
อภิชาติ เจิมประไพ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัทฟอร์ติเน็ต ประเทศไทย
เปิดเผย
บริษัทไลท์สปีด จีเอ็มไอ สำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจในด้านไอทีในองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 240 คน
มีผู้ตอบ 1,399 ตัวอย่างทั่วโลกจาก 13 ประเทศ
พบว่า วิธีที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีคิดว่าใช้ต่อสู้ภัยคุกคามดีที่สุด คือ ลงทุนเทคโนโลยีต้านภัยไซเบอร์ใหม่ๆ เพื่อสร้างเกราะป้องกันองค์กรตลอดวงจร
ทั้งนี้ ใน 3-5 ปีข้างหน้า กลุ่มตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิกร้อยละ 38 มองว่าจะยกหน้าที่ป้องกันความปลอดภัยไซเบอร์ให้องค์กรภายนอก (เอาต์ซอร์ส) ที่เป็นผู้ให้บริการจัดหาและจัดการระบบดูแลความปลอดภัยมากขึ้น
โดยไทยมีผู้ใช้เอาต์ซอร์สแล้วร้อยละ 26 คิดว่าอีก 3-5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 18
เมื่อถามว่า 1 ปีที่ผ่านมาองค์กรรู้ตัวว่าถูกโจมตีหรือไม่ ร้อยละ 62 รู้ ส่วนที่เหลือคิดเป็น 1 ใน 3 ไม่รู้ว่ามีการโจมตี
เมื่อโจมตีแล้วองค์กรไทยร้อยละ 23 รู้ตัวในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง อีกร้อยละ 45 รู้ตัวหลังจากนั้นไปแล้วแต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง
ทันทีที่รู้ตัว สิ่งแรกที่องค์กรทำ คือ ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ต่อมาคือ พัฒนานโยบายรักษาความปลอดภัยในองค์กร พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ด้านความปลอดภัยมากขึ้น เปลี่ยนยี่ห้อผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัย ใช้เอาต์ซอร์สและซื้อประกัน
นอกจากนี้ พบว่าหากตั้งหน่วยงานป้องกันการบุกรุกอัจฉริยะจะทำให้องค์กรมั่นใจมากขึ้นกับการป้องกันภัยไซเบอร์ รู้สึกว่าจะป้องกันใหม่ๆ ดีขึ้น ตรวจพบช่องโหว่ในระบบได้เร็วขึ้น และมีองค์กรที่เริ่มตั้งหน่วยงานนี้แล้ว
ผลวิจัยเข้าทาง ฟอร์ติเน็ต เพราะเป็นผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยไซเบอร์
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
