bg-single

MatiTalk เจี๊ยบ อมรัตน์ สรุปบทเรียน ส้ม แพ้ ปีกอนุรักษ์? มีความหวังเสมอ ไม่เคยถอดใจ และ ‘ดราม่า’ ถูก ‘อดีต ส.ส.’ โพสต์ด่า

23.02.2026

สัมภาษณ์พิเศษ : พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

“กับเขาคนนั้นเหรอ ที่มาว่า “อีแก่ไร้จิตสำนึกอะเหรอ” ก็ได้บอกกับเค้าไปทาง line แล้วนะคะ ว่าไม่คิดจะฟ้องร้องใดๆ ทั้งสิ้น”

            เจี๊ยบ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล /ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เปิดใจกับรายการ MatiTalk โดยมติชนสุดสัปดาห์

            อมรัตน์เผยว่า ตอนแรกเห็นครั้งแรกก็ตกใจแล้วก็โกรธ แต่ความโกรธมันขึ้นมาแป๊บเดียว เพราะว่าเราก็มีวัยวุฒิ เราผ่านโลกมาเยอะ ก็หาที่มาที่ไปอะไรที่ทำให้เขาทำแบบนั้น ก็ให้อภัย ก็ยัง line ไปบอกว่าไม่คิดจะฟ้องร้องใดๆ ทั้งสิ้น ไม่คิดแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาก็เป็นคนเก่งมีศักยภาพ

            แล้วก็ยังหวังว่าถ้าวันหนึ่งในอนาคตถ้าเกิดแบบกลับมาร่วมงานกันได้

: ไม่กี่เดือนก่อนเพิ่งไปงานวันเกิด ยังกอดกันอยู่เลย?

ก็รักเขานะ เขาเป็นคน 1% ของคนในประเทศนี้ คือมีความพร้อมมีศักยภาพ กับอีก 99% ของคนประเทศนี้ที่ยังผจญความเหลื่อมล้ำยากจนหรือคนที่ยังต้องตะเกียกตะกาย แต่บางคนมีความพร้อมครบทุกด้านแล้ว ไม่โกรธหรอก โดยเฉพาะคนที่เคยร่วมงานกันมา มันขุ่นข้องหมองใจผิดใจกัน จะว่าไม่โกรธเลยก็ไม่ได้ แต่มันไม่โกรธนาน มันแป๊บเดียว คิดว่าการต่อสู้บนเส้นทางประชาธิปไตยของเราสู้ลำพังไม่ได้ มันต้องมีคนมาร่วมต่อสู้ให้เยอะที่สุด

            ถ้าจะฟ้องดิฉัน ก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่ดิฉันไม่ฟ้องเขา ก็รอรับหมายศาลที่บ้าน สำหรับดิฉันก็ยืนยันว่าไม่ฟ้องเขา ก็จบแค่นี้แล้วก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกค่ะ

            บางทีเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น (อันนี้พูดภาพรวมนะไม่ได้หมายถึงเคสที่มีปัญหาเร็วๆ นี้) อาจเป็นความเข้าใจผิด เขาอาจจะไม่ได้โกหก อาจจะไม่ได้แบบแต่งเรื่องหรือปั้นน้ำเป็นตัวหรือโกหกอาจจะไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น แต่เขาอาจจะเข้าใจอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด และขาดการสื่อสารที่ดี

            หรือบางคนมีอารมณ์ผิดหวังเสียใจที่ไม่ได้ไปต่อมันก็ทำให้เป็นอย่างนั้น แล้วพรรคจะออกมาพูดได้ยังไง ว่าเพราะอะไรเหตุผล 1, 2, 3, 4 ซึ่งมันก็ต้องเป็นเรื่องลบๆ เรื่องไม่ดี แล้วจะพูดได้ยังไง อีกฝ่ายหนึ่งก็มาพูดฝ่ายเดียว พรรคก็พูดไม่ได้ พูดแล้วก็ไปเหมือนไปด้อยค่าไปหมิ่นประมาท เพราะพรรคมีหน้าที่ที่จะคัดเลือกคนที่ดีที่สุดลง

            คนที่ไม่ได้รับเลือกไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่อีกคนคุณสมบัติครบถ้วนกว่า ก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด ไม่งั้นพรรคมันก็ไม่โตไม่ขยาย การเมืองเป็นเรื่องมีวาระมันไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นกันตลอดชีวิต ถ้าคุณเป็นสมัยที่ 2 ที่ 3 แล้วมันจะไปหยุดกี่สมัย

            ถ้ามันมีตัวเลือกที่ดีกว่าก็ต้องใจกว้าง ยอมรับการคัดสรรของคณะกรรมการ

: มองผลเลือกตั้ง 2569 อย่างไร?

