
คนไทยส่วนมากยังไม่ค่อยรู้จักประเทศกาตาร์ (Qatar) มากนัก รวมทั้งตัวผมเองก็มีความรู้เพียงแค่กาตาร์เป็นประเทศหนึ่งในกลุ่มตะวันออกกลาง
แน่นอนว่า ย่อมเป็นหนึ่งในประเทศร่ำรวยจากทรัพยากร “น้ำมัน” และก๊าซธรรมชาติ ที่จริงกาตาร์คือประเทศที่รวยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับ GDP โดย IMF
มาในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เวลา Search หาเที่ยวบินกลับกรุงเทพฯ จากเว็บไซต์ต่างๆ จะปรากฏสายการบิน Qatar Airways เข้ามาแข่งขันเสนอราคา มีทั้งเที่ยวบินจาก JFK, LAX (LA), SFO, PHL (Philadelphia)
Qatar Airways บินเข้าออก JFK วันละ 2 เที่ยว
และที่พิเศษสุดคือมีเที่ยวบินเข้าออก PHL วันละหนึ่งเที่ยว จึงนับว่าสะดวกสำหรับผมที่มีบ้านอยู่ที่เมือง Reading ห่างจากสนามบิน PHL หนึ่งชั่วโมง ใกล้กว่าที่จะเดินทางไป JFK ที่ห่างออกไป 3 ชั่วโมง
ชั่วโมงบินของ Qatar Airways ผ่านตะวันออกกลางที่ Doha เมืองหลวงของกาตาร์เข้าอเมริกาก็ใช้เวลาบินพอๆ กับสายการบินจีนที่บินเข้าทางตะวันออก
ราคาตั๋ว Roundtrip ทุก Gateway อเมริกา Qatar Airways สู้ราคาระดับ $700 +,- แถมบางช่วงเวลายังให้ราคาต่ำกว่าสายการบินจีนอีกด้วย
Qatar Airways จึงให้ราคาตั๋วเครื่องบินที่แข่งขันกับสายการบินจีน และสายการบินไต้หวันชนิดที่เฉือนกันแค่ปลายจมูก
เรียกว่าเป็นสายการบินแขกตะวันออกกลางที่สู้ราคากับสายการบินจีนทุกเม็ด
จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
มาเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้บินกับ Qatar Airways จาก BKK มา PHL ด้วยเที่ยวบิน QR 833 BKK-DOH ไปเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนานาชาติ HAMAD ที่ Doha เมืองหลวงของ Qatar แล้วต่อด้วยเที่ยวบิน QR 727 บินตรงจาก DOH เข้า PHL
QR 833 ออกจาก BKK ทุกวันตอนสามทุ่มครึ่ง บินด้วย Airbus A380 ตัวใหญ่ที่สุดในโลก คนโดยสารราว 500 คน ก่อนหน้านั้นหนึ่งชั่วโมงก็มี Qatar Airways อีกตัวเป็น Boeing 777-300 ER ผู้โดยสารราว 300 คนบินออกจาก BKK ไป DOH โดฮาเช่นเดียวกัน
Qatar Airways บินออกจากกรุงเทพฯ สู่โดฮา 2 ตัวติดกันในเวลาหนึ่งชั่วโมง ต้องการคนโดยสารราว 800 คน
ช่างเอาใจใส่ความปลอดภัยของผู้โดยสารเสียจริง แต่ก็สำหรับชั้นธุรกิจเท่านั้น
คุยกับน้องสจ๊วตคนไทยที่ดูแลผมได้ความว่า นอกจากเครื่องสองตัวที่บินออกจากกรุงเทพฯ สู่โดฮาตอนสองทุ่มครึ่งและสามทุ่มครึ่งแล้ว ยังมีเที่ยวบิน Qatar Airways จาก BKK สู่ DOH ตอนตีสองด้วย Airbus A380 และตอนตีสามก็บินจากกรุงเทพฯ สู่โดฮาอีกตัวด้วย Boeing 777-300 ER
รวมออกจาก BKK สู่ DOH วันละ 4 ตัว ต้องการคนโดยสารราว 1,500-1,600 คน รวมทั้งขากลับจาก DOH มา BKK อีกจำนวนเท่ากัน
แถมตอนบ่ายสามโมงยังมีเที่ยวบินของ Qatar Airways จากฮานอยมารับคนโดยสารที่กรุงเทพฯ ก่อนจะบินสู่โดฮาด้วยเครื่อง Boeing 787 Dreamliner คนโดยสารราว 300 คน ตีเสียว่าแบ่งคนละครึ่งกับคนญวน ก็ต้องการคนโดยสารอีก 150 คนทั้งไปและกลับ
ถามว่า Qatar Airways บินเข้าออกกรุงเทพฯ วันละ 5 ตัว ต้องการคนโดยสารขาละประมาณ 1,700 คน จะหาคนโดยสารที่ไหนมาบิน
แน่นอนว่าต้องไม่ใช่คนไทย
คำตอบจากน้องสจ๊วตคนไทยคือ
ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวกาตาร์บินมาเมืองไทยเพื่อการรักษาพยาบาล ซึ่งรัฐบาลกาตาร์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด
ไม่ต้องจินตนาการว่าโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ จะรับทรัพย์จากชาวกาตาร์ปีละเท่าไร
เมื่อมารักษาพยาบาลแล้ว ก่อนกลับบ้านย่อมต้องมีการช้อปปิ้งติดไม้ติดมือไปด้วย ผลประโยชน์จึงกระจายให้คนไทยโดยทั่วหน้า
นอกจากนี้ ยังมีเที่ยวบิน ภูเก็ต-โดฮา ทุกวันอีกด้วย
ความประทับใจอันดับต่อมาคือ ภาพยนตร์แนะนำเรื่องความปลอดภัยบนเครื่องบิน ที่เอานักฟุตบอลทีมบาร์เซโลนาทั้งทีมรวมทั้งโค้ชมาเป็นพรีเซ็นเตอร์
เพราะสายการบิน Qatar Airways คือสปอนเซอร์หลักของทีมบาร์เซโลนา ที่อกเสื้อนักฟุตบอลจะมีชื่อ Qatar Airways และสัญลักษณ์ของสายการบิน
ภาพเริ่มต้นที่มุมสูงสนามของบาร์เซโลนาที่เปิดไฟสว่างไสว คนดูแน่นเต็มสนาม กล้องจับภาพไปที่โฆษก 2 คนแนะนำเกม แล้วถ่ายในห้องพักนักกีฬาเตรียมเดินเข้าสนาม เปรียบเทียบเหมือนคนโดยสารเตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน
ตอนที่แอร์โฮสเตสกำลังโชว์แผนที่ประตูฉุกเฉิน มี Messi ออกมาเลี้ยงลูกฟุตบอลอยู่ข้างๆ แล้วเซ็นชื่อบนลูกฟุตบอลให้แฟนคลับ
ตอนสาธิตการรัดเข็มขัดนิรภัย ก็เป็นภาพแฟนบอลบนอัฒจันทร์รัดเข็มขัด
ตอนที่เป็นท่อออกซิเจนหล่นลงมาบนหัวแฟนบอล หนึ่งในนั้นคือร็อกสตาร์จากโคลอมเบีย Serena Gomez เมียของ Pique
ภาพตอนที่แฟนบอลใส่เสื้อชูชีพแล้วเป่านกหวีดที่ข้างเสื้อ ตัดภาพมาเป็น Luis Suarez กำลังเลี้ยงลูกฟุตบอลแล้วตกใจหยุดเลี้ยง เพราะเข้าใจว่ากรรมการเป่านกหวีด
