‘โจรน้ำท่วม’ เหิมหนัก! ซ้ำเติมอุทกภัยหาดใหญ่กวาดทั้งร้านค้า-ตู้เอทีเอ็มงัดตู้ รฟ.ขโมยเบียร์ 4 ล้าน
อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด
มหาอุทกภัยภาคใต้เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมาสร้างความสูญเสียเหลือคณานับ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษสำคัญของภาคใต้ ถึงกับย่อยยับลงเพียงชั่วไม่ทันข้ามคืน
แต่ท่ามกลางการระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน กลับมีปรากฏการณ์โจรน้ำท่วม ออกอาละวาดครั้งใหญ่ ชนิดที่ไม่เคยพบมาก่อนในเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อื่นๆ ที่ผ่านมา
โดยเฉพาะในพื้นที่เขต 8 หาดใหญ่
ทั้งการไล่ยิงเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ขับเจ็ตสกีเข้าไปช่วย แถมตะโกนด่าไล่หลัง การบุกเข้าไปฉกฉวยข้าวของในร้านสะดวกซื้อ มินิมาร์ท หรือร้านค้าที่เจ้าของต้องอพยพออกจากพื้นที่ งัดตู้เอทีเอ็ม
แต่ที่เหิมเกริมสุดสุด คือการบุกเข้าไปในคลังเก็บสินค้า และการบุกงัดตู้คอนเทนเนอร์รถไฟ ขโมยขนเหล้า-เบียร์ออกไปมูลค่าหลายล้านบาท
พฤติกรรมไม่เกรงกลัวกฎหมายเหล่านี้ถูกเพจต่างๆ นำมาโพสต์ให้ได้เห็นกันทั่วประเทศ
อาทิ เพจ “Army Military Force” โพสต์ภาพเด็กหนุ่มรายหนึ่ง พร้อมภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ ที่บุคคลในภาพโพสต์ลงสตอรี่ไอจี และอ้างว่า “ประมาณแสนกว่าบาทอยู่ที่ผม เน้นเหล้า-เบียร์-ยาสูบ- ใครไม่เปิดผมเปิดเอง” พร้อมเช็กอินร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในพื้นที่เขต 8 หาดใหญ่
ทางเพจระบุข้อความว่า “หนุ่มหาดใหญ่ เขต 8 อวดฉํ่า! ภูมิใจปล้นเหล้า เบียร์-บุหรี่ และสินค้าอื่นในเซเว่นร่วมแสนบาท ก่อนอัพลงสตอรี่ IG” หรือภาพมินิมาร์ท เขต 8 หาดใหญ่ ที่ถูกขโมยสินค้ากวาดไปจนเกลี้ยงร้าน
ภาพเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยซีล กองทัพเรือ ที่ใช้รถหุ้มเกราะเข้าไปช่วยแจกจ่ายอาหารและอพยพชาวบ้านในเขต 8 แทนเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อความปลอดภัย
หรือแม้แต่ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุธครบมือบุกเข้าค้นหาตัวคนร้ายภายในร้านสะดวกซื้อ หลังรับแจ้งว่ามีการงัดหลังคาร้านเข้าไปขโมยทรัพย์สิน
ทั้งการซ้ำเติมของโจรน้ำท่วม และพฤติกรรมของคนส่วนน้อยในพื้นที่ ทำเอาชื่อเสียงของคนภาคใต้มั่วหมองไม่มีชิ้นดี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว
ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ระบุว่า สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ เข้าดำเนินการเรียบร้อย ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ณ เวลานี้จะต้องเข้าดำเนินการ และจะมีการตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด พิสูจน์ทราบทั้งความผิดเก่า และความผิดใหม่
วันที่ 29 พฤศจิกายน พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) พร้อมด้วย รอง ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงกรณีกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และ สภ.หาดใหญ่ จับกุมชาย 6 คน ร่วมกันลักทรัพย์สินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ขบวนรถไฟ เหตุเกิดบริเวณพื้นที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในช่วงสถานการณ์อุทกภัย


พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ระบุตามที่ปรากฏภาพและคลิปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ มีบุคคลก่อเหตุลักทรัพย์งัดตู้คอนเทนเนอร์สินค้าขบวนรถไฟที่จอดไว้บริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่ ขณะเกิดอุทกภัยน้ำท่วมสูงทั่วเมือง ซึ่งภายในมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่ง ในภาพปรากฏกลุ่มคนกำลังงัดตู้คอนเทนเนอร์ 4 ตู้ ตรวจสอบพบว่าภายในมีเครื่องดื่ม 7,560 ลัง มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจให้ประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนเดือดร้อนจากน้ำท่วม ตำรวจฝ่ายสืบสวน, ฝ่ายป้องกันปราบปราม และฝ่ายเทคนิคดิจิทัล ร่วมกันตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางหลบหนี พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงข้อมูลจากโซเชียลมีเดียจนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างแม่นยำ
พบว่ากลุ่มที่ก่อเหตุมี 10 ราย มี นาย อ.เป็นผู้สั่งการ ซึ่งยังอยู่ระหว่างติดตามคุมตัว ขณะที่จับกุมตัวได้แล้ว 6 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของบ้านที่นำของกลางเก็บไว้ พร้อมตรวจยึดของกลางได้จำนวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมกระทำผิดทั้งหมด รวมถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการรับซื้อของโจร มาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
