bg-single

MatiTalk เปิดใจ ณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.รับไม้ต่อ ‘เท่าพิภพ’ อดีตนักเขียนมือรางวัลมติชนอวอร์ด

24.12.2025

สัมภาษณ์/ เรียบเรียง : พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

“ผมเป็นคนสนใจการเมืองนานมาแล้ว ถูกจุดประกายการเมืองตั้งแต่สมัยมัธยม ช่วงรัฐประหาร 2549 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุด ที่ทำให้ผมสนใจการเมือง” ณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร ในพื้นที่เดิมของอดีต ส.ส.เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ตัดสินใจวางมือบทบาทผู้แทน เปิดใจกับรายการ MatiTalk ในการลงสนามการเมือง

            ณพัฎน์เผยว่า ประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาเป็นคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมศิลปะ ด้านวรรณกรรม สิ่งพิมพ์ และด้านภาพยนตร์ ซึ่งก็หลากหลายบทบาทเหมือนกัน แล้วก็สอนหนังสือด้วยเป็นอาจารย์พิเศษเรื่องภาพยนตร์ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีเขียนหนังสือ มีเล่นหนังอยู่บ้าง

            ผมเป็นคนสนใจการเมืองนานมาแล้ว แต่ช่วงรัฐประหาร ปี 2549 ถือว่าเป็นจุดชัดเจนที่สุด ไม่ได้ถึงกับพลิกชีวิต ตื่นรู้ขนาดนั้น แต่ว่าทำให้ผมค่อยๆ ตั้งคำถามว่า “รัฐประหารจริงๆ คืออะไร” ทั้งที่ตอนนั้นเองผมก็ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งยังเป็นเด็กมัธยมอยู่ แต่เราก็คิดว่ากระบวนการประชาธิปไตยควรต้องเดินหน้าต่อไปโดยที่ไม่มีรัฐประหารเข้ามาขัดขวางสิ

            ทำให้เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งนี้ แล้วก็เริ่มพูดเรื่องต่างๆ เหล่านั้นผ่านงานศิลปะ ผ่านวรรณกรรม ผ่านหนังสั้น

ณพัฎน์บอกว่า โดยรวมๆ ชีวิตครอบครัวถือเป็นคนชนชั้นกลางทั่วไป เป็นคนจีนชนชั้นกลาง stereotype คนกรุงเทพฯ แต่โชคดีที่ครอบครัวค่อนข้างจะมีความตระหนักรู้เรื่องประชาธิปไตย อย่างคุณแม่เองก็อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยปลูกฝังเรื่องนี้มาให้

            ในห้วงการเคลื่อนไหวของขบวนการคนเสื้อแดง ตอนนั้นผมเรียนพิเศษที่สยาม อยู่ใกล้กับแยกราชประสงค์ ก็มีไปร่วมไปสังเกตการณ์ แต่ไม่ได้ถึงกับต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเข้มข้นในอุดมการณ์ของคนเสื้อแดงขนาดนั้น

            แต่ว่าสิ่งที่สั่งสมทีละเล็กทีละน้อยจากรัฐประหาร 2549 จากปี 2553 เอง ทำให้ค่อยๆ ก่อร่างอุดมการณ์ของผมขึ้นมาทีละนิดๆ

            จนมาถึงรัฐประหาร 2557 ผมยังยืนอยู่ที่เดิม ตอนอยู่มหาวิทยาลัย ผมเรียนด้านภาพยนตร์ เรียนด้านนิเทศศาสตร์ ผมทำหนังอะไรมาตั้งแต่มัธยมแล้ว หลังเรียนจบก็มองว่าเรื่องของหนังเรารู้จนไม่รู้จะยังไงแล้ว ดังนั้น งานแรกในฐานะที่เป็น First Jobber ก็มองว่าอยากทำสิ่งอื่นที่เรายังไม่เคยทำ

            ผมทำงานแรกที่หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็คือทำงานด้านประวัติศาสตร์ไปเลย หอจดหมายเหตุเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ เรื่องของความจริง เรื่องเอกสาร ช่วงที่เกิดรัฐประหาร 2557 ผมยังทำงานอยู่ที่ธรรมศาสตร์ที่หอจดหมายเหตุ