ยอมรับว่าเราไม่ได้ชนะที่ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่สามารถเป็นพรรคอันดับ 1 ได้ แต่ว่าที่น่าอนาถคือว่า เราไม่รู้ว่าเราแพ้เท่าไร แล้วก็ไม่รู้ว่าคนชนะเขาชนะถล่มทลายจริงหรือเปล่า คือเป็นการจัดการเลือกตั้งที่ล้มเหลวมากที่สุด เรียกว่าเป็นการเลือกตั้งครั้งที่อัปยศที่สุดตั้งแต่มีการจัดเลือกตั้งมา พูดถึงการเลือกตั้งโดยรวมนะ นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าทำไมเราถึงต้องแก้รัฐธรรมนูญ ทำไมถึงจะต้องจำกัดอำนาจของ กกต. การบังคับให้มีการรับผิดชอบเมื่อการจัดการเลือกตั้งล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

            ก็ยอมรับเรื่องการยกมือให้สีน้ำเงิน ก็มีผลมากกว่าที่เราคาดหมายไว้อีกเหมือน เรื่องว่ารอบนี้ทางฝั่งอนุรักษ์ได้คะแนนมาจาก “กระแสกระแสชาตินิยม” จากการสู้รบกับประเทศเพื่อนบ้าน พรรคประชาชนคาดการณ์เรื่องนี้ผิด เราก็ไม่คิดว่ากระแสเรื่องชาตินิยมขวาจัดถูกปลุกปั่นไม่รู้ว่าสงครามจริงไม่จริง ไม่คิดว่ากระแสนี้มันจะได้ผลขนาดนี้

            บวกกับประเด็นการการใช้อำนาจรัฐด้วยที่เกิดความชุลมุน มีปัญหาการนับคะแนน หรือมีปัญหาตั้งแต่ที่คูหา ตลอดจนประเด็นการใช้อำนาจรัฐโยกย้ายผู้ว่าโยกย้ายนายอำเภอเต็มไปหมดเลยผสมการจัดตั้งอะไรต่างๆ

            ครั้งนี้มันไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ฝั่งอนุรักษ์เขาปิดจุดอ่อนได้หมดเลย ก็ต้องยอมรับ ว่าเป็นเกมที่เขาถนัด เช่นการที่เขาสร้าง “สว.สีน้ำเงิน” ขึ้นมาได้ทั้งที่มันมีความซับซ้อนมากแล้วได้ผลเยอะแบบนี้ หลายๆเรื่อง

            มันก็นำพามาสู่ประเด็นที่ว่า “ระบบอุปถัมภ์” ยังคงสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในต่างจังหวัด

: ส้มถูก “รุมกินโต๊ะ”?

ใช่ เขากลัวเรา ก็น่าแปลกใจทำไมเขาไม่หาเสียงด้วยนโยบาย กลับกลายเป็นแบบทุกเวทีเลยอย่างเพื่อไทย คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือใครก็ตาม ก็หันมาด่ามาโจมตีพรรคส้ม แทนที่จะไปพูดเรื่องที่ว่าตัวเองจะทำอะไร  ก็กลัวการเกิดขึ้นของพรรคส้ม ว่ามันจะไปทลายโครงสร้างเดิมแบบไม่มีวันหวนกลับ พวกคนที่ได้รับผลประโยชน์ ก็จะไม่ได้อีกต่อไป

            หลายพรรคเราเห็นไหมเวลาเขาไปรวมกันตอนหาเสียงด่ากัน แต่ไปรวมกันด้วยผลประโยชน์อย่างเดียว มันไม่ได้มีพื้นฐานของกลุ่มก้อนอุดมการณ์ หรือว่ามีความฝันร่วมกันอยากเห็นสังคมแบบไหนร่วมกัน ไม่ได้คิดเรื่องระยะยาว

            พวกเขาคิดแค่ระยะสั้นผลประโยชน์ระยะสั้น เฉพาะหน้า

: จะปรับกลยุทธ์ เพื่อสู้ต่ออย่างไร?

