วันอาทิตย์-วันพิเศษ เปิด ‘ห้องลับ วีไอพี’ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ | เหยี่ยวถลาลม
เหยี่ยวถลาลม
เส้นทางชีวิต “เสอ จื้อเจียง” เจ้าพ่อจีนเทา วัย 43 ช่างโลดโผนโจนทะยาน
“เสอ” เกิดในเมืองเส้าตง มณฑลหูหนาน พอโตขึ้นเลือกที่จะไปสร้างตัวด้วยธุรกิจการพนันในฟิลิปปินส์ หากินกับคนจีน หลอกลวงคนจีนจนร่ำรวยก่อนที่จะขยายเครือข่ายธุรกิจการพนันสู่กัมพูชา สร้างอิทธิพลจนได้สัญชาติกัมพูชา “เสอ จื้อเจียง” จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “เสอ เกรียงขาย”
ปี 2561 ไปลงทุนฝั่งเมียวดี เมียนมา สร้างเมือง “ชเวโก๊กโก่” ขึ้นในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ โดยใช้บริษัทยาไท่ หรือ Yatai IHG ซึ่งจัดตั้งในฮ่องกง แต่ตั้งสำนักงานใหญ่ใน กทม. ดำเนินงานร่วมทุนกับกองกำลังกะเหรี่ยง BGF ของ ชิตตู่
ชั่วเวลาไม่นาน “ชเวโก๊กโก่” ในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษก็แปรสภาพเป็น “เขตอาชญากรรมพิเศษ” เป็นศูนย์รวมแก๊งค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จุดพัก ส่งต่อและลำเลียงยาเสพติด
“เสอ จื้อเจียง” เจ้าพ่อจีนเทาผู้สร้างเมือง “ชเวโก๊กโก่” มีชื่อกระฉ่อนร่วมขบวนการใต้ดิน 14 K กับหวัน ค็อก คอย ถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีดำทั้งยาเสพติด ค้ามนุษย์กับธุรกรรมผิดกฎหมายหลายชนิด
รัฐบาลจีนต้องการตัว “เสอ จื้อเจียง” มานาน กระทั่งทางการไทยจับกุม และศาลมีคำสั่งให้ส่งตัวไปตามคำร้องของรัฐบาลจีน
เส้นทางอาชญากรของ “เสอ” อาจจบลง แต่เครือข่ายองค์กรอาชญากรรม “จีนเทา” ในอาณัติ “เสอ” ยังทรงอิทธิพลทั้งในประเทศไทยและกัมพูชาตราบเท่าที่ไม่มีความร่วมมือกันอย่างแท้จริงในการกวาดล้างทำลาย
เหตุที่เกิด ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เป็นเพียงส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งแห่งอาชญากรรม
“เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร” ชื่อก็บอกตรงๆ ว่า ต้องไม่ธรรมดา ไม่ใช่เรือนจำทั่วๆ ไป
แต่เป็นเรือนจำที่มีระบบการควบคุมตรวจตราเป็นพิเศษ สำหรับ “คดีพิเศษ” กับ “ผู้ต้องขังพิเศษ” !
1. ใช้ขัง ผู้ต้องขังคดีทุจริตคอร์รัปชั่นระดับชาติ เช่น นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจระดับสูง นักธุรกิจชื่อดังคนสำคัญที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
2. ใช้ขัง ผู้ต้องขังคดีอาญาร้ายแรง เช่น ฆาตกรรม นักค้ายารายใหญ่มีเครือข่าย คดีฟอกเงิน ฉ้อโกงขนาดใหญ่ คดีไซเบอร์ระดับประเทศ
3. ใช้ขัง ผู้ต้องขังคดีอาวุธสงคราม คดีค้ามนุษย์เครือข่ายระดับชาติ ผู้ต้องขังต่างชาติ จีนเทา รัสเซีย ไต้หวัน แอฟริกัน หรือแก๊งต่างชาติที่มีทุนสูง ทรงอิทธิพล เป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
4. ใช้ขัง ผู้ต้องขังพิเศษ เช่น ชื่อดัง อื้อฉาว มีเครือข่ายอิทธิพล มีศักยภาพทางการเงิน และ “เสี่ยงต่อการติดสินบน”
5. ใช้ขัง ผู้ที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี กับที่อยู่ระหว่างการแยกไปเรือนจำกลางอื่น
เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครจึงเป็นเรือนจำชั้นนำ เกรด A
ตลอดเวลาที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร “เสอ จื้อเจียง” เจ้าพ่อจีนเทาตัวสำคัญพยายามใช้อิทธิพลทุกทางเพื่อให้ได้รับอภิสิทธิ์ความสะดวกสบายกระทั่งเคยถูกย้ายที่คุมขัง
ศาลเพิ่งมีคำสั่งส่งตัวเจ้าพ่อจีนเทา “เสอ จื้อเจียง” ให้รัฐบาลจีนเมื่อเร็วๆ นี้
แต่บรรดาเครือข่ายบริวารจีนเทาในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็ยังคงมีอิทธิฤทธิ์ผ่าน “วันอาทิตย์” ที่สดใสของทุกสัปดาห์ เฉกเช่นลูกพี่ “เสอ จื้อเจียง” ปูทางไว้
“ห้องลับ วีไอพี” ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีอยู่จริง
แต่อภิสิทธิ์ชนใดสามารถที่จะใช้ “ห้องลับ วีไอพี”
และใช้เพื่อการใดนั้นต้องคลี่คลายด้วย “การสอบสวน” ที่ซื่อตรง
เช้าวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมราชทัณฑ์ ได้สนธิกำลังจากหลายเรือนจำ จากหลายจังหวัด จู่โจมเข้าตรวจค้น “ห้องลับ วีไอพี” ซึ่งอยู่ติดกับห้อง “ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร”
พบ 2 จีนเทาพร้อมหญิงสาวชาวจีน “เกรดนางแบบ” !
ผู้ต้องขัง “จีนเทา” ถูกย้ายไปยังแดนความมั่นคงสูงสุด “เรือนจำกลางเขาบิน” ราชบุรี ในทันที
วันเดียวกันนั้น “ฟ้าผ่า”
นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม มีคำสั่งย้าย นายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
ในวันถัดมา พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็มีคำสั่งย้ายระดับ “หัวหน้าฝ่ายควบคุมแดน” กับ “ผู้คุม” รวม 22 นาย
ขอให้เป็นการล้างคุก ล้างอิทธิพลจีนเทาเถอะ
ถัดมาอีกไม่กี่วัน ปลัดกระทรวงยุติธรรมก็ลงนามให้ “ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร (มานพ ชมชื่น) และ เลขานุการ ผบช.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ “ออกจากราชการเอาไว้ก่อน” พร้อมๆ กับทีมสอบสวนจากกองคดีความมั่นคง “ดีเอสไอ” ตำรวจไซเบอร์ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าสอบปากคำ ตรวจเก็บหลักฐาน และทยอยขนลังเอกสารออกจากห้องทำงาน ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ
จะต้องพิสูจน์ให้ทราบชัดว่า “ห้องลับ วีไอพี” ที่มีอยู่จริงนั้นถูกผู้ต้องขังจีนเทาใช้ทำอะไร มีหญิงสาวเข้าไปร่วมห้องอยู่ด้วยทำไม มีเจ้าหน้าที่เรือนจำรับสินบนหรือไม่
และเส้นทางการเงินของผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเป็นอย่างไร
เรื่องเลวร้ายถาโถมเข้าใส่เรือนจำและราชทัณฑ์รวดเร็วและรุนแรงเฉกเช่นห่าฝนแช่ที่มีปริมาณน้ำฝนมหาศาลถล่มหาดใหญ่ไม่ลืมหูลืมตา
ทางแก้คือ ตั้งสติแล้วรับมือ !
กระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ต้องรับมือด้วยวิธีที่ “เปิดเผย ตรงไปตรงมา” ไม่ทำตัวเป็น “แดนสนธยา” หมกเม็ดเก็บฝุ่นไว้ใต้พรม
เภทภัยที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เผชิญเป็น “โอกาส” ให้ได้กวาดล้างกับ “ชำระ” ทัศนะและวิธีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในสังกัดกรมราชทัณฑ์เสียใหม่เพื่อไม่ให้พ่ายแพ้ต่อผู้ต้องขังที่มีศักยภาพทางการเงินและเครือข่ายทรงอิทธิพล
เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเรือนจำพิเศษ
ใช้ขัง คนพิเศษ กับผู้ต้องขังคดีที่พิเศษ
ผู้ที่เป็น “ผู้บัญชาการเรือนจำ”
ผู้ที่เป็น “ผู้คุมส่วน” และ “ผู้คุมแดน” ก็ต้องถูกคัดมาเป็น “พิเศษ”
ไม่เช่นนั้นจะฝีแตกเน่าเหม็น
เบื้องหน้าสถานการณ์นี้ถือว่ากระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ “ลงมือ” จัดการได้รวดเร็ว ฉับไว ไม่ดึงรั้งให้ยืดเยื้อ ไม่เงื้อง่าราคาแพง
“มานพ ชมชื่น” เป็นลูกหม้อกรมราชทัณฑ์ เคยเป็นเลขานุการกรม เป็นผบ.เรือนจำสำคัญๆ ไล่มาตั้งบุรีรัมย์ สมุทรสาคร สมุทรปราการ กระทั่งผงาดขึ้นคุม “เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร” นับว่าไม่ใช่ธรรมดาเหมือนกัน
แต่จากนี้เป็น “เส้นทาง” ชีวิตของ “มานพ” จะเปลี่ยนไป
อดีต ผบ.เรือนจำผู้รุ่งโรจน์จะต้องต่อสู้คดีและคำถาม
ทุกๆ วันอาทิตย์ ใครจัดให้ “จีนเทา” จอมอหังการเชือดสาวใน “ห้องลับ วีไอพี” !?!!!
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
