bg-single

วงจรปิดฉีกหน้ากากทรชน แฝงตัวกู้ภัย – อาสาช่วย! ดาราสาว ‘คริสติน’ ป่วยล่วงละเมิด – ถ่ายคลิปซ้ำ

10.04.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม : อาชญาข่าวสด

เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกับคริสติน กุลสตรี มิชารัลสกี้ นางแบบและนักแสดงเชื้อสายลูกครึ่งไทย-จีน-เยอรมัน กลายเป็นคดีอาชญากรรมที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก

เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยรายหนึ่ง ผู้ที่ควรจะเป็น “ผู้ช่วยชีวิต” กลับกลายเป็น “ผู้ฉวยโอกาส” ในวินาทีที่เหยื่อไร้ทางสู้

เรื่องราวของ ‘คริสติน กุลสตรี’ เป็นที่กล่าวขานในวงกว้าง เมื่อเธอโพสต์เล่าในอินสตาแกรมส่วนตัว @gulasatree ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 หลังเข้ารับการรักษาตัวจากอาการเจ็บป่วยที่โรงพยาบาล

โดยเผยประสบการณ์เลวร้ายในชีวิตที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ที่ถูกอาสาสมัครกู้ภัยรายหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศ ขณะเข้าช่วยเหลือเธอจากเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพภายในที่พักส่วนตัว

ทำให้มีเหล่าแฟนคลับและผู้คนในโลกโซเชียลต่างเข้าไปให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม

ก่อนที่เช้าวันที่ 1 เมษายน เธอขึ้นโรงพักคลองตัน นำภาพจากกล้องวงจรปิดภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 45 (สุขุมวิท 71) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ที่เธออาศัยอยู่ เป็นหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีผู้ก่อเหตุ

โดยมี พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 และ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ มีวิริยกุล ผกก.สน.คลองตัน ร่วมสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง

‘คริสติน กุลสตรี’ ให้การต่อพนักงานสอบสวนอย่างละเอียด โดยเหตุการณ์เริ่มต้นจากเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 31 มีนาคม ขณะที่เธอกำลังพักผ่อนภายในห้องเพียงลำพัง เกิดมีอาการหายใจไม่ออกและเริ่มมีภาวะแพนิก เนื่องจากผลข้างเคียงจากการรับประทานยา จึงรีบติดต่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อน

แต่เนื่องจากระยะทางที่ไกลกัน เพื่อนของเธอจึงประสานงานไปยังหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รีบเข้าช่วยเหลือเป็นการด่วน

ต่อมา อาสาสมัครกู้ภัยชายคนหนึ่งเดินทางไปถึงพร้อมกับพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำคอนโดมิเนียมที่เธออาศัยอยู่ ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 45 (สุขุมวิท 71) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

ในขณะนั้น ‘คริสติน กุลสตรี’ อยู่ในสภาพมึนงงจากฤทธิ์ยาและไม่สามารถขยับตัวหรือพูดจาตอบโต้ได้

แต่เธอยังคงมีสติรับรู้เหตุการณ์โดยตลอด พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำคอนโดมิเนียมพยายามจะอุ้มเธอลงไปรอรถพยาบาลด้านล่าง แต่อาสาสมัครกู้ภัยคนดังกล่าวกลับยืนกรานให้เธอนอนรออยู่ภายในห้องพักเพียงลำพัง

แต่จังหวะที่พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำคอนโดมิเนียมต้องลงไปรับเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยของอาคาร กู้ภัยรายนี้ได้อาศัยช่วงเวลาไม่ถึง 5 นาที ขณะอยู่กับเธอตามลำพัง กระทำการล่วงละเมิดด้วยการถกเสื้อนอนและถอดกางเกงของเธอออก ก่อนจะสัมผัสร่างกายในจุดสงวนหลายครั้งอย่างรุนแรง

นักแสดงสาวยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุ เธอสวมใส่เสื้อยืดกางเกงนอนขายาวตามปกติ ไม่ได้แต่งตัวล่อแหลมแต่อย่างใด

เธอพยายามตั้งสติและแกล้งหลับ เพราะประเมินแล้วว่าร่างกายไม่มีกำลังพอจะต่อสู้ และกังวลเรื่องความปลอดภัยหากคนร้ายใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น

จนกระทั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำคอนโดมิเนียมและเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับขึ้นมาถึงห้อง คนร้ายรีบจัดเสื้อผ้าให้เธอและอ้างว่าเธอหมดสติไป

ภายหลังจากเข้ารับการรักษาและยืนยันจากแพทย์ว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่ขั้นตอนทางการแพทย์ที่ถูกต้อง เธอจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

เพราะเชื่อว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเคยเกิดขึ้นกับผู้อื่นมาก่อน และต้องการปกป้องสิทธิของผู้หญิงที่ต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียว

‘คริสติน กุลสตรี’ เปิดเผยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแต่แฝงความเด็ดเดี่ยวว่า แม้สภาพจิตใจในขณะนี้จะยังไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เธอยืนยันที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

โดยระบุว่า ข้อมูลที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด และเธอมั่นใจว่าจำใบหน้าของกู้ภัยที่ก่อเหตุได้อย่างแม่นยำ

พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่รับการไกล่เกลี่ยเป็นเงินทอง

แต่ต้องการให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษจำคุกเท่านั้น

แม้ไร้หลักฐานยืนยันการกระทำความผิดในช่วงเกิดเหตุ แต่คำให้การของเหยื่อสาวสอดคล้องกับภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันมากเพียงพอที่จะมัดตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างดิ้นไม่หลุด