อีกภาพคือ Neymar กำลังยิงลูกโทษนอกเขตโทษ มีกำแพงกั้นคือ Pique, Mascherano และผู้เล่นคนอื่น พอ Neymar เตะบอลข้ามหัว ทุกคนก็ก้มหลบ ภาพตัดเป็นทุกคนอยู่บนเก้าอี้เครื่องบินกำลังก้มตัวลงในท่าแลนดิ้งฉุกเฉิน
อีกฉากหนึ่งที่ผมชอบ คือภาพคนโดยสารแอบมาสูบบุหรี่ในห้องน้ำแล้วกรรมการมาเปิดประตูชูใบแดง
ปิดฉากด้วยแอร์โฮสเตสเดินมาตรงทางเดินบนเครื่อง กล่าวขอบคุณผู้โดยสารที่ให้ความสนใจรับชมการสาธิต
และเราก็รู้จัก Qatar Airways มากขึ้นผ่านทีม Barcelona ที่ปีที่แล้วเป็นแชมป์ลาลีก้าสเปน
จากกรุงเทพฯ สู่โดฮาเมือหลวงของกาตาร์ ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง 10 นาที กินดินเนอร์แล้วก็นอน เขาให้ชุดนอนปิจาม่ามาด้วย ใส่นอนอุ่นสบาย สายการบินอื่นที่เคยบิน ไม่มีสายไหนให้ชุดนอนบนเครื่อง
สนามบิน Hamad ที่โดฮากว้างขวางใหญ่โตมาก มีรถรางวิ่งอยู่ด้านบนเชื่อมระหว่างเทอร์มินัลต่างๆ เช่นเดียวกับสนามบินอื่นในตะวันออกกลาง เช่น ที่คูเวตซิตี้, ดูไบ, อัมมันที่ผมเคยพบมาว่าคนที่ทำงานในสนามบินและร้านค้าปลอดภาษีในละแวกนี้ล้วนเป็นฟิลิปปินโนทั้งนั้น
ความที่เก่งภาษาอังกฤษทำให้คนฟิลิปปินโนออกไปทำงานบริการได้ทั่วโลก จนได้ฉายาว่าเป็น Servants of The World ทำเงินทำทองกลับเข้าฟิลิปปินส์มากมาย
คนไทยที่ผมเคยพบเป็นได้แค่คนทำความสะอาดห้องน้ำที่สนามบิน Queen Alia กรุงอัมมัน จอร์แดนเท่านั้นเอง ไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษที่จะทำงานได้สูงกว่านี้
QR 727 บินจาก DOH สู่ PHL ด้วยเครื่อง Airbus A350 เป็นสายการบินแรกของโลกที่ใช้เครื่องรุ่นนี้บินเข้าอเมริกา ใช้เวลาบิน 13 ชั่วโมง 6 นาที เที่ยวบินนี้ใช้แอร์โอสเตสเกือบล้วน มีสจ๊วตชายอยู่ท้ายเครื่องคนเดียวที่ให้บริการอยู่ แถบที่ผมนั่งเป็นแอร์โฮสเตสสาวไทย 3 คน คนหนึ่งเกิดที่นิวยอร์กมีคุณแม่เป็นคนไทย แต่พูดไทยได้เพียงนิดหน่อย
มีข้อน่าสังเกตว่า อาหารบนเครื่อง QR พวกเนื้อสเต๊กจะค่อนข้างเหนียว แอร์โฮสเตสยอมรับว่ามีผู้โดยสารบ่นกันมาก ผมสั่งดินเนอร์ Lamb ก็เนื้อเหนียวเหมือนกัน เคี้ยวไม่ค่อยไหว แต่ถ้าเป็นอาหารพวกปลาถือว่าใช้ได้ อร่อยดี
หยิบหนังสือบนเครื่องมาดู เห็นว่า Fleet ของ Qatar Airways ยังมีเครื่อง Airbus A340-600 ใช้บินอยู่ 4 ตัว เครื่องบินรุ่นนี้ของการบินไทย 8 ลำจอดทิ้งไว้ที่สนามบินอู่ตะเภา
