
การขายและการซื้อโรงแรม “สวิส โฮเตล ปาร์คนายเลิศ” โดย “กลุ่มดุสิตเวชการ”
มาจาก “เหตุผล” ในทาง “ธุรกิจ”
เห็นได้จากมูลค่าการขายและการซ้อซึ่งอยู่ที่ 10,800 ล้านบาทจากที่ดิน 15 ไร่
เห็นได้จาก “เป้าหมาย” ของ “การซื้อ”
นั่นก็คือ การแปลงโฉมโรงแรมขนาดกว่า 325 ห้องไปสู่การเป็น “ศูนย์สุขภาพครบวงจร”
“การแปรเปลี่ยน” นี้สะท้อนอะไร
1 สะท้อนการแปรเปลี่ยนของธุรกิจโรงแรม และ 1 สะท้อนการแปรเปลี่ยนของราคาที่ดิน
ทั้งหมดล้วนมาจากเหตุผลทาง “ธุรกิจ”
ทั้งๆ ที่รับรู้กันว่าธุรกิจ “การท่องเที่ยว” ได้เป็นหัวรถจักรสำคัญ 1 นับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
เหตุใด “โรงแรม” จึงมิได้ “บูม” ไปด้วย
ขณะเดียวกัน หากศึกษาจากการให้สัมภาษณ์ของ นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร
ก็จะสัมผัสได้ใน “การแปรเปลี่ยน”
“ขณะนี้มีการเจรจาซื้อที่ดินครั้งใหญ่ของสถานทูตอังกฤษอีก 25 ไร่ เชื่อว่าราคาขายจะไม่ต่ำกว่าที่ดินโรงแรมสวิส โฮเตล ปาร์คนายเลิศ”
นั่นก็คือ ราคา 1.8 ล้านบาทต่อตารางวา
เพราะว่าที่ดิน 25 ไร่ของสถานทูตอังกฤษ ก็อยู่บริเวณเดียวกันกับที่ 15 ไร่ของสวิส โฮเตล ปาร์คนายเลิศ
เท่ากับยืนยัน “เหตุผล” ในทาง “ธุรกิจ”
แรงผลักดันต่อ”การประกอบการ “จึงเด่นชัดยิ่งว่า มาจากเหตุผลในทาง “ธุรกิจ” เป็นสำคัญ
เมื่อเป็น “ธุรกิจ” จึงหมายถึง “กำไร”
จากเหตุผลในทาง “ธุรกิจ” นันเอง “โรงเรียน” ในย่านสุขุมวิทจึงต้อง “แปรเปลี่ยน”
แปรเปลี่ยนจากสถาบัน “วัฒนธรรม” ไปสู่”ธุรกิจ”
จากเหตุผลในทาง “ธุรกิจ” นั้นเอง “นิตยสาร” หลายต่อหลายหัวจึงต้อง “จบ”
ไม่ว่า “นวลนาง” ไม่ว่า “สกุลไทย”
1 เพราะมี “กระบวนการ”อื่นซึ่งเหนือกว่า เหมาะสมกว่าเข้ามาเบียดแทรก
1 เพราะผลประกอบการมีแต่ “ถอย”
ในที่สุด “เม็ดเงิน” ต่างหากคือ “คำตอบ”สุดท้าย