ก็ให้กำลังใจกัน จะยืนเคียงข้าง ไม่ถอยไม่ทิ้งไปไหน ในทางส่วนตัวกำลังวังชาที่มีก็จะสนับสนุนพรรคในจุดที่ทำได้ ไม่ทิ้งไม่ถอยไม่ทรยศต่ออุดมการณ์

            แต่ในส่วนของคนที่ยังทำงานอยู่ก็ต้องให้กำลังใจเขาว่า เราจะยืนเคียงข้าง มีผู้คนยืนเคียงข้างเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้เต็มเลย

            พวกเราต่างแบกความหวังความฝันของคนเต็มบ่า หนักมากนะ ผู้คนแสดงออกทุกรูปแบบ เราก็ต้องอดทน ยืนระยะให้ได้แล้วก็มีความหวังเสมอ

            แล้วการเมืองแบบผิดธรรมชาติที่เป็นอยู่การเมืองฝั่งอนุรักษ์มันคือการเมืองผิดธรรมชาติ ยืนยันว่ามันจะอยู่ได้ระยะเดียว ก็อาจจะนานหน่อยนะรอบนี้ แต่มันจะอยู่ได้แค่ช่วงเดียว เพราะมันมีประวัติศาสตร์การเมืองระดับโลกให้เราเห็น ให้เราเรียนรู้แล้วว่า “มันอยู่ได้ไม่นานหรอก”

            อำนาจที่ผิดธรรมชาติมันอยู่ได้ด้วยตัวบุคคลด้วยบารมีของบุคคลคนใดคนหนึ่งหรืออะไรก็ตาม ก็สู้ต่อไป

            เราต้องยอมรับอะไรที่เราทำพลาดไป ต้องถอดบทเรียนแบบตรงไปตรงมา อย่าอวยตัวเอง เช่นงานประเพณี งานอะไรสำหรับพื้นที่เขตที่ผู้แทนไม่ค่อยให้ความสำคัญก็ต้องให้ความสำคัญลงพื้นที่แบบนั้นให้มากขึ้น แล้วก็ไม่ประมาท

            จริงๆ จำนวนคนที่เลือกเราก็ไม่น้อย กำลังใจก็ไม่น้อย มันแค่ลดลง มันเป็นธรรมชาติของการเมือง มันมีพีเรียดของมัน นี่ก็อยู่ไม่นานหรอกจะครบเทอมหรือไม่ อีก 2-3 ปี อาจต้องเลือกตั้งใหม่อีกก็ได้ และทุกการเลือกตั้ง “เราก็มีความหวังเสมอ”

            ครั้งนี้อาจจะเป็นเหมือนการปรับฐานเสียง ลดลง ถ้าคนเล่นตลาดหุ้นก็เหมือนปรับฐานใหม่

            ตอนปี 2566 เราอาจจะได้กระแสสูงจากฝั่งประชาธิปไตยกับขบวนการเรียกร้องบนท้องถนน อาจจะส่งให้พรรคไปไกล ตอนนี้ก็เหมือนปรับฐานลงมา แล้วเราก็ต้องใช้ผลงานนั่นแหละ

            ผลงานในสภาจากนี้ไปจะทำให้เราเกิดขึ้นมาใหม่ ทะยานขึ้นมาเป็นพรรคอันดับ 1 อีกมันเป็นไปได้ ก็ต้องยิ้มรับ อดทน ไม่เสียกำลังใจนาน

: ก่อนตาย ในช่วงชีวิตนี้คิดว่าจะได้เห็นประเทศก้าวไปข้างหน้า?