กระทั่งศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายตามคำร้องขอจากพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ให้จับกุม นายนิกร เศษหอม อายุ 34 ปี ชาวจันทบุรี ในข้อหา “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น”

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเข้าจับกุมผู้ต้องหาทันที พร้อมอายัดโทรศัพท์มือถือไว้ตรวจสอบ เพราะเหยื่อสาวให้ข้อมูลว่าสังเกตเห็นผู้ก่อเหตุมีการถ่ายคลิปวิดีโอและภาพนิ่งของเธอไว้ในขณะที่เธอกำลังกึ่งไม่ได้สติ

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างไม่ได้ล่วงละเมิดอีกฝ่าย แต่เป็นการทำ CPR ปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต ส่วนการถ่ายภาพเป็นการบันทึกภาพซองยาของผู้ป่วยเพื่อส่งต่อข้อมูลการรักษาเท่านั้น

แต่คำโกหกก็ไม่อาจช่วยให้นายนิกรรอดตัวไปได้ เพราะขัดแย้งกับที่ปรากฏในภาพวงจรปิดอย่างชัดเจน

เริ่มต้นเมื่อเวลา 03.39 น. นายนิกรขี่รถจักรยานยนต์ไปถึงหน้าคอนโดมิเนียมและขึ้นไปด้านบนพร้อมเจ้าหน้าที่นิติบุคคล จากนั้นเวลา 03.50 น. ปรากฏภาพผู้ก่อเหตุอุ้ม ‘คริสติน กุลสตรี’ ออกมาจากห้องพัก แต่กลับอุ้มเธอกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง

สอดคล้องกับคำให้การของนักแสดงสาวที่ระบุว่า เป็นช่วงเวลาที่เธอถูกล่วงละเมิดขณะอยู่กันตามลำพัง

ถัดมาในเวลา 03.55 น. กล้องจับภาพผู้ก่อเหตุเดินออกมาหน้าห้องและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาใช้งานในลักษณะไถหน้าจอเล่น หลังจากได้ยินเสียงคนเดินใกล้เข้ามา จนกระทั่งเวลา 04.02 น. กลุ่มเพื่อนของนักแสดงสาวรวม 3 คน เดินทางมาถึง และในเวลา 04.04 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.คลองตัน เข้าไปอุ้มตัวนักแสดงสาวออกจากห้องเพื่อนำส่งโรงพยาบาล

โดยตัวผู้ก่อเหตุเดินตามลงมาและยกเก้าอี้มาเตรียมให้เธอนั่งพักด้านล่าง เพื่อตบตาและสังเกตการณ์

ภาพหลักฐานจากวงจรปิดชุดนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของผู้ก่อเหตุ ที่ระบุว่าพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิต

เนื่องจากพบพฤติกรรมพิรุธในการอุ้มผู้ป่วยเข้า-ออกจากห้องโดยไม่มีเหตุอันควร รวมถึงการยืนเล่นโทรศัพท์มือถืออย่างใจเย็นก่อนที่คนอื่นจะมาถึง

เมื่อหลักฐานมัดแน่นขนาดนี้ นายนิกรทำได้เพียงยอมจำนนแต่โดยดี ให้การรับสารภาพว่า เป็นเพียงอดีตอาสากู้ภัยมูลนิธิแห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว เท่านั้น

แม้จะไม่ได้ทำงานอาสาสมัครแล้ว แต่ยังคงมีชื่ออยู่ในไลน์กลุ่มของหน่วยกู้ภัย คอยติดตามข่าวสารต่างๆ

นายนิกรให้การอ้างว่า เมื่อเห็นข้อความขอความช่วยเหลือจึงรีบไปจุดเกิดเหตุหวังให้ความช่วยเหลือ แต่พออยู่กันตามลำพังเพียงสองคน เลยเกิดอารมณ์ชั่ววูบไม่ได้มีเจตนาที่จะล่วงละเมิดตั้งแต่ต้น

นอกจากนี้ยังรับสารภาพเพิ่มเติมว่า เป็นผู้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพผู้เสียหายไว้ในขณะเกิดเหตุจริง แต่หลังจากเริ่มมีกระแสข่าวโด่งดัง เกิดความกลัวจึงได้รีบลบภาพดังกล่าวออกจากเครื่องทิ้งไป พร้อมอ้างว่าไม่ได้มีการส่งต่อภาพเหล่านั้นให้แก่บุคคลอื่นแต่อย่างใด

แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการทำลายหลักฐานภาพถ่าย พนักงานสอบสวนจะประสานผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบกู้คืนข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา และตรวจสอบเส้นทางการสื่อสารอย่างละเอียด เพื่อยืนยันว่าไม่มีการเผยแพร่ภาพความเสียหายไปยังที่ใด

พนักงานสอบสวน สน.คลองตันยังสอบปากคำผู้ต้องหาต่อเนื่องตลอดทั้งวันที่ 2 เมษายน เพื่อความละเอียดรัดกุมของสำนวนคดี ก่อนควบคุมตัวส่งฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-14 เมษายน ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้

พร้อมยื่นคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ตามคำร้อง และตลอดทั้งวันไม่ปรากฏว่ามีญาติของนายนิกรมายื่นคำร้องขอประกันตัวสักคน

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที

คดีนี้นับเป็นความกล้าหาญของเหยื่อผู้เสียหายที่ตัดสินใจลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและสิทธิในร่างกายของตนเอง

หวังเป็นอุทาหรณ์และแรงผลักดันให้สังคมร่วมกันตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของอาสาสมัครกู้ภัย

เพื่อไม่ให้มีเหยื่อรายต่อไปถูกกระทำในลักษณะเดียวกันนี้อีกในอนาคต



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก