bg-single

เดินเครื่อง “ชินคันเซ็น” ในอินเดีย ญี่ปุ่นหวังทำแต้มต่ออีก 6 โปรเจ็กต์

16.02.2018

ต่อเนื่องความชื่นมื่นระหว่าง “ญี่ปุ่นและอินเดีย” หลังจากที่นายกรัฐมนตรี “นเรนทรา โมดี” ของอินเดีย และนายกรัฐมนตรี “ชินโซะ อาเบะ” ของญี่ปุ่นได้ลงนามการพัฒนาโครงการรถไฟหัวกระสุน หรือ “ชินคันเซ็น” ในอินเดียร่วมกันในปี 2017 ซึ่งเป็นความพยายามของรัฐบาลอินเดียในการปรับภาพลักษณ์ประเทศภายใต้แนวคิด “นิว อินเดีย”

ล่าสุดโครงการรถไฟหัวกระสุน หรือ “ชินคันเซ็น” สายแรกในเอเชียใต้ระยะทางราว 508.55 กิโลเมตร เชื่อมระหว่าง “มุมไบ” สู่ “รัฐคุชราต” เริ่มเดินเครื่องเปิดประมูลหาซัพพลายเออร์ส่วนต่าง ๆ โดยคาดว่าเมื่อเปิดให้บริการจะสามารถย่นระยะเวลาเดินทางจาก7.5 ชม. เหลือเพียง 2 ชม.เท่านั้น

บลูมเบิร์กรายงานว่า สำหรับงบประมาณการก่อสร้างโครงการมีมูลค่าประมาณ 1.8 ล้านล้านเยน หรือราว 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทางการญี่ปุ่นเสนอให้เงินกู้จำนวน 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 80% ของมูลค่าโครงการ ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ 0.1% เป็นระยะเวลา 50 ปี โครงการก่อสร้างคาดว่าจะเริ่มขึ้นในปีนี้ และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2023

นิกเคอิ เอเชี่ยน รีวิว รายงานความคืบหน้าว่า ขั้นตอนของโครงการก่อสร้างรถไฟฯ กำลังเข้าสู่กระบวนการเปิดประมูลเร็ว ๆ นี้ ซึ่งคาดว่ากลุ่มบริษัทของญี่ปุ่นจะเป็นผู้ก่อสร้างและจัดหาส่วนประกอบหลักของโครงการรถไฟฯราว 70% และอีก 30% เป็นบริษัทของอินเดีย โดยที่มีแนวโน้มว่า “ฮิตาชิ” จะเข้ามาเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่สุดของโครงการ

“ฮิโรเอกิ นะกะนิชิ” ประธานบริหารของบริษัท “ฮิตาชิ” กล่าวว่า หากฮิตาชิได้มีโอกาสเข้ามาเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดในโครงการรถไฟหัวกระสุนสายแรกในอินเดีย นับว่าเป็นหนึ่งในโอกาสที่ดีที่สุดของบริษัทในการขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทก็มีแผนเพิ่มยอดขายในภูมิภาคเอเชียใต้ให้มากขึ้นเป็น 2 เท่า รวมถึงเล็งหาโอกาสในการลงทุนการผลิตรถยนต์ร่วมกับบริษัทอินเดียในอนาคต

สำหรับบริษัทอินเดียที่จะเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาหลักคือ บริษัท BEML เป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์รายใหญ่สำหรับรถไฟใต้ดินในอินเดียด้วย ทั้งนี้ตัวแทนจาก BEML กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า “ความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น จะนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ๆ และอาจนำไปสู่ความร่วมมือทางการผลิตโดยให้อินเดียเป็นอีกหนึ่งฐานการผลิตที่สำคัญในอนาคตได้”

นอกจากนี้รายงานข่าวระบุว่า ยังมีบริษัทญี่ปุ่นอีกหลายแห่งจะเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟหัวกระสุนนี้ด้วย ได้แก่ คาวาซากิ เฮฟวี่ อินดัสตรี้ส์ ซึ่งมีโอกาสว่าจะได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดหาเบาะที่นั่งในขบวนรถไฟทั้งหมด ขณะที่ มิตซูบิชิ อิเล็กทริกส์, นิปปอน สตีล &ซูมิโตโม เมทัล คอร์ปอเรชัน และโตชิบา จะเข้าไปร่วมประมูลจัดหาชิ้นส่วนอื่น ๆ ของโครงการ

นักวