
กระแสข่าวรายได้ช่อง 3 ลดฮวบ ติดลบร้อยละ 9-10 ไตรมาส 3 ของปี 2559 สะท้อนอะไร
เหมือนกับสะท้อน “เรื่องเล่าเช้านี้”
เรื่องเล่าเช้านี้อันขึ้นอยู่กับบทบาทของ สรยุทธ์ สุ่มทัศนะจิน ดา อย่างแนบแน่น
เป็นเช่นนั้น
เพราะหลังจากไม่มี สรยุทธ์ สุ่มทัศนะจินดา เรตติ้งก็หด คนดูลดลง
ผลก็คือ โฆษณาหายไปร้อยละ 30
กระนั้น คำถามที่เสนอเข้ามาคือ แม้ สรยุทธ์ สุ่มทัศนะจินดา จะยังอยู่ “เรตติ้ง”จะยังเหมือนเดิมหรือไม่
ไม่แน่
คำว่า “ไม่แน่” นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนและยืนยันถึงหลักแห่ง “อนิจจัง” ไม่เที่ยง เท่านั้น
หากยังยืนยันสภาพ “ความเป็นจริง”
นั่นก็คือ ความเป็นจริงของรายการ”ข่าว”ทางสถานีโทรทัศน์ทั้งอนาล็อกและดิจิทัล
มีใครทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 หรือไม่
มีความเชื่อลึกๆว่า หลัง สรยุทธ์ สุ่มทัศนะจินดา ต้อง”คดี”และหายไปจากหน้าจอ
อาจเป็น “โอกาส” ให้กับ “เจ้าอื่น”
แต่ถามว่ามีใครสามารถเข้ามา “แทนที่” หรืออย่างน้อยแย่งยื้อส่วนแบ่งทาง “การตลาด” ไปได้หรือไม่
ตอบได้เลยว่า “ไม่ได้”
ที่ไม่ได้มิใช่เพราะว่ารายอื่นๆไม่เก่ง หรือมีความสันทัดอย่างเพียงพอในเรื่องของข่าว และการจัดรายการข่าว
มีคนที่เก่งกว่า สรยุทธ์ สุ่มทัศนะจินดา มากมาย
กระนั้น หากสำรวจ”เรตติ้ง”ของทีวีโดยเฉพาะดิจิตัล ถามว่าของใครติดอันดับท้อบ-ท็อบบ้าง
1 ช่อง 3 ตามด้วย ช่อง 7
2 ช่องนี้ถือว่าเป็นหน้าเก่า แต่ที่หายใจรดต้นคอก็คือ ช่องอาร์เอส ช่องเวิร์กพอยท์
2 ช่วงหลังนี้มิใช่ “ช่องข่าว”
หรือแม้กระทั่งช่อง 3 และช่อง 3 ก็เถอะ ที่สร้าง”เรตติ้ง”มิได้เป็นเรื่องข่าว
หากเป็น”ละคร” หากเป็น”เกมส์โชว์”
สภาพการณ์ทางการเมืองอย่างนี้ สภาพการณ์ทางสังคมอย่างนี้ แทบจะปิดประตู”ช่องข่าว”ไปเลย
“บันเทิง” ต่างหากที่อยู่”แถวหน้า”
