วงจรปิดฉีกหน้ากากทรชน แฝงตัวกู้ภัย – อาสาช่วย! ดาราสาว ‘คริสติน’ ป่วยล่วงละเมิด – ถ่ายคลิปซ้ำ
คอลัมน์ อาชญากรรม : อาชญาข่าวสด
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกับคริสติน กุลสตรี มิชารัลสกี้ นางแบบและนักแสดงเชื้อสายลูกครึ่งไทย-จีน-เยอรมัน กลายเป็นคดีอาชญากรรมที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก
เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยรายหนึ่ง ผู้ที่ควรจะเป็น “ผู้ช่วยชีวิต” กลับกลายเป็น “ผู้ฉวยโอกาส” ในวินาทีที่เหยื่อไร้ทางสู้
เรื่องราวของ ‘คริสติน กุลสตรี’ เป็นที่กล่าวขานในวงกว้าง เมื่อเธอโพสต์เล่าในอินสตาแกรมส่วนตัว @gulasatree ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 หลังเข้ารับการรักษาตัวจากอาการเจ็บป่วยที่โรงพยาบาล
โดยเผยประสบการณ์เลวร้ายในชีวิตที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ที่ถูกอาสาสมัครกู้ภัยรายหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศ ขณะเข้าช่วยเหลือเธอจากเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพภายในที่พักส่วนตัว

ทำให้มีเหล่าแฟนคลับและผู้คนในโลกโซเชียลต่างเข้าไปให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม
ก่อนที่เช้าวันที่ 1 เมษายน เธอขึ้นโรงพักคลองตัน นำภาพจากกล้องวงจรปิดภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 45 (สุขุมวิท 71) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ที่เธออาศัยอยู่ เป็นหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีผู้ก่อเหตุ
โดยมี พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 และ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ มีวิริยกุล ผกก.สน.คลองตัน ร่วมสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง
‘คริสติน กุลสตรี’ ให้การต่อพนักงานสอบสวนอย่างละเอียด โดยเหตุการณ์เริ่มต้นจากเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 31 มีนาคม ขณะที่เธอกำลังพักผ่อนภายในห้องเพียงลำพัง เกิดมีอาการหายใจไม่ออกและเริ่มมีภาวะแพนิก เนื่องจากผลข้างเคียงจากการรับประทานยา จึงรีบติดต่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อน
แต่เนื่องจากระยะทางที่ไกลกัน เพื่อนของเธอจึงประสานงานไปยังหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รีบเข้าช่วยเหลือเป็นการด่วน
ต่อมา อาสาสมัครกู้ภัยชายคนหนึ่งเดินทางไปถึงพร้อมกับพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำคอนโดมิเนียมที่เธออาศัยอยู่ ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 45 (สุขุมวิท 71) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
ในขณะนั้น ‘คริสติน กุลสตรี’ อยู่ในสภาพมึนงงจากฤทธิ์ยาและไม่สามารถขยับตัวหรือพูดจาตอบโต้ได้
แต่เธอยังคงมีสติรับรู้เหตุการณ์โดยตลอด พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำคอนโดมิเนียมพยายามจะอุ้มเธอลงไปรอรถพยาบาลด้านล่าง แต่อาสาสมัครกู้ภัยคนดังกล่าวกลับยืนกรานให้เธอนอนรออยู่ภายในห้องพักเพียงลำพัง
แต่จังหวะที่พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำคอนโดมิเนียมต้องลงไปรับเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยของอาคาร กู้ภัยรายนี้ได้อาศัยช่วงเวลาไม่ถึง 5 นาที ขณะอยู่กับเธอตามลำพัง กระทำการล่วงละเมิดด้วยการถกเสื้อนอนและถอดกางเกงของเธอออก ก่อนจะสัมผัสร่างกายในจุดสงวนหลายครั้งอย่างรุนแรง
นักแสดงสาวยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุ เธอสวมใส่เสื้อยืดกางเกงนอนขายาวตามปกติ ไม่ได้แต่งตัวล่อแหลมแต่อย่างใด



เธอพยายามตั้งสติและแกล้งหลับ เพราะประเมินแล้วว่าร่างกายไม่มีกำลังพอจะต่อสู้ และกังวลเรื่องความปลอดภัยหากคนร้ายใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น
จนกระทั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำคอนโดมิเนียมและเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับขึ้นมาถึงห้อง คนร้ายรีบจัดเสื้อผ้าให้เธอและอ้างว่าเธอหมดสติไป
ภายหลังจากเข้ารับการรักษาและยืนยันจากแพทย์ว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่ขั้นตอนทางการแพทย์ที่ถูกต้อง เธอจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
เพราะเชื่อว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเคยเกิดขึ้นกับผู้อื่นมาก่อน และต้องการปกป้องสิทธิของผู้หญิงที่ต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียว
‘คริสติน กุลสตรี’ เปิดเผยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแต่แฝงความเด็ดเดี่ยวว่า แม้สภาพจิตใจในขณะนี้จะยังไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เธอยืนยันที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

โดยระบุว่า ข้อมูลที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด และเธอมั่นใจว่าจำใบหน้าของกู้ภัยที่ก่อเหตุได้อย่างแม่นยำ
พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่รับการไกล่เกลี่ยเป็นเงินทอง
แต่ต้องการให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษจำคุกเท่านั้น
แม้ไร้หลักฐานยืนยันการกระทำความผิดในช่วงเกิดเหตุ แต่คำให้การของเหยื่อสาวสอดคล้องกับภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันมากเพียงพอที่จะมัดตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างดิ้นไม่หลุด
กระทั่งศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายตามคำร้องขอจากพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ให้จับกุม นายนิกร เศษหอม อายุ 34 ปี ชาวจันทบุรี ในข้อหา “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเข้าจับกุมผู้ต้องหาทันที พร้อมอายัดโทรศัพท์มือถือไว้ตรวจสอบ เพราะเหยื่อสาวให้ข้อมูลว่าสังเกตเห็นผู้ก่อเหตุมีการถ่ายคลิปวิดีโอและภาพนิ่งของเธอไว้ในขณะที่เธอกำลังกึ่งไม่ได้สติ
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างไม่ได้ล่วงละเมิดอีกฝ่าย แต่เป็นการทำ CPR ปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต ส่วนการถ่ายภาพเป็นการบันทึกภาพซองยาของผู้ป่วยเพื่อส่งต่อข้อมูลการรักษาเท่านั้น

แต่คำโกหกก็ไม่อาจช่วยให้นายนิกรรอดตัวไปได้ เพราะขัดแย้งกับที่ปรากฏในภาพวงจรปิดอย่างชัดเจน
เริ่มต้นเมื่อเวลา 03.39 น. นายนิกรขี่รถจักรยานยนต์ไปถึงหน้าคอนโดมิเนียมและขึ้นไปด้านบนพร้อมเจ้าหน้าที่นิติบุคคล จากนั้นเวลา 03.50 น. ปรากฏภาพผู้ก่อเหตุอุ้ม ‘คริสติน กุลสตรี’ ออกมาจากห้องพัก แต่กลับอุ้มเธอกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง
สอดคล้องกับคำให้การของนักแสดงสาวที่ระบุว่า เป็นช่วงเวลาที่เธอถูกล่วงละเมิดขณะอยู่กันตามลำพัง
ถัดมาในเวลา 03.55 น. กล้องจับภาพผู้ก่อเหตุเดินออกมาหน้าห้องและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาใช้งานในลักษณะไถหน้าจอเล่น หลังจากได้ยินเสียงคนเดินใกล้เข้ามา จนกระทั่งเวลา 04.02 น. กลุ่มเพื่อนของนักแสดงสาวรวม 3 คน เดินทางมาถึง และในเวลา 04.04 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.คลองตัน เข้าไปอุ้มตัวนักแสดงสาวออกจากห้องเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
โดยตัวผู้ก่อเหตุเดินตามลงมาและยกเก้าอี้มาเตรียมให้เธอนั่งพักด้านล่าง เพื่อตบตาและสังเกตการณ์
ภาพหลักฐานจากวงจรปิดชุดนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของผู้ก่อเหตุ ที่ระบุว่าพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิต
เนื่องจากพบพฤติกรรมพิรุธในการอุ้มผู้ป่วยเข้า-ออกจากห้องโดยไม่มีเหตุอันควร รวมถึงการยืนเล่นโทรศัพท์มือถืออย่างใจเย็นก่อนที่คนอื่นจะมาถึง
เมื่อหลักฐานมัดแน่นขนาดนี้ นายนิกรทำได้เพียงยอมจำนนแต่โดยดี ให้การรับสารภาพว่า เป็นเพียงอดีตอาสากู้ภัยมูลนิธิแห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว เท่านั้น
แม้จะไม่ได้ทำงานอาสาสมัครแล้ว แต่ยังคงมีชื่ออยู่ในไลน์กลุ่มของหน่วยกู้ภัย คอยติดตามข่าวสารต่างๆ
นายนิกรให้การอ้างว่า เมื่อเห็นข้อความขอความช่วยเหลือจึงรีบไปจุดเกิดเหตุหวังให้ความช่วยเหลือ แต่พออยู่กันตามลำพังเพียงสองคน เลยเกิดอารมณ์ชั่ววูบไม่ได้มีเจตนาที่จะล่วงละเมิดตั้งแต่ต้น
นอกจากนี้ยังรับสารภาพเพิ่มเติมว่า เป็นผู้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพผู้เสียหายไว้ในขณะเกิดเหตุจริง แต่หลังจากเริ่มมีกระแสข่าวโด่งดัง เกิดความกลัวจึงได้รีบลบภาพดังกล่าวออกจากเครื่องทิ้งไป พร้อมอ้างว่าไม่ได้มีการส่งต่อภาพเหล่านั้นให้แก่บุคคลอื่นแต่อย่างใด
แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการทำลายหลักฐานภาพถ่าย พนักงานสอบสวนจะประสานผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบกู้คืนข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา และตรวจสอบเส้นทางการสื่อสารอย่างละเอียด เพื่อยืนยันว่าไม่มีการเผยแพร่ภาพความเสียหายไปยังที่ใด
พนักงานสอบสวน สน.คลองตันยังสอบปากคำผู้ต้องหาต่อเนื่องตลอดทั้งวันที่ 2 เมษายน เพื่อความละเอียดรัดกุมของสำนวนคดี ก่อนควบคุมตัวส่งฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-14 เมษายน ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้
พร้อมยื่นคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ตามคำร้อง และตลอดทั้งวันไม่ปรากฏว่ามีญาติของนายนิกรมายื่นคำร้องขอประกันตัวสักคน
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที
คดีนี้นับเป็นความกล้าหาญของเหยื่อผู้เสียหายที่ตัดสินใจลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและสิทธิในร่างกายของตนเอง
หวังเป็นอุทาหรณ์และแรงผลักดันให้สังคมร่วมกันตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของอาสาสมัครกู้ภัย
เพื่อไม่ให้มีเหยื่อรายต่อไปถูกกระทำในลักษณะเดียวกันนี้อีกในอนาคต
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
