bg-single

วอร์เกมส์ เซ็งเกมส์ แซดเกมส์

12.12.2025

ในประเทศ

ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองของไทย ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะมิติทางเศรษฐกิจ สังคมแบบที่เคยเข้าใจกันเท่านั้น

สัปดาห์ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าแม้แต่เรื่องกีฬา-มหกรรมซีเกมส์ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพปีนี้ ก็ได้รับผลกระทบจากการเมืองอย่างหนัก

ความที่ฝ่ายบริหารสูงสุดของประเทศเปลี่ยนผู้นำไปมา ความที่ธงนโยบายสนับสนุนไม่ชัดเจน ความที่รัฐบาลไม่สามารถผลักเป็นวาระ-สร้างการนำอย่างสร้างสรรค์ขึ้นในสังคมได้

ภาพความปั่นป่วน วุ่นวาย สารพัดปัญหาจึงปรากฏมาในซีเกมส์ครั้งล่าสุดที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

มีข่าวไม่ดีมานาน ตั้งแต่ปัญหาอมเบี้ยเลี้ยง นักกีฬาโดนหักเงินอย่างไม่เป็นธรรมจนเกิดการประท้วง เป็นข่าวดัง สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากรบุคคลด้านกีฬาอย่างรุนแรง

ในส่วนการจัดงานก็เต็มไปด้วยปัญหา ตั้งแต่โลโก้งาน มาสค็อต ปัญหาการจัดการสื่อมวลชนที่มาทำข่าว กระทั่งทำ Artwork ต่างๆ ออกมาก็ถูกล้อเลียน

แม้แต่ตารางประชาสัมพันธ์ยังถูกเผยแพร่มาในรูปแบบไฟล์ Excel จนเป็นที่หัวเราะของทุกคนที่พบเห็น

ในส่วนการแข่งขันเกิดปัญหาจนเป็นข่าวมากมาย เช่น ในการแข่งขันนัดสำคัญกีฬาฟุตบอลของ 2 ประเทศ เจ้าหน้าที่กลับไม่เปิดเพลงชาติด้วยเหตุผลง่ายๆ แค่ปัญหาการประสานงานผิด ไม่มีคนควบคุมเครื่องเสียง จนนักกีฬาแต่ละชาติต้องตะโกนร้องเพลงกันเอง, ปัญหาไฟส่องสว่างไม่ติดจนคนโวยลงโซเชียล

ปัญหาการจ้างงานเอเยนซี่ต่างๆ และไม่จ่ายค่าจ้างจนต้องประท้วงไม่ทำงาน กลายเป็นข่าวดัง, ปัญหาการแจ้งตารางแข่งขันผิด ทำแฟนกีฬาเมียนมาที่จะไปเชียร์ทีมบ้านเกิดต้องไปรอผิดสนามจำนวนมาก

ที่เลวร้ายที่สุดเห็นจะเป็นพิธีเปิด ที่พบทั้งปัญหาธงชาติผิดประเทศ, ข้อมูลตัวเลขการแสดงต่างๆ ผิดอย่างไม่น่าผิด, หรือนักร้องสาวคนดัง ได้รับการประสานงานจนผิดพลาด ถูกขอให้ “ลิปซิงค์” แต่กลับปล่อยเสียงซ้อนจนคนฟังไม่รู้เรื่อง

ทั้งหมดคือปัญหาที่สะท้อนความไม่พร้อมด้านอุปกรณ์และการจัดการ

น่าผิดหวังไม่น้อยเพราะประเทศไทยของเราเคยจัดการแข่งขันกีฬาที่ใหญ่กว่านี้หลายครั้ง จัดการประชุมผู้นำระดับใหญ่ของโลกก็เคยทำได้ แต่ต้องมาตายน้ำตื้นแค่กีฬาซีเกมส์

ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ เพราะในแง่นี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ปล่อยให้กีฬาซีเกมส์เป็นหน้าที่ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรัฐมนตรีเกษตรฯ ในฐานะประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่มีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร มือขวาจากพรรคกล้าธรรม-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นตัวหลักควบคุมดูแลการผลิตด้วยตนเอง