ตัวเองอายุจะ 61 แล้ว วลี “ให้มันจบในรุ่นเรา” อยากให้เป็นอย่างนั้น เราอยู่ตั้งแต่ขบวนการเสื้อแดงมาจะ 20 ปีแล้ว มีเพื่อนที่ล้มหายตายจากเราก็สูญเสียมาเยอะ ผิดหวังหมดหวังไปไม่รู้กี่รอบแล้วจนกระทั่งมามีพรรคอนาคตใหม่ จนกระทั่งอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล มาชวนให้มา ก็มีความหวังขึ้นมาอีก คือถามว่า ถ้ามันจบในรุ่นเราได้มันก็ดี แต่ถ้ามันไม่จบในรุ่นเรา อย่างน้อย “ความต่อเนื่องของขบวนการต่อสู้” ให้มันต่อเนื่องไปให้มันไม่ขาดช่วง แม้ว่าเขาจะเอาไปขังคุก จะต้องลี้ภัย จะต้องโดนคดีความ มันก็ต้องไม่หยุด

            เพราะว่าถ้าเราหยุดมันก็เข้าทางเขา เขาทำให้เรากลัว เรากลัวเราก็หยุด อย่างที่บอกว่าฝั่งของเราต้องมี “ความอดทน” แล้วก็ยืนระยะให้ได้

            ถ้าเราทำได้เราก็ชนะ

            แต่ถ้ามันไม่จบในรุ่นเราจริงๆ ไม่จบในรุ่นดิฉันนะ รุ่นลูกรุ่นหลานต่อมาพวกเขาก็ไม่ได้นับ 1 ใหม่นะ เขาก็ต่อยอดจากที่เราสู้มา

            ได้แค่ไหนเขาก็ต่อยอดขึ้นไป มันก็สำเร็จง่ายขึ้น

            แต่ถ้าเกิดเราล้มแล้วเราไม่อดทน เราถอดใจมันก็พังทลาย การต่อสู้ก็ไม่ต่อเนื่อง ก็มานับ 1 ใหม่ แต่ตอนเนี้ยถ้าเกิดเรามาถึงบันไดขั้นที่ 6 แล้วลูกหลานเราก็มาต่อ 7-8-9 การที่เราต่อสู้ ก็มาจากรุ่นก่อน ตั้งแต่คณะราษฎรแล้วก็ต่อเนื่องมาคือ มันมีการสืบเนื่อง เป็นขบวนการที่มันเหมือนสายน้ำสืบเนื่อง อย่าให้มันถูกตัดขาดก็พอแล้ว

            ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนให้เรารักษาจิตใจรักษาร่างกายแล้วก็มีความหวังเสมอไม่เคยถอดใจเลย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เพื่อน
วิญญาณโง่เขลาและเดียวดายจำนวนหนึ่ง | เรื่องสั้น : พิณพิพัฒน ศรีทวี
คอนเทนต์ความตาย | กวีกระวาด : พจน์ พันธา
นัยผ้าผะเหวด : และการฟังเทศน์มหาชาติของผู้ข้า | กวีกระวาด
อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย กกต.ไปต่อ หรือลาก่อน
ปรากฏการณ์ ‘สนธิ-บวรศักดิ์-นครินทร์’ ขั้วอนุรักษนิยม ‘แตกตัว’ ‘สีน้ำเงิน’ เริ่มจาง
E-DUANG | สภาพ รั้งให้หยุด ฉุดไม่อยู่ “โกงสว.” กับการเมืองไทย
‘โมงยามพิเศษ’ ในคอนเสิร์ต ‘อัสนี-วสันต์’ | ปราปต์ บุนปาน
ปลัดมหาดไทย แจงความจริง ชี้ข่าวปล่อยจากภาพ บิดเบือนข้อเท็จจริง มุ่งทำลายภาพลักษณ์ กรณีไหว้นอบน้อม
E-DUANG | คำถามใหม่ ในทาง การเมือง คำถาม อาทิตย์ 13 กันยายน
บิ๊กจ๋อ-มัลลิกา นำทีมรับโล่ “ฐานันดร 4” ยกย่องคนสื่อ–คนทำดีเพื่อสังคม ครบรอบ 10 ปี สมาคมสมาพันธ์นักข่าว ประเทศไทย
“วัชระพล” ลุยกำจัด “ปลาหมอคางดำ” ไม่รอศาลฯ ชี้ขาดถึงที่สุด-ยกเป็นพันธกิจต่อประชาชน – ลั่น! เดินหน้าเข้มข้นไม่ต่ำกว่ามาตรฐานคำพิพากษาศาล