REE ในอันดับสูงนั้น ผมเข้าใจว่ามาจากการที่ไทย นำเข้าหางแร่ (Tailings) Beach sand จากประเทศ เช่น ออสเตรเลีย เข้ามาในประเทศ เพื่อทำการแต่งแร่ (อัปเกรดความเข้มข้น) เพื่อให้ได้หัวแร่ที่เกรดสูง ก่อนที่จะส่งออกต่อไปยังประเทศมหาอำนาจเพื่อสกัดและถลุงต่อไป

ส่วนทรัพยากรแร่ที่เหลืออยู่ในธรรมชาติ เช่น แร่ดีบุก แน่นอนว่ายังคงมีอยู่ แต่แหล่งแร่บางแหล่งอาจกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มูลค่าสูงกว่าการทำเหมืองไปแล้ว เราอาจต้องมองไปที่ แหล่งแร่ทุติยภูมิ (Secondary Source) เช่น หางแร่จากเหมืองเก่า ที่เทคโนโลยีในสมัยก่อนยังเก็บแร่ได้ไม่หมด หากราคาแร่ในปัจจุบันคุ้มค่าพอที่จะกลับไปทำเหมืองตรงนั้น เป็น การทำเหมืองรีไซเคิล (Re-mining / Recources Recycling)

อาจารย์ประจำ ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียมยังมีความเห็นต่ออย่างไรภาพลักษณ์ของเหมืองแร่มักถูกมองว่าเป็น “ผู้ร้าย”โดยอาจารย์มองว่า ตราบใดที่คนเรายังดำรงชีวิตอยู่ เหมืองก็เป็นสิ่งที่ต้องมีควบคู่กันไป เพราะแทบทุกอย่างที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย ยาสีฟัน เครื่องสำอาง ไปจนถึงสมาร์ทโฟนล้วนมาจากทรัพยากรแร่ธาตุทั้งสิ้น โลกขับเคลื่อนต่อไปไม่ได้หากไม่มีทรัพยากร

ภาพลักษณ์ของเหมืองที่ถูกโจมตีว่าเป็นผู้ร้ายนั้น หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจเพิ่มต้นทุนการจัดการสิ่งแวดล้อมและส่งผลให้ราคาสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้แร่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งภาระเหล่านี้สุดท้ายจะตกอยู่กับผู้บริโภคในที่สุด

แต่การทำเหมืองแร่ในประเทศไทยเราอยู่ภายใต้การควบคุมและกำกับดูแลที่ เข้มงวด โดย กพร. (กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่) ภาพการทำเหมืองแบบปล่อยปละละเลย เช่น การใช้กรดละลายลงในดินโดยตรง (เกิดขึ้นในบางประเทศที่การเมืองการปกครองไม่นิ่ง) จะไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย หากดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและดำเนินตามแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมยึดตาม EIA/EHIA

หากประเทศไทยต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ต้องคำนึงถึงอะไร

ดร.พีท ตอบว่า ขึ้นอยู่กับแนวนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นปัจจัยเดียวที่สำคัญที่สุด เนื่องผู้ประกอบการและนักลงทุนทุกคนสนใจ แต่ขาดความเชื่อมั่นเนื่องจากนโยบายของภาครัฐยังไม่ชัดเจน เพราะการสำรวจและการขออนุญาตทำเหมืองใช้เวลานานมาก อาจถึง 5-10 ปี นักลงทุนต้องมั่นใจว่าเงินที่ลงไปในการสำรวจ (หลักสิบล้านถึงหลายร้อยล้านบาท) จะคุ้มค่าไหม หากรัฐบาลมีความชัดเจนในการประกาศพื้นที่แหล่งแร่ที่สามารถทำเหมืองได้ โดยมีเงื่อนไขให้ดำเนินการอย่างถูกต้อง นักลงทุนก็จะมีความมั่นใจที่จะเดินหน้า

ในส่วนทางวิชาการไม่กังวลเรื่องเทคนิคในการทำเหมือง การแต่งแร่ หรือการดูแลสิ่งแวดล้อมเลย เพราะเราสามารถควบคุมได้อยู่แล้ว การตัดสินใจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ราคาแร่ ปริมาณแร่ที่เก็บได้ รวมถึงต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมว่าคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าหากคุ้มค่าก็ตัดสินใจเปิดเหมือง แต่ถ้ายังไม่เนื่องเราก็ชะลอไว้จนกว่าเทคโนโลยีในการเก็บแร่ ค่าสิ่งแวดล้อม และราคาแร่ถึงจุดสมดุลกันเราก็สามารถกลับทำเหมืองแร่ได้

เพราะทางฝั่งวิชาการมีความพร้อมอย่างสูงในการสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้ เรามีงานวิจัยและความร่วมมือกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือในยุโรป เป็นต้น เราใช้เทคโนโลยีในการทำเหมืองและการดูแลสิ่งแวดล้อมที่เป็นมาตรฐานสากล (บางตัวสูงกว่าสากลด้วยซ้ำ) แต่ตอนนี้เราไปไกลกว่าแค่การทำเหมือง คือมุ่งเน้นไปที่การ เก็บกลับคืนทรัพยากร และ การรีไซเคิลทรัพยากร ที่ใช้แล้ว ยกตัวอย่างในอนาคตอันใกล้ที่น่าเป็นห่วงคือขยะที่จะเกิดขึ้นจากรถ EV ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การใช้งานรถ EV ก็จะคล้ายกับสมาร์ทโฟน ผู้บริโภคอาจเลือกซื้อรถคันใหม่แทนการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งทำให้เกิดขยะจำนวนมหาศาล และเราจะต้องเตรียมพร้อมในการจัดการกับขยะจากตัวรถยนต์และแบตเตอรี่ที่ใช้แล้วเหล่านี้

สุดท้ายดร.พีทฝากข้อเสนอแนะถึงภาครัฐเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่อง ความชัดเจนของนโยบายภาครัฐบาล และการ ให้ความรู้ (Educate) ให้ข้อมูล (Inform) กับประชาชน เพื่อให้ภาพลักษณ์ของเหมืองแร่เปลี่ยนไป ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ นักวิจัย หรือวิศวกร ต่างพร้อมที่จะเดินตามทิศทางที่ชัดเจนของภาครัฐ เพื่อไม่ให้ถูกประเทศอื่นแซงหน้า นอกจากนี้ต้องชั่งน้ำหนักว่า ณ เวลานี้ หากนำทรัพยากรแร่ขึ้นมาใช้ ประโยชน์ต่อประเทศจะเป็นอย่างไร เปรียบเทียบกับการสงวนและอนุรักษ์ไว้ เพราะหากไม่นำมาใช้ในวันที่แร่ยังมีค่า ในวันข้างหน้ามูลค่าอาจจะไม่มีแล้วก็ได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน โกหน่อง
การ์ตูน san_d1196
‘พระปิดตา’ ขรัวคลุมโปง วัดท่าพระ บางกอกใหญ่ โดดเด่น-มีประสบการณ์
‘ซัวเถา’ เมืองเก่าทันสมัย (1)
‘อนุทิน 2’ คะแนนร่วง กระทุ้ง รมต.โลกลืม …ฟื้นเชื่อมั่น!
สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง