
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 มีรายงานจาก สำนักข่าวไทย ระบุว่า นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะอดีต ผู้อำนวยการสถานการณ์ช่วยเหลือเด็กและโค้ชติดถ้ำ 13 คน ในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561 – 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 รวมถึงผู้กำกับชื่อดัง ทอม วอลเลอร์ และอาสาสมัครตัวจริงบางส่วนที่เคยเข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือนักฟุตบอลทีมหมูป่า ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน นำโดย จิม วอร์นี นักดำน้ำชาวเบลเยียม
ได้รับเชิญจาก ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง และโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ร่วมชมและเปิดรอบปฐมทัศน์การกุศลภาพยนตร์แห่งปีเรื่อง THE CAVE นางนอน โดยเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อนำรายได้ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ไปสมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัยภิบัติต่างๆ ใน จ.ลำปาง และสบทบทุน น.ต. สมาน กุนัน (จ่าแซม) “วีรบุรุษแห่งถ้ำหลวง”
เมื่อนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ ลำปาง (ผู้ว่าหมูป่า) มาถึง และได้พบกับ ทอม ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้พูดคุยถึงความไม่สบายใจเกี่ยวกับเนื้อหาในภาพยนตร์ เพราะบทบางส่วนไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้หลายคนรับไม่ได้ หนังเรื่องนี้น่าจะสร้างความสามัคคีให้กับคนในโลกได้ เพราะเป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับความสามัคคี แม้ผู้กำกับภาพยนตร์จะอธิบายว่าแก่นของเรื่องพยายามนำเสนอให้เห็นการทำงานของทีมกู้ภัยจิม วอร์นี นักดำน้ำชาวเบลเยียม
อยากฝากเรื่องราวบางอย่างที่ปรากฏในภาพยนตร์ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่มีคนมาเล่าให้ผู้กำกับฟัง อาจไม่ได้เช็ก และเป็นมุกที่ไปโจมตีการทำงานของราชการไทย ซึ่งอาจสื่อเพื่อให้คลายเครียด แต่มันเป็นมุกที่ข้าราชการอย่างตัวเองเสียความรู้สึกและเสียใจ ถูกนำมาล้อเลียนในภาพยนตร์ที่จะนำไปฉายทั่วโลก เช่น ฉากที่มีการแลกบัตร และการด่าว่าหากอยากใหญ่ก็ไปใหญ่ที่จังหวัด..ของคุณโน้น
รวมถึงการติดต่องานที่เจ้าหน้าที่หญิงบอกว่าให้ไปที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งเรื่องจริงยังไม่รู้เลยว่าเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นเป็นใคร และไม่เคยให้ไปติดต่องานที่ศาลากลาง ตนเองในฐานะทีมปฏิบัติการทั้งหมด ขอบ่นในจุดนี้นิดหนึ่ง ย้ำหากใครชมแล้วก็ขอให้เข้าใจว่ามันคือภาพยนตร์ ไม่ใช่สารคดี จริงๆ แล้วควรใช้คำว่าบทภาพยนตร์ คนจะได้เข้าใจ เพราะหากบอกว่าเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง แต่หลายเรื่องมันไม่จริง แม้แต่ตัวละครหลายตัวก็ไม่สามารถบอกได้ว่าคือใคร คอสตูมต่างๆ อาจจะไม่ตรง
ล่าสุด ผู้กำกับชื่อดัง ทอม วอลเลอร์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ Tom Waller (ทอม วอลเลอร์) แสดงความคิดเห็นโต้แย้งนายณรงค์ศักดิ์ต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า เมื่อคืนผมไปงานเปิดตัวหนังที่ลำปาง และมีโอกาสได้พบกับท่านผู้ว่าณรงค์ศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ในครั้งกู้ภัยถ้ำหลวง ความประทับใจเริ่มแรกที่ผมได้รับราว 20 นาที ที่ท่านด่าหนังผมให้ฟังว่าไม่เป็นจริง ดูจากตัวอย่างหนังแล้วไม่ควรเรียกว่าภาพยนตร์ based on a true story ควรเป็นแค่ภาพยนตร์ธรรมดา
https://www.facebook.com/tomwallerpage/posts/2703134816373977
ท่านไม่มีเวลากระทั่งทักทายหรือมองหน้าจิม กระทั่งเข้าโรงภาพยนตร์ ท่านยังต่อว่าไม่หยุด ‘ในภาพยนตร์มีตั้งหลายหน่วยงานที่ทำให้ภารกิจสำเร็จ ทำไมเล่าแต่ของผู้ใหญ่ของจิม ไม่มีที่เค้าเดินสำรวจขุดเจาะถ้ำ ภาพยนตร์ไม่ตรงกับความจริง…’ แล้วท่านเดินออกจากโรงไป
ผมไม่อยากให้ท่านตัดสินว่าภาพยนตร์ผมไม่ตรงความจริงเพียงเพราะท่านรับชมจากตัวอย่างภาพยนตร์ หรือคำรีวิว ที่บอกว่าสร้างมาล้อเลียน ขรก. ถ้าท่านชมภาพยนตร์จบแล้วต่อว่าหนังผม อันนั้นผมยอมรับได้
ท่านบอกภาพยนตร์ไม่ตรงความจริง ใช่ครับ มีซีนนึงที่ไม่ตรงจริง เจ้าหน้าที่อุทยานไม่ได้เป็นคนไล่อาจารย์อดิสรณ์ให้ไปเก่งที่นครปฐม แต่เป็นคำพูดของคนที่ไม่มีโอกาสได้ดูเพราะนั่งอยู่แค่ 3 นาที ครับ 😏
ทั้งนี้ หลังจากภาพยนตร์ได้ฉายออกสู่สายตาสาธารณชน ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ระบุเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 หมูป่า ก็ร่วมออกมาวิพากษ์วิจารณ์วัฒนธรรมการทำงานในระบบราชการไทย ที่หวังเอาความดีความชอบ แต่กลับไม่ละเลยหรือมองข้ามคนที่ทำงานกันจริงจัง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต


