bg-single

เหยี่ยวถลาลม | ยุบพรรคการเมือง ได้อะไรมา

11.04.2026

การยุบพรรคการเมืองในประเทศที่มีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่เกิดจากชาติตะวันตกแพนิกจากเหตุที่พรรคนาซีเยอรมนีชนะเลือกตั้งแล้วปลุกปั่นนำพาประเทศและโลกเข้าสู่มหาสงคราม

ผู้นำทางการเมืองป่วยเพี้ยนที่บิดเบือนเจตจำนงประชาชนมีปรากฏให้เห็นในทุกสังคม

“การเลือกตั้ง” ในระบอบประชาธิปไตยจึงถูกประเมินค่าว่า ถ้า “เสรีภาพ” เสมือนอาหารจานโปรด ในบางคราวก็ต้องระมัดระวัง อาจมีของแสลงที่กินเข้าไปแล้วทำให้ระบบร่างกายปั่นป่วนจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

“เสรีภาพ” กับ “ความมั่นคงของระบบ” จึงต้องมีดุลยภาพ!

การยุบพรรคการเมืองเป็นการลงโทษ จะต้องมีเหตุผลอันชอบธรรม แต่หลายกรณีที่มีการยุบพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นทั่วโลกก็เป็นการลงโทษที่ “ไม่ได้สัดส่วน”

เปรียบเหมือน “การประหารชีวิต” ซึ่งเป็นโทษรุนแรงที่สุด ควรจะใช้กับความผิดร้ายแรง

ในประเทศไทย ถ้าจะให้เห็นภาพชัดๆ ต้องเอาไปเปรียบเทียบกับ “รัฐประหาร”!

“ข้าราชการ” จำนวนหนึ่งร่วมกันก่อรัฐประหาร ใช้เงินหลวง ใช้กำลังพลในกองทัพ ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพเข้ายึดอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการไปอยู่ในมือบุคคลหรือคณะบุคคล เป็นการล้มล้างการปกครอง ผิดกฎหมายอาญาร้ายแรง โทษถึงขั้น “ประหารชีวิต”

แต่กลับไม่เคยดำเนินคดี และไม่เคยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองของความเป็น “พลเมือง” ในระบอบการปกครองประชาธิปไตย

กฎหมายถูกบังคับใช้ไม่เสมอกัน!?

ส่วน “พรรคการเมือง” ในระบอบประชาธิปไตยนั้นก็เหมือนพื้นที่โล่งแจ้ง การกระทำของพรรคการเมืองเปิดเผยต่อสาธารณะ อยู่ภายใต้กฎหมายและตรวจสอบควบคุมได้

ไม่มีพรรคการเมืองสมัยนี้ที่จะไปสมคบคิดกันวางแผนล้มล้างหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครอง

พรรคการเมืองเป็นที่รวมของกลุ่มแนวคิด ที่รวมความต้องการของกลุ่มคน เป็นที่คัดคน เป็นที่สร้างคนให้เป็นผู้นำทางการเมือง กิจกรรมและจุดมุ่งหมายของพรรคการเมืองจะถูกแปลงเป็น “นโยบาย” และถูกประกาศต่อสาธารณะ เพื่อหาฉันทานุมัติผ่านการเลือกตั้งตามวาระที่กฎหมายกำหนด

“พรรคการเมือง” เป็นสถาบันการเมืองสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ที่ซ่องสุม ระบอบจึงเปิดกว้างให้ประชาชนแต่ละกลุ่มความคิด แต่ละกลุ่มผลประโยชน์ แต่ละสาขาอาชีพมีเสรีภาพที่จะสามารถจัดตั้ง หรือเข้าร่วมสังกัดพรรคการเมือง

หลังจากผ่านพ้นยุคคอมมิวนิสต์ไปแล้ว และประเทศไทยยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์แล้ว สงครามประชาชนยุติลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว พรรคการเมืองที่จะเป็น “ภัยคุกคาม” ต่อระบอบการปกครองจึงไม่มี

ทุกพรรคอยู่ภายใต้อุดมการณ์ประชาธิปไตยเหมือนกัน ถ้าจะมี “ประการเดียว” ก็คือ ความคิดที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องนำเสนอและช่วงชิงความนิยมกัน

ยกตัวอย่าง ในสมัยหนึ่ง พรรคไทยรักไทย ฉายภาพ “ความหวัง” ให้กับสังคมไทย ห้วงนั้น ดร.ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำพรรค เป็นเลือดใหม่ที่ทันโลกทันสมัย มีแนวคิดพลิกโฉมประเทศไทย สร้างฝันด้านการศึกษา 1 อำเภอ 1 โรงเรียน จัดหาทุนส่งนักเรียนไทยไปเรียนต่อต่างประเทศ ปฏิรูประบบสาธารณสุข รุกคืบเข้าช่วยโอบอุ้มเศรษฐกิจรากหญ้า จัดหาทุนไปให้ถึงมือคนในชุมชนหมู่บ้าน ปั้น 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ รุกรื้อระบบบริหารจัดการราชการ กระทั่งล้วงลึกเข้าไปในกองทัพกับแตะต้องทุนใหญ่

