bg-single

วิถี “ตนไม่พึ่งตน” ปัญหาหนักอกหนักใจคนไทย คืออะไร?

11.02.2017

ในวิถีแห่งพุทธ แก่นแกนความคิดหลักที่บอกกล่าวกันตลอดมาว่าเป็นหนทางที่แก้ไขและพัฒนาตัวเองได้ดีที่สุดคือ “อัตตาหิ อัตโน นาโถ” อันสรุปความได้ว่า “ตนเป็นพี่พึ่งแห่งตน”

หลักธรรมนี้ใช้ได้กับทุกการดำเนินชีวิตในทุกมิติ ตั้งแต่การปฏิบัติเพื่อไปสู่การบรรลุธรรม ที่ต้องเริ่มจากการพิจารณาจิตตัวเองว่าถูกสิ่งใดครอบงำ นำพาความคิดของตัวเองหลุดจากความเชื่อต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เชื่อในสิ่งที่รู้ได้ด้วยตัวเอง หรือลงมาที่ระดับปุถุชน ไม่ว่าจะเป็นการทำมาหากิน สร้างฐานะ ที่ควรจะต้องหาทางให้มีจิตใจที่ฮึกเหิมในการพึ่งพาตัวเอง จัดการปัจจัยต่างๆ ที่จะไปสู่ความสำเร็จด้วยตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่คิดที่จะร้องขอ และคอยความช่วยเหลือจากสิ่งอื่น คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นที่บนบานไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือความเมตตาปรานีจากผู้อุปถัมภ์ค้ำชู

ความสำเร็จที่เกิดจากการพึ่งพาตัวเองนั้นยั่งยืน

แต่ทั้งที่เติบโตมาภายใต้หลักธรรมแห่งพุทธ ดูเหมือนว่า “จิตสำนึกแห่งการพึ่งพาตัวเอง” จะไม่ค่อยเห็นนักในค่านิยมและความรู้สึกนึกคิดของคนไทยเรา

ล่าสุด หากมองผ่านผลสำรวจของ “สวนดุสิตโพล” เรื่อง “ปัญหาหนักใจของคนไทย ทำอย่างไรจึงจะแก้ได้” มีบางมุมที่สะท้อนแก่นแกนความเชื่อที่ชวนคิดไม่น้อย

ในคำถาม “5 ปัญหาที่หนักอกของคนไทย” ณ วันนี้ คำตอบมากที่สุดคือ ร้อยละ 84.69 หนักใจเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ร้อยละ 74.00 เรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 71.05 เรื่องความยากจนและหนี้สิน ร้อยละ 68.18 เรื่องความขัดแย้งแตกแยกของผู้คน และร้อยละ 64.99 หนักใจเรื่องการเมือง

จะเห็นได้ว่าทั้ง 5 เรื่องที่คนไทยบอกว่าหนักใจที่สุดนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องอื่น สิ่งอื่น ที่มองเลยผ่านตัวเองทั้งหมด

เป็นความหนักใจต่อความไม่ดีของคนอื่น สิ่งอื่น สำหรับตัวเองไม่มีอะไรที่ทำให้หนักใจ

และหากพยายามตีความว่ามีบางเรื่องที่มองผ่านความเป็นไปของตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่หนักใจในความเป็นไปของคนอื่น สิ่งอื่น

ร้อยละ 71.05 ที่หนักใจเรื่องความยากจนและหนี้สิน ดูเหมือนจะใกล้เคียงกับการมองจากความเป็นจริงของตัวเองมากที่สุด

 

ทว่า เมื่อลงลึกไปในรายละเอียดของเรื่องนี้ จากคำตอบเรื่อง “แนวทางการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม และสิ่งที่คิดว่าเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหานี้” ในส่วนของปัญหาความยากจน

ในแนวทางการแก้ปัญหา ร้อยละ 70.33 เรียกร้องให้รัฐมีนโยบายช่วยเหลือ จ้างงาน ลดภาษี โดยร้อยละ 71.77 เห็นว่าอุปสรรคอยู่ที่สภาพเศรษฐกิจฝืดเคือง ทำมาหากินลำบาก

และแม้ร้อยละ 62.12 จะเห็นว่าทางแก้ไขอยู่ที่ประชาชนต้องประหยัด และวางแผนการใช้จ่าย แต่ร้อยละ 66.75 ยังมองว่าอุปสรรคคือการถูกเอาเปรียบ คดโกง

ถึงที่สุดแล้วยังไม่เป็นความฮึกเหิมที่จะมองว่า “ปัญหาเกิดจากตัวเอง”

อาจจะเป็นภาพรวมของวิธีคิดแบบไทยๆ ที่มักมองปัญหาอยู่ที่คนอื่น สิ่งอื่น ทำให้การกำหนดวิธีการแก้ปัญหาด้วยการแก้ไขที่สิ่งอื่น คนอื่นเสียเป็นหลัก ผลที่ตามมาคือ “การพัฒนาตัวเอง” ไม่เกิดขึ้น

ต่างคนต่างมองว่าปัญหาอยู่ที่คนอื่น ความพยายามแก้ปัญหายิ่งมุ่งไปที่การจัดการคนอื่น สิ่งอื่น ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากกว่า

เป็นความคิดที่คล้ายกับว่า ห่างเหินจาก “หลักธรรม” ที่เป็นหัวใจการจัดการชีวิตของพุทธศาสนา ทั้งที่เราเติบโตกันมาในวิถีพุทธ น่าสงสัยไม่น้อยว่าทำไมเป็นเช่นนั้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

”เอกนัฏ“ ส่ง“ทีมสุดซอยพลังงาน” หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุน เก็งกำไร ประวิงเวลา ปฏิเสธการขายในช่วงวิกฤตทึ่ผ่านมา
ทำไมเกษตรกรไทยถึงยังจน? MatiTalk ดร.นุ่น รัสรินทร์ สภาพัฒน์ ไทยขาดผู้นำ ขาดวิสัยทัศน์แก้การเกษตรเชิงโครงสร้างมายาวนาน
ธงทอง จันทรางศุ | ยกเลิกตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ คิดให้ดี ก่อน ‘สายเกินไป’
เส้นทางความรัก 10 ปี ของ ‘ไมเคิล ศิรชัช’ สู่วันคุกเข่าขอ ‘กุ๊กไก่’ แต่งงาน
คำตอบของมาเคียเวลลี เรื่อง ‘ผู้ปกครองดีเพราะมีกุนซือเก่งใช่หรือไม่’
กก.หมู่บ้านรักษาศีล 5 ลงพื้นที่ “เกาะช้าง” ผู้ว่าตราด ย้ำ!! ศีล 5 ทำให้สังคมปกติสุข ประชาชน “สุขกาย สบายใจ”
จับตารัฐแก้เกมไฟใต้ ส่ง ‘ปูด้วง’ คุม ‘สมช.’ แต่ยังย้ำเปิดช่องเจรจา ดึงคนพื้นที่สานสันติ
เบื้องหลัง ‘มังกรทมิฬ’ เปิดหน้ากากตำรวจหุ้นลม ผู้อยู่หลังม่านผับจีนห้วยขวาง
ยุติธรรมชำรุด | เหยี่ยวถลาลม
สงครามอิหร่าน กับการอับจนทางเลือกของทรัมป์
OZZY | กวีกระวาด : อนุชา วรรณาสุนทรไชย
เลขสิบสามหลัก | เรื่องสั้น : วัชรินทร์ จันทร์ชนะ