จากพฤติการณ์ดังกล่าว ถือเป็นการกระทำความผิดในพื้นที่เกิดเหตุอุทกภัยซึ่งมีโทษอัตราโทษหนักกว่าปกติ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 และ 335 ตำรวจจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ผู้ใดฉวยโอกาสกระทำผิดและซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์กล่าวย้ำว่า คนหาดใหญ่เป็นคนน่ารัก เขต 8 ไม่ใช่พื้นที่น่ากลัวตามข่าว อยากให้เข้าใจสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น แต่ใครทำผิดก่ออาชญากรรมก็ต้องดำเนินคดี วันนี้ตนจะไปรับประทานอาหารกับผู้นำชุมชน จะทำเขต 8 ให้น่าอยู่ ทำหาดใหญ่ให้น่าอยู่เหมือนเดิม
ส่วนการสืบสวนจับกุมกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุวุ่นวาย ในเหตุใช้อาวุธปืนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ตามที่ปรากฏภาพข่าวนั้น ขณะนี้รู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว 1 ราย จาก 2 ราย กำลังเร่งรัดออกหมายจับติดตามจับกุมมาดำเนินคดี แต่อยากให้เข้ามามอบตัว ซึ่งตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นมา ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์และอาชญากรรมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ผ่านสายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 และอื่นๆ แล้ว 15 คดี อยู่ระหว่างการสืบสวนและติดตามจับกุม
“ตำรวจภูธรภาค 9 ยืนยันจุดยืนในการทำงานด้วยความรวดเร็ว เข้มแข็ง และโปร่งใส เพื่อคลี่คลายเหตุการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและรักษาความสงบของบ้านเมือง ซึ่งจากการระดมกำลังลาดตระเวนเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง สร้างความอุ่นใจให้ประชาชน ซึ่งตำรวจภาค 9 จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องปรามก่อนเกิดเหตุ รักษาความสงบของบ้านเมือง และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในช่วงสถานการณ์หลังวิกฤตคลี่คลาย” ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าว
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ยังกำชับให้ตำรวจร่วมกันทำงานอย่างเต็มกำลังกับทหาร และฝ่ายปกครอง เพื่อให้หาดใหญ่กลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและสงบสุขอีกครั้ง
ต่อมาวันที่ 1 ธันวาคม ที่ สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ รอง ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รอง ผบช.ภ.9 แถลงผลการจับกุมผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงระหว่างที่อาสาสมัครกู้ภัยขับเจ็ตสกีเข้าช่วยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่โรงเรียนบ้านเกาะหมี ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
การสืบสวนครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการสั่งการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตั้งแต่ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 รวมถึงชุดสืบสวนจาก บก.สส.ภ.9 และ ภ.จว.สงขลา โดยปฏิบัติตามข้อสั่งการเข้มของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ให้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในช่วงสถานการณ์วิกฤต
หลังเหตุการณ์มีคลิปที่ถูกแชร์ในโซเชียลระบุว่า อาสาฯ มาช่วยน้ำท่วมแต่ถูกยิงตามหลัง 3 นัด ตำรวจจึงรีบสอบถามผู้เสียหายทันที ทราบว่าอาสาสมัครกลุ่มดังกล่าวเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อช่วยผู้ประสบภัยใน อ.หาดใหญ่ และในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ระหว่างขับเจ็ตสกีในพื้นที่โรงเรียนบ้านเกาะหมี ได้ยินเสียงดังคล้ายปืนประมาณ 3 ครั้ง จึงเร่งขับออกจากพื้นที่
การสืบสวนพบผู้ต้องหาคือ นายเริงชัย อายุ 30 ปี ตำรวจติดตามตัวอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งวันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 12.30 น. ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามอบตัว พร้อมอาวุธปืนพกสั้นอัตโนมัติยี่ห้อกล็อก 19 ขนาด 9 ม.ม. ที่ใช้ก่อเหตุ
นายเริงชัยให้การว่า ขณะเกิดเหตุอยู่กับญาติและเพื่อนบ้านซึ่งติดอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน ได้ยินเสียงเจ็ตสกีจึงพยายามตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ แต่คนขับอยู่ไกลจึงไม่ได้ยิน จึงตัดสินใจยิงปืนขึ้นฟ้าประมาณ 2 นัด เพื่อส่งสัญญาณ ไม่ได้มีเจตนาข่มขู่หรือทำร้ายใคร
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร” ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจยืนยันหนักแน่นว่า เขต 8 หาดใหญ่ ไม่มีมาเฟียหรือผู้มีอิทธิพล แต่ในโลกโซเชียลกลับมีข้อมูลที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ถือโอกาสหลังมหาอุทกภัยเข้าไปปัดกวาด จัดระเบียบให้เข้าที่เข้าทางเสียเลย สังคมย่อมได้ประโยชน์กว่าเถียงกันไปมา
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