            ก็มีโอกาสบันทึกอะไรหลายๆ อย่างไว้

นักเขียนรางวัลมติชนอวอร์ด

ส่วนตัวเป็นคนเขียนหนังสือไม่ได้เยอะมาก แต่ว่าเวลามีเวทีประกวดที่รู้สึกว่าน่าสนใจก็จะเขียนไป อย่างมติชนอวอร์ด ผมส่ง 2 ครั้ง ครั้งแรกประมาณ 2015-2016 ก็ได้รางวัลชนะเลิศ เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยม แล้วก็เว้นไปนาน ผมส่งมติชนอีกรอบเมื่อปีที่แล้ว (2567) ก็ได้รางวัลที่ 2 งานของผมเป็นงานฟิกชั่นเป็นเรื่องแต่ง แบบธีมทุกเรื่องของผมจะพูดถึงเรื่องการเมือง ใช้การเมืองเป็นแกนกลางในการพูดถึงอะไรบางอย่าง เอาเรื่องการเมืองมาดัดแปลงผ่านวิธีนั้นวิธีนี้ งานวรรณกรรม มาแปลงเหตุการณ์ทางการเมืองเข้าไป

            ตอนที่มติชนเปิดเวทีนั้น ช่วงปี 2558 หลังจากเหตุการณ์รัฐประหารไม่นาน ผมมีความคิดว่าเรื่องของเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง เรื่องของการชุมนุม เรื่องของขบวนการประชาธิปไตยสักวันหนึ่งจะต้องถูกลืมไป ผมจึงเลือกพูดเรื่องของคนเสื้อแดงซึ่งเคยเกิดไปแล้วเมื่อปี 2553 มาจนถึงหลังรัฐประหาร แล้วก็มีการเคลื่อนไหวของประชาชน เรื่องของนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านรัฐประหารวนกลับมาฉายซ้ำเหมือนหนังเรื่องเดิมที่ฉายซ้ำใหม่ เพราะฉะนั้นเลยรู้สึกว่าทำไมเราไม่เคยเรียนรู้ถึงเหตุการณ์ที่เคยผ่านมา ที่เป็นประวัติศาสตร์บาดแผล แต่เราลืมมันทุกครั้งเลย

            แมสเสจที่ผมต้องการสื่อสารในงานเขียนเรื่องสั้นจึงเป็นเรื่องของการลืมและการไม่ได้จดจำมันสักที

ความสนใจในพรรคอนาคตใหม่

ช่วงนั้นผมยังทำงานที่ธรรมศาสตร์อยู่ ควบคู่ไปกับการเริ่มมาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

            การทำงานที่ธรรมศาสตร์ทำให้เห็นว่า “พรรคอนาคตใหม่” ที่เพิ่งเริ่มก่อตั้ง มักจะมาใช้พื้นที่ที่ธรรมศาสตร์ในการประชุมอยู่ตลอด ก็สนใจพรรคนี้ตั้งแต่ตอนนั้น ว่าเราจะเข้าไปเชื่อมต่อยังไงได้บ้าง

            แต่ด้วยภาระหน้าที่การงานทำให้ยังหาจังหวะเหมาะๆ ไม่ได้ แต่เหตุการณ์ที่ทำให้เข้าไปทำงานกับพรรคอนาคตใหม่จริงๆ คือปี 2563 ตอนที่กำลังมีเรื่องการชุมนุมครั้งใหญ่ที่ตอนนั้นเริ่มเป็นพรรคก้าวไกลแล้ว เขาเริ่มที่จะรันแคมเปญเลือกตั้งใน กทม. มีเรื่องของ ส.ก. เปิดรับสมัคร

            ผมมีเพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมซึ่งเพื่อนคนนี้ทำให้ผมตกตะกอนความคิดเรื่องประชาธิปไตย มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันบ่อยๆ เขาตัดสินใจลง ส.ก. ก็ทำให้ได้มาทำงานกับพรรคจนถึงปัจจุบัน

            การตัดสินใจมาแถวหน้าในวันนี้ด้วยตัวเอง สารภาพว่าแทบจะไม่มีอยู่ในหัวเลย จน 1 ปีที่ผ่านมานี่เองที่ผมทำงานกับพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ส.ก. ขยับมาช่วยสนาม ส.ส. จนเพื่อนคนเดียวกันที่แพ้การเลือกตั้งไปในสนาม ส.ก.ขยับมาลง ส.ส.ผมก็มาช่วยต่อ จนในที่สุดแล้วคนนี้ก็คือ หมออาร์ต ธัญธร ธนินวัฒนาธร เขตบางแค

            ส่วนการตัดสินใจว่าจะมาลงด้วยตัวเองเพิ่งจะมาเป็นรูปเป็นร่างเมื่อไม่นานมานี้  ชีวิตผมอีกพาร์ตหนึ่งที่ช่วยงานพรรคก็คือทำงานร่วมกับ “ปีกวัฒนธรรม” ในฐานะอาสาสมัครของพรรค ผมก็เข้าไปช่วยในฐานะที่มองว่ายังไม่มีคนที่รันเรื่องวรรณกรรมเรื่องของสิ่งพิมพ์อย่างจริงๆ จังๆ ว่าจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์วรรณกรรมหนังสืออย่างไรได้บ้าง