มีอดีตกัปตันการบินไทยเขียนใส่ไคล้โจมตีคนอนุมัติสั่งซื้อว่าเครื่องบินรุ่นนี้เป็นเครื่องบินไม่ดี ทำให้การบินไทยขาดทุนย่อยยับ โดยไม่ยอมรับว่าที่จริงเป็นความผิดพลาดในการวางแผนการบินที่ติดตั้งเก้าอี้ชั้นธุรกิจบนเครื่องนี้ 76 ตัว เพื่อบินตรง BKK-JFK พอเลิกบินก็เลยไม่รู้ว่าจะเอาเก้าอี้ชั้นธุรกิจ 76 ตัวไปใช้บินสายไหน เลยจอดทิ้งดีกว่า
ที่จริง TG บิน BKK-HONG KONG ด้วย Airbus A380 ไม่รู้ว่ามีที่นั่งชั้นธุรกิจกี่ที่ (ของ QR มี 46 ที่) แต่รู้มาว่าชั้นธุรกิจไปฮ่องกงเต็มทุกเที่ยว
TG น่าจะลองปัดฝุ่นเอา Airbus A340-600 มาบิน BKK-HK เชื่อว่าที่นั่งชั้นธุรกิจ 76 ที่นั่งคงเต็มทุกเที่ยว
สายการบินอื่นที่มี Airbus A340-600 ก็ยังใช้บินกันอยู่ทั้งนั้น
Airbus A350 ของ QR มีเก้าอี้ชั้นธุรกิจ 26 ที่
QR727 เข้าสนามบิน PHL ตรงตามเวลา เช้า 08.40 น. บวกหนึ่งวันจากเมืองไทย
ตอนนี้มีข่าวว่ากาตาร์โดนตัดสัมพันธ์ทางการทูตจาก 6 ประเทศในตะวันออกกลาง นำโดยซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เยเมน และเขตปกครองด้านตะวันออกของลิเบีย
ประเทศเหล่านี้ไม่ยอมให้เครื่อง QR บินผ่านน่านฟ้า บางเที่ยวบินจึงต้องบินอ้อมนิดหน่อย
กาตาร์เป็นประเทศเล็กที่ร่ำรวย มีประชากรแค่ 2.7 ล้านคน มีสำนักข่าวอัลจาซีราที่มีชื่อเสียง และได้รับเลือกให้จัดแข่งฟุตบอลโลกปี 2022 กรุงโดฮาเมืองหลวงของกาตาร์อุดมไปด้วยตึกระฟ้า บ่งบอกถึงความสำเร็จในการดึงบริษัทข้ามชาติมาเปิดสำนักงานในกาตาร์
อ่านข่าวจาก น.ส.พ. Qatar Tribune ฉบับ June 15, 2017 บนเครื่องบอกว่า รมต.ต่างประเทศตรุกี Mevlut Cavusoglu และ รมต.เศรษฐกิจตุรกี Nihat Zeybekci มาเยือนโดฮาเข้าพบผู้นำกาตาร์เพื่อช่วยแก้ปัญหา Gulf crisis ครั้งนี้
เชื่อว่าทุกอย่างคงคลี่คลายด้วยดี ทั้งหมดนี้ก็แค่มหาเศรษฐีขัดใจกัน
อ่านจากหนังสือ Oryx บนเครื่อง QR พบว่ามีโปรแกรมพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่รอต่อเครื่องที่สนามบิน Hamad นานเกิน 5 ชั่วโมง จะได้รับ Complimentary Transit Visa และห้องพักฟรีในโรงแรมหรูระดับ Four Seasons, Marriott Marquis. Radisson Blu และ Oryx Rotana
ทั้งนี้ ด้วยอภินันทนาการจากสายการบิน Qatar Airways และองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวกาตาร์
บินคราวหน้าคงได้รู้จักกรุงโดฮาและประเทศกาตาร์มากขึ้น