งานนี้ก็รับฟีดแบ็กไปเต็มๆ โดยมีนายอนุทินมองอยู่ห่างๆ เสียงวิจารณ์กระทบไม่ถึง

พร้อมๆ กับที่ซีเกมส์กำลังเริ่มดำเนินการไป จู่ๆ เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ปะทุขึ้นมาอีก หลังสงบเงียบมาระยะหนึ่ง

การปะทะกันระลอกนี้มีการใช้อาวุธหนักใส่กันจำนวนมากและต่อเนื่องหลายวัน ก่อให้เกิดผู้อพยพทั้งสองประเทศหลายแสนคน

ถ้าพูดอย่างตรงไปตรงมา ก็ต้องบอกว่า ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เพราะรายงานข่าวสื่อไทยก็เป็นข้อมูลจากทหารไทยในพื้นที่ว่ากัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน ขณะที่สื่อกัมพูชาเองก็อ้างข้อมูลทหารในพื้นที่ว่าไทยเป็นฝ่ายรุกรานก่อน

จึงรู้ได้แต่เพียงว่าผลของการปะทะครั้งนี้ ก่อให้เกิดสถานการณ์แบบใดในฝั่งการเมืองของแต่ละประเทศตามมา

เริ่มที่ฝั่งไทย จะเห็นว่าที่ผ่านมา คะแนนนิยมของค่ายสีน้ำเงินและรัฐบาลมีปัญหาไม่น้อย จากกรณีปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่จนมีคนตายหลักร้อย บ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวนมาก การอพยพตักเตือนประชาชนเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่ในเรื่องการเมือง ก็ถูกพรรคฝ่ายค้านกดดันการอภิปรายจนต้องขู่จะยุบสภา รวมถึงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังคาราคาซังอยู่

ซ้ำยังเจอเรื่องทุนเทา สแกมเมอร์ ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการแทรกซึมระบบการเมืองไทยอย่างหนัก

มีการปล่อยภาพนักธุรกิจต่างชาติที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนเทา เข้ามาผูกพันใกล้ชิดกับชนชั้นนำทางการเมืองและธุรกิจของไทย รวมถึงตัวนายกฯ เอง ที่ก็ต้องชี้แจงกันจ้าละหวั่น

ปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคืองก็ยังเป็นปัญหา คำถามต่อรัฐบาลนับวันยิ่งมากขึ้น สวนทางกับความนิยม ที่นับวันยิ่งลดลง

เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา จึงมาได้จังหวะพอดี

เพราะในสถานการณ์วิกฤต ตำแหน่งนายกฯ มีความสำคัญ รัฐบาลต้องอยู่ต่อเพื่อประคองสถานการณ์ จึงไม่มีใครออกมาเรียกร้องให้ยุบสภาในช่วงเวลาสำคัญนี้

ขณะที่นายอนุทินเองก็ไฟเขียวอำนาจเหล่าทัพใช้กำลังเมื่อจำเป็น พร้อมกับประกาศจุดยืนไม่เจรจา ไม่ใช่เวลาพูดคุยกัมพูชา และไม่สนใจนายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย ในฐานะประธานอาเชียน

เรียกเสียงสนับสนุนจากชาวไทยผู้กำลังรักชาติได้มากโข โดยไม่ได้คิดถึงผลกระทบที่จะตามมา เพราะต้องไม่ลืมว่าเศรษฐกิจไทยพึ่งพาสหรัฐระดับสูงมาก

มากในระดับที่ไม่สามารถทำอะไรโดยไม่แคร์สหรัฐได้

ขณะที่ฝั่งกัมพูชาเองก็ไม่เบา

ผลจากการปะทะกับไทยที่ผ่านมา ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมในกัมพูชาไม่น้อย