แม้ “ไทยรักไทย” จะเป็นพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งเด็ดขาด ได้ ส.ส.377 ที่นั่ง จาก 500 สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่ก็ถูกหมายหัวหมายตา

แท้จริงแล้ว การพุ่งทะยานของ “ไทยรักไทย” เป็นคุณต่อระบอบการปกครอง เป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกพรรคถึง 14 ล้านคน ได้คะแนนเสียงปาร์ตี้ลิสต์ 19 ล้านเสียง ทำให้พรรคการเมืองอื่นๆ เริ่มหันมาสนใจแข่งขัน “นำเสนอนโยบาย” มากกว่าใช้ “วาทกรรม”

แต่ 19 กันยายน 2549 “ข้าราชการ” ทำรัฐประหาร

ปี 2550 พรรคไทยรักไทยถูกยุบโดยคำวินิจฉัยของ “ตุลาการรัฐธรรมนูญ” ในข้อหาว่า เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ไทยรักไทยก็เปลี่ยนชุดแต่งกายใหม่ เป็น “พรรคพลังประชาชน” มีแนวคิดแนวทางนโยบายเหมือนเดิม ทั้งยังคงใช้ “ทักษิณ” เป็นธงนำเช่นเดิม

คำถามควรจะมีว่า พรรคการเมืองที่ถูกยุบเป็น “ภัยคุกคาม” ที่ร้ายแรงต่อระบบแค่ไหน

และเมื่อยุบพรรคการเมืองหนึ่งไปแล้ว ระบอบการปกครองฯ ได้อะไร

ได้พรรคพลังประชาชนมาแทน

ปีเดียวเท่านั้น พรรคพลังประชาชนก็ถูกยุบอีก จากเหตุที่ กกต.ให้ใบแดงกับรองหัวหน้าพรรคคนหนึ่ง

ได้พรรคเพื่อไทยมาแทน

ชูธงผืนเดิม “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตผู้นำทางการเมืองที่โดดเด่นตั้งแต่สมัย “ไทยรักไทย” แสดงว่าฆ่าไม่ตาย

พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเกิดจากประชาชนที่คิดเห็นต่างกัน มีรสนิยมต่างกัน มารวมตัวกันทำกิจกรรมทางการเมืองด้วยความหวังว่า จะได้รับฉันทานุมัติผ่านการเลือกตั้ง ให้ได้มีนั่งในสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าจะเป็น “ภัยคุกคาม” ต่อระบอบการปกครองต้องไม่ใช่ “พรรคการเมือง” ตัวเป็นๆ ที่เห็นๆ กันอยู่ แต่น่าจะเป็น “ข้าราชการ” ที่ลับลวงพราง ที่ใช้กำลังคนและอาวุธสงครามเข้ายึดอำนาจการบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ แล้วสถาปนาตนเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” ซึ่งถ้าจะว่ากันตามระบอบการปกครองประชาธิปไตยแล้ว คำว่า “รัฏฐาธิปัตย์” ดั้งเดิมแล้วหมายถึงเฉพาะแต่ “ประชาชน” เท่านั้น

การยุบพรรคการเมืองในประเทศไทยจึงเป็นบาดแผลของระบอบ

พรรคการเมืองที่เป็นผลิตผลจากระบอบประชาธิปไตยนั้น เกิดได้ เสื่อมได้ กระทั่งถูกลบทิ้งได้ด้วยทฤษฎีง่ายๆ นั่นคือ “เสียง” จากผู้ที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยมีพรรคการเมืองมากมายนับไม่ถ้วนที่เกิดแล้วก็ดับ โดยเฉพาะที่ถูกเรียกว่า “พรรคทหาร” หรือพรรคที่ตั้งขึ้นเพื่อการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ไม่นานก็ดับ

การลงโทษทุกชนิด หาก “ไม่ได้สัดส่วน” จะส่งผลต่อระบบความคิดเกี่ยวกับ “ความยุติธรรม”

การลงโทษต้องเป็นการปกป้องประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่การใช้อำนาจเหนือกว่ากดทับ ไม่ใช่การข่มเหงรังแก

ถามว่า การยุบพรรคการเมืองที่ผ่านมาในประเทศไทยก่อให้เกิดผลอะไร

คำตอบคือ เกิดการชะงัก และ “การถอยกลับ”!?!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี