50 ปี 6 ตุลา ตอนที่ 10
เราอาจจะเริ่มต้นด้วยข้อสังเกตว่า สงครามเย็นในเวทีโลกเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาการต่อสู้ทางการเมืองในเวทีโลก และส่งผลให้เกิดการต่อสู้ทางการเมืองในประเทศต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะเดียวกัน สภาวะของสงครามเย็น มีส่วนโดยตรงในการ “แบ่งขั้ว” ในทางการเมือง คือ กำหนดความเป็นซ้าย-ความเป็นขวา
สภาวะซ้าย-ขวาในสังคมเช่นนี้ ยังทำให้เกิดการต่อสู้ระหว่าง “ซ้าย-ขวา” ในการเมืองของแต่ละประเทศ และการต่อสู้เช่นนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในการเมืองไทยในยุคหลัง 14 ตุลาคม 2516 ด้วย
ในทางวิชาการ เราอาจกล่าวได้ว่า การแบ่งค่ายของความคิดทางการเมืองเป็นผลของยุคสงครามเย็นโดยตรง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว โลกได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ค่ายในทางการเมืองอย่างชัดเจนคือ ค่ายทุนนิยม และค่ายสังคมนิยม
การแบ่งเช่นนี้ ยังสะท้อนถึง “อุดมการณ์การเมือง” ที่เป็นแกนกลางทางความคิดของแต่ละค่าย หรืออีกนัยหนึ่ง เราอาจกล่าวได้ว่า สงครามเย็นแบ่งคนจากอุดมการณ์ทางการเมือง
ดังนั้น ความเป็นซ้าย-ขวา จึงมีนัยถึงการสังกัดความคิดทางการเมืองของบุคคลนั้นๆ และบางทีความเป็นกลางก็ไม่ได้หยิบยกมาเป็นประเด็นมากนัก เพราะคนในเวทีสาธารณะมักจะมีชุดความคิดทางการเมืองที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม การแบ่งคนในทางอุดมการณ์การเมืองระหว่าง “ทุนนิยม-สังคมนิยม” ย่อมไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะนับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรป เราไม่ได้เห็นเพียงการเติบโตของฝ่ายขวาในบริบท “โลกทุนนิยม” เท่านั้น เรายังเห็นถึงการขยายตัวของฝ่ายซ้ายในส่วนของ “โลกสังคมนิยม” คู่ขนานกัน
การต่อสู้ของความคิดทางการเมืองในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมของยุโรป อาจจะเป็นแบบหนึ่ง แต่มรดกของการต่อสู้ทางความคิดเช่นนี้เมื่อผนวกเข้ากับความเป็นโลกในแบบยุคสงครามเย็นแล้ว ก็จะเห็นถึงความเข้มข้นของการต่อสู้ที่ฝ่ายหนึ่งมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ และอีกฝ่ายมีสหภาพโซเวียต (และอาจรวมถึงจีนในเวลาต่อมา) เป็นผู้นำของอีกค่ายหนึ่ง
การต่อสู้ระหว่างสหรัฐและสหภาพโซเวียตดำเนินการไปในทุกเรื่อง เว้นแต่ไม่ปล่อยให้สถานการณ์ความตึงเครียดนั้น ขยายตัวเป็นสงครามระหว่างมหาอำนาจใหญ่ และเมื่อจีนเติบโตในเอเชียพร้อมกับแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียตแล้ว การแข่งขันในทางภูมิรัฐศาสตร์ในส่วนนี้ ก็เป็นเรื่องของสหรัฐกับจีน (หมายถึงจีนที่เป็นคอมมิวนิสต์)
สภาวะของสงครามเย็นได้ก่อให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “การต่อสู้ทางอุดมการณ์ในระดับโลก” และทุกประเทศทั่วโลกก็ถูกดึงเข้าสู่เวทีการต่อสู้นี้พร้อมๆ กัน และไม่มีประเทศไหนที่หลีกเลี่ยงกระแสสงครามเย็นที่แทรกทะลุเข้ามาในสังคมการเมืองของตนได้
ในบริบทของภูมิรัฐศาสตร์โลกแล้ว สงครามเย็นในไทยเป็นการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีนอย่างเห็นได้ชัด สหรัฐสนับสนุนรัฐบาลไทย ขณะที่จีนให้ความช่วยเหลือแก่พรรคคอมมิวนิสต์ไทย ในสภาวะเช่นนี้ สงครามเย็นได้แบ่งการเมืองไทยออกเป็น 2 ค่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นที่ความเป็นซ้าย-ขวาได้เกิดตามมาในสังคมไทย
ฉะนั้น หากนิยามให้เกิดความชัดเจนแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่า ฝ่ายขวาจึงเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดทางการเมืองออกไปในแบบอนุรักษ์นิยม และมีทิศทางไปในแบบ “ต่อต้านคอมมิวนิสต์” และพร้อมที่จะให้ความสนับสนุนแก่รัฐบาลอำนาจนิยมและชื่นชมสหรัฐ ในการปกป้องการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์
ส่วนฝ่ายซ้ายนั้น มีแนวคิดไปในแบบสังคมนิยม หรืออาจขยับไปเป็นฝ่ายที่นิยมคอมมิวนิสต์ได้ด้วย และมักจะเป็นฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาล และยังต่อต้านสหรัฐไปพร้อมกัน
ยิ่งในช่วงการกำเนิดของสงครามเวียดนาม พร้อมกับการก่อตัวของ “สงครามปฏิวัติไทย” ที่ถูกขับเคลื่อนโดยพรรคคอมมิวนิสต์ไทยแล้ว ฝ่ายขวาไทยในภาคส่วนต่างๆ มีจุดยืนชัดในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ และในยุคหลังการล้มลงของ “โดมิโน” ในกัมพูชา เวียดนาม และลาวแล้ว สิ่งที่เกิดอย่างเห็นได้ชัดคือ “ความกลัวทางการเมือง” คือ กลัวว่าไทยล้มเป็นคอมมิวนิสต์ตามไปกับการล่มสลายของรัฐฝ่ายขวาในอินโดจีน เพราะได้เห็นถึงผลของการสิ้นสภาพเช่นนั้น ผ่านภาพและข่าวเรื่องผู้อพยพชาวอินโดจีนในไทย
ความกลัวคอมมิวนิสต์ของฝ่ายขวาไทยค่อยๆ คลายตัวออกจากการกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน และสงครามเย็นในไทยก็สิ้นสุดลง พร้อมกับการล่มสลายของพรรคคอมมิวนิสต์ไทย พร้อมกันนี้ ฐานที่มั่นในป่ากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อีกทั้ง เพลงฝ่ายซ้ายหลายเพลงขับร้องกันเป็นปกติในสังคม โดยเฉพาะร้องกันสนุกสนานในผับในบาร์
ดังนั้น ฝ่ายขวาในยุคหลังสงครามเย็นนั้น นอกจากไม่กลัวจีนคอมมิวนิสต์แล้ว ก็ไม่รู้สึกต่อต้านรัสเซีย และน่าสนใจที่ ฝ่ายขวาเหล่านี้กับกลายเป็นกลุ่มต่อต้านอเมริกาอย่างมาก ไม่ใช่ต่อต้าน เพราะอเมริกามีทรัมป์เป็นประธานาธิบดี แต่เพราะมีจุดยืนไม่เอากับสหรัฐ ซึ่งเป็นความแตกต่างอย่างสำคัญกับยุคสงครามเย็น
ฉะนั้น 50 ปีจากเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ฝ่ายขวาไทยมีอาการ “กลับหัวกลับหาง” คือ ต่อต้านอเมริกา ชื่นชอบจีน สนับสนุนรัสเซีย … จนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าบรรดาผู้เสียชีวิตในเหตุเดือนตุลาฯ ไม่ว่าจะเป็นที่หน้าธรรมศาสตร์ หรือในสงครามชนบท ฟื้นชีพกลับมาได้จริงแล้ว เขาจะทำความเข้าใจอย่างไรกับโลกของฝ่ายขวาปัจจุบัน !
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