            คือทั้ง 2 สิ่งนี้ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ว่าถ้าเราจะช่วยให้มากกว่านี้ได้ เราจะผลักดันปัญหาหลายๆ อย่างให้แก้ไขได้แบบยั่งยืน คิดว่าการเป็นผู้แทนราษฎรเป็นหนึ่งในโซลูชั่นที่เหมาะสม ก็สั่งสมมาและมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าถ้าเราลองลงดูสักครั้งหนึ่ง การเป็นผู้แทนราษฎรน่าจะทำได้

            อีกอย่างการทำงานในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ส.ส.ผู้แทนทุกคนค่อนข้างเหนียวแน่นมาก หมออาร์ท คุณไอซ์ (รักชนก ศรีนอก) คุณเพ้น (ทิสรัตน์ เลาหพล) หลายๆ คนพื้นที่ติดกันทำงานสอดประสานกัน ก็ค่อนข้างเหนียวแน่นเป็นปึกแผ่น การตัดสินใจครั้งนี้ผมรู้สึกโชคดี ที่มีมิตรสหายเหล่านี้ส่งเสียงสนับสนุนมา

รับ “ไม้ต่อ” เท่าพิภพ

ต้องบอกว่าการส่งไม้ต่อ ไม่ใช่อยู่ดีๆ คุณเท่าพิภพจะส่งให้ผมนะ แต่ว่ามีกระบวนการคัดสรรผู้สมัครของพรรคประชาชนอยู่ เป็นกระบวนการที่เข้มข้นมากๆ หลายคนก็ไม่ผ่าน ผมเองเข้ากระบวนการ ซึ่งพื้นที่เขตคุณเท่าพิภพเองมีความน่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะในด้านศิลปวัฒนธรรม คลองสาน ธนบุรี เป็นเขตที่มีพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เยอะมาก หลายที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ทั้งที่สามารถผลักดันให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ ในพื้นที่มีห้องสมุดประชาชน มีสำนักพิมพ์เก่าแก่

            ผมคิดว่าสามารถเชื่อมต่อกับเรื่องเหล่านี้ได้ บวกกับประสบการณ์ในฐานะผู้ช่วย ส.ส. คิดว่าการทำเขตเราเองก็มีประสบการณ์อยู่แล้ว ก็ทำให้ตัดสินใจเลือกที่จะลงเป็น ส.ส.เขต

            ซึ่งเขตคุณเท่าพิภพเป็นหนึ่งในเขตที่เปิดรับสมัครตอนนั้น เราก็เริ่มเข้าใจกระบวนการเดินชุมชนจะต้องเชื่อมต่ออะไร สมาชิกสัมพันธ์อะไรต่างๆ ในพื้นที่ เราก็เดินหน้าอยู่ เพราะที่ผ่านมาบรรดา ส.ส.เองมีภารกิจรัดตัวมากประชุมสภาดึกดื่น ปัญหาในชุมชนเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ในฐานะทีมงานในฐานะผู้ช่วย ส.ส.ก็ต้องลงพื้นที่แทน ส.ส.อยู่หลายครั้ง เพราะฉะนั้นเรื่องของชุมชนเรื่องของการทำงานพื้นที่ผมทำแทน

            จะบอกว่าทำแทน ส.ส.ในวันที่ ส.ส.ไม่ว่าง ในวันที่ติดภารกิจ มาตั้งแต่ตอนนั้นตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน

            ถ้าเรื่องที่ถูกเป็นห่วง ก็เป็นเรื่องว่าผมดูเป็นคนดีจังเลยในสายตาครอบครัว ก็คิดว่าการทำงานการเมืองย่อมตามมาด้วยเรื่องลบๆ มากมาย คุณแม่เองก็กลัวว่าเมื่อลงการเมืองแล้วลูกจะเปลี่ยนไปไหม

            เราครอบครัวเดียวกันก็สื่อสารกันอยู่ตลอดอยู่แล้วว่าการทำงานการเมืองเป็นหนึ่งในบทบาทที่ผมอยากทำ แล้วไม่ได้ต่างอะไรจากบทบาทอื่นๆ เลย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานในฐานะนักเขียน การทำงานในฐานะคนในอุตสาหกรรมศิลปะ การเป็นอาจารย์พิเศษ ทั้งหมดเป็นบทบาทที่ต่างกัน

            แต่เมื่อตัดสินใจดีแล้ว ผู้แทนราษฎรเป็นหนึ่งในบทบาทที่อยากทำ

            วันนี้เมื่อมาเป็นผู้ประสงค์ลงสมัครแล้ว เป็นการคิดไตร่ตรองที่ถี่ถ้วนแล้ว

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี
Space within space
E-DUANG | การรุก การถอย การเมือง ของ TH-AI Passport