ฟ้า พูลวรลักษณ์ : หนังสือเรียนสำหรับเด็ก (154) : ความรู้สึกหนึ่งในสังคมไทยที่แรงมาก

๑
ฉันไม่คิดเหมือนกันว่า เมื่อฉันอายุมากขึ้น ฉันจะกลายเป็นกัลลิเวอร์ผจญภัย วันๆ ท่องไปในโลกของยักษ์และคนแคระ
๒
โลกของยักษ์ คือโลกของโรงหนัง ตั้งแต่เด็ก ฉันเคยแปลกใจว่า ทำไมฉันต้องมานั่งดูมนุษย์ตัวใหญ่เบ้อเริ่มตรงจอ สิ่งที่มีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่าฉันมาก แม้จะมีอะไรคล้ายฉัน แต่ก็ไม่เหมือนกันทีเดียว ไม่เพียงขนาดของร่างกาย แต่พฤติกรรมของพวกเขาอีกต่างหาก สิ่งมีชีวิตในหนัง มีมิติใหญ่โตกว่าตัวฉัน เก่งกาจกว่า โรแมนติกกว่า ต่อมาฉันจึงรู้ว่านี่เป็นเมืองคนยักษ์
๓
พวกเขาเก่งกล้า ทรหดกว่าฉันมาก ว่องไวกว่า เหลือเชื่อกว่า ไม่ว่าจะมองในมุมไหน ทั้งตัวดีและตัวร้าย ดีก็ดีเหลือเกิน ร้ายก็ร้ายเหลือเกิน โหดเหี้ยมก็ปานนั้น อ่อนหวานก็ปานนั้น
พวกเขาไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดา
๔
แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป จอหนังก็เล็กลง จนเหลือเพียงคลิปเล็กๆ ในมือถือ บัดนี้เข้าสู่ยุคเมืองคนแคระ ตลกดี เพื่อนบางคนของฉัน วันๆ เอาแต่ดูยูทูบ พวกเขาลืมโลกมนุษย์ไปแล้ว
๕
แอบมองคนแคระ แอบมองพฤติกรรมของพวกเขา พวกเขาคล้ายมนุษย์มาก แต่ก็ยังไม่ใช่ทีเดียว ช่องว่างนิดหนึ่งนี้ ไม่รู้จะเติมได้อย่างไร จะเชื่อมโยงเข้าหากันได้ไหม
๖
แต่เมืองคนแคระ นอกจากในยูทูบ ยังมีในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย เช่น ในลาสเวกัส ฉันเคยไป ขณะเดินไปเรื่อย ฉันอดแปลกใจไม่ได้ เพราะคนจำนวนมากที่กำลังเล่นการพนันในกาสิโน ด้วยเพราะพฤติกรรมเหล่านี้มันไร้สาระหรืออย่างไรไม่ทราบ ฉันรู้สึกพวกเขาหดตัวเล็กลงๆ จนในที่สุด ฉันเหมือนกัลลิเวอร์ ที่มีขนาดใหญ่มหาศาล เดินเล่นไปในเมืองคนแคระ
๗
มีวันหนึ่ง ฉันเดินเข้าไปในห้องรับแขก ที่มีเศรษฐีคุยกัน พวกเขาล้วนมีความสำเร็จ ร่ำรวย มีอำนาจ เชื่อมั่นในตัวเอง ขณะที่ฉันได้ฟังพวกเขาคุยกันบ้าง ฉันอดแปลกใจไม่ได้ เพราะพวกเขาล้วนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ แต่ละคนคือยักษ์ไทแทน พวกเขาคิดไม่เหมือนคนธรรมดา ความรู้สึกไม่เหมือน พวกเขามองชีวิตชาวบ้านเหมือนมดปลวก มองกฎหมายเป็นเรื่องตลก พวกเขายิ่งใหญ่จริงๆ แต่ก็อำมหิต
ฉันเดินออกมาอย่างงุนงง ไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์เราจะแตกต่างกันได้ขนาดนี้
ฉันไม่รู้จักกับพวกนายพล แต่คิดดูก็คงคล้ายกัน บรรดาเหล่านายพลคุยกัน คงให้ความรู้สึกแบบนี้ การพูดคุยของผู้ยิ่งใหญ่
๘
ความรู้สึกหนึ่งในสังคมไทยที่แรงมาก มากกว่าเกือบทุกสิ่ง ที่มีต่อทักษิณหรือคนของเขา คือความอาฆาต
๙
ทำไมความอาฆาตนี้จึงรุนแรงปานนี้ ประวัติศาสตร์เมืองไทย คงต้องครอบคลุมนานสามสิบปี ภายใต้หัวข้อบทว่า ความอาฆาต ทุกอย่างเกิดขึ้นและดำเนินไป ภายใต้แรงขับเคลื่อนนี้
๑๐
ฉันไม่เข้าใจคนมากมายในสังคมนี้ ที่ไม่รู้จะทำร้าย ซ้ำเติมไปทำไม จะร้ายกาจปานนั้นไปทำไม เพราะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งนั้น สิ่งที่พวกเขาทำ ก็คือมดกัด ฝูงมดรุมทึ้งกัด ต่อให้กัดจนเหลือแต่กระดูก ก็แค่นั้นเอง นึกไม่ออกว่าสังคมนี้จะดีขึ้นตรงไหน มีอะไรดีขึ้นบ้างในเมืองไทย
แต่พอคิดว่านี้คือการกัดด้วยความอาฆาต ก็พอเข้าใจ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องปล่อยให้พวกเขากัดต่อไป จนกว่าจะเหลือแต่กระดูกขาว
๑๑
ฉันไม่กล้าขยับตัว เพราะฉันรู้ว่าทุกอย่างจริง เงินทองทำให้คนเราฆ่ากันได้จริง ทั้งที่มันเป็นสิ่งสมมุติ ความรู้ที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ว่า มารู้ว่าเงินทองทำให้คนเราฆ่ากันได้ แต่อยู่ที่รู้ว่ามันจริง มันจริงระดับมนุษย์ ไม่ใช่เพียงแค่ในเมืองคนยักษ์หรือเมืองคนแคระ แต่มันจริงในโลกมนุษย์นี้ด้วย แต่มันต่างกันตรงที่ว่า บทมันจะจริง มันจริงในทุกอณู ในทุกขุมขน
มันจริงในทุกวินาที
๑๒
เราอยู่ในโลกที่ภูเขาไฟกำลังจะระเบิด มันระเบิดแน่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าวันไหน ภูเขาไฟที่มองเห็นไม่ไกลเท่าไรเลย แต่เราก็มักจะมองข้ามไป เหมือนหนึ่งไม่มีภูเขาไฟ หรือถึงมี ก็อีกนานแสนนานกว่าจะระเบิด เราเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ เราหลอกตัวเองตั้งแต่เกิดจนตาย
๑๓
เมื่อคุณได้ยินคำว่าปี 1904 คุณคิดถึงอะไร
๑๔
ฉันจะคิดว่า มันคือวันเวลาที่อีกสิบปี ก็จะเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
๑๕
เพราะสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เกิดในปี 1914 และมันเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนโลก ในปี 1904 ก็ย่อมต้องมีเหตุการณ์สำคัญบางอย่าง แต่มันไม่มากเท่า ดังนั้น ฉันจึงจำสิ่งที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ และมองดูชีวิตผู้คนในยุคนั้น ด้วยความสงสารว่า
พวกเขาไม่รู้ตัวหรอกว่า อีกสิบข้างหน้าจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่
๑๖
ในทำนองเดียวกัน หากถามฉันว่าปี 1985 คุณคิดถึงอะไร เพราะฉันเกิดแล้ว ฉันจะคิดถึงตัวเองว่าอายุ ๓๒ ปี และอีกสิบปีข้างหน้า อินเตอร์เน็ตจะเริ่มเข้ามามีบทบาทในโลก
อินเตอร์เน็ตเริ่มมีบทบาทในโลกตะวันตก ในปี 1995 และเพียงไม่กี่ปี มันก็ครอบคลุมไปทั้งโลก
๑๗
คิดถึงปีเกิดของฉัน 1953 แล้วถามว่า มีเหตุการณ์ใดที่สำคัญ อะไรที่น่าตรึงตา ความคิดของฉันวนเวียนกลับไปที่คำว่า ประชากรของโลกปีนั้นมีไม่ถึงสามพันล้านคน
ไม่น่าเชื่อ ว่าฉันจะเกิดมาในโลก ที่มีประชากรเบาบางปานนี้
เพราะวันนี้ เรามีประชากรแปดพันล้าน โลกเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวง เพียงแค่คิดว่าประชากรเพิ่มมากขึ้นถึงห้าพันล้าน พฤติกรรมของมนุษย์ ความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อมจะเหมือนเดิมได้อย่างไร
ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ใครเป็นประธานาธิบดี ล้วนสำคัญน้อยกว่า ความเปลี่ยนแปลงของประชากร
๑๘
สิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิต คือความเป็น integrity มันคืออะไรนะ มันคือความเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตของตัวเองตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เกิด ตั้งแต่จำความได้ เท่ากับฉันมีพันธสัญญากับงานเขียนตัวเองตั้งแต่ชิ้นแรก
ฉันมีพันธสัญญากับต้นไม้ทุกต้นที่เดินผ่าน ทั้งรากไม้ สมุนไพร ต้นหญ้า ในทุกโขดหิน หน้าผา ทุกย่างก้าวที่เดินผ่าน ได้เกิดพันธสัญญา นี้คือความเป็นหนึ่งเดียวของชีวิต
๑๙
ฉันไม่เข้าใจคนจำนวนมากที่ฉันเจอ พวกเขาเปลี่ยนไป จากข้างใน พวกเขากลายเป็นหนังคนละม้วนกับวัยเด็ก มันเชื่อมต่อกันไม่ได้ พวกเขาไม่ตรวจสอบ ไม่สังเกต เพราะทุกวันเวลา พวกเขากำลังทำสิ่งอื่น พวกเขากำลังช่วงชิงอำนาจ ช่วงชิงทรัพย์สมบัติเงินทอง ใฝ่หาชื่อเสียง หากพวกเขาหยุดคิด แล้วจินตนาการชีวิตตัวเองเป็นนิยาย ที่ตัวเองเป็นตัวเอก เรื่องราวที่ออกมาจะเป็นอย่างไรนะ มันจะเป็นอะไรได้ ในเมื่อเขาไม่ได้ผูกพันอะไรเลยกับทุกสิ่งที่ผ่านมา เขาหักหลังต้นไม้ทุกต้น ทุกรากไม้ ทุกต้นโพธิ์ ทุกต้นไทร และทุกสิ่งที่เขาเขียนขึ้นมา แม้จะเป็นเพียงในไดอารี่ หรือสมุดบันทึกในวัยเด็ก
๒๐
ฉันกลัวว่า เมื่อฉันอายุมากขึ้น ฉันจะกลายเป็นกัลลิเวอร์ผจญภัย วันๆ ท่องไปในโลกของยักษ์และคนแคระ และหาทางกลับบ้านไม่เจอ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