น้ำมันก็ต้องซื้อแพงขึ้น แรงงานกัมพูชาที่กลับจากไทยไปจำนวนมากก็ยังไม่มีงานทำ พืชผลทางการเกษตรก็ขายไม่ได้ ฮุน เซน และฮุน มาเนต ยังถูกโจมตีจากฝ่ายค้านกัมพูชาที่เคลื่อนไหวกดดันจากนอกประเทศอย่างหนัก

2 พ่อลูกตระกูลฮุน เริ่มเผชิญกับวิกฤตศรัทธามากที่สุดนับตั้งแต่ครองอำนาจมานานกว่า 40 ปีเช่นกัน

ดังนั้น ปัญหาชายแดนกับไทยจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีเช่นกันในการปลุกชาวกัมพูชาให้ลืมปัญหาปากท้องและการเมืองภายในประเทศ หันมาสามัคคีกันต่อสู้ในทุกมิติกับประเทศไทย

สงครามและความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยจึงยังเป็นเครื่องมือทางการเมืองของ 2 พ่อลูกตระกูลฮุน

นี่คือหนึ่งในสัจธรรมของการเมืองในกัมพูชา ที่ใช้ได้ผลมาตลอด

แค่ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจภายในว่าแย่แล้ว กัมพูชายังเจอปัญหาโลกรุมล้อมจากการเป็นศูนย์กลางสแกมเมอร์และอาชญากรรมออนไลน์ของโลก

ผู้ใกล้ชิดรัฐบาลกัมพูชา นักธุรกิจทุนเทาหลายคนถูกนานาชาติขึ้นบัญชีดำ กระทั่งมีการอายัดทรัพย์อย่างมากตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทุนเทารอบ 2 พ่อลูกตระกูลฮุนจึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก

การปะทะกับไทยที่เกิดขึ้น (โดยยังไม่ได้พิสูจน์ว่าใครเป็นคนเริ่ม) แต่ก็นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่มาได้จังหวะพอดี

เพราะในระยะเวลาแบบนี้ ก็ไม่มีเรื่องไหนจะสร้างความสามัคคีในหมู่ประชาชนได้เท่าการปลุกชาตินิยมเพื่อต่อสู้กับไทย

สถานการณ์ที่เคลื่อนมาถึงจุดนี้ จึงยังคงไม่เห็นว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร แต่ภาพที่น่าสลดใจคือภาพการหนีตายของประชาชนคนธรรมดาหลายแสนคนริมชายแดน ที่ต้องจากบ้านเรือนเข้าไปอยู่ในศูนย์อพยพ

รอบนี้กองทัพไทยเริ่มโจมตีลึกเข้าไปเรื่อยๆ มีการยิงจรวดทำลายคลังอาวุธที่ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนมากขึ้น

ขณะที่ทางฝั่งกัมพูชาก็ใช้จรวดหลายลำกล้องปริมาณมากยิงกลับมาฝั่งไทย ความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินยังไม่อาจจบลงโดยง่าย

แม้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน จะออกมาเตือนสติรัฐบาลว่าไม่ควรปฏิเสธช่องทางอื่นๆ ในการบีบกัมพูชาให้กลับเข้าสู่การเจรจา หรือการแก้ไขความขัดแย้ง

พูดตามหลักการเป๊ะๆ ยังเจอทัวร์ผู้รักชาติรุมถล่ม

ประเทศไทยเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไรก็ไม่รู้

จากปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านที่ควรจะยุติหรือลดทอนความรุนแรงของปัญหาได้ด้วยการยึดหลักสากลวิธี

นับวันยิ่งนิยมวิธีการแบบอำนาจดิบ มากขึ้นเรื่อยๆ

สุดท้ายคนรับกรรมคือประชาชนตาดำๆ

จากซีเกมส์ เกมส์แห่งความ “เซ็ง” สู่ วอร์เกมส์ เกมส์แห่งสงคราม (การเมือง)

ทั้งหมดคือเกมแห่งความสลดหดหู่ หรือเป็น “แซดเกมส์”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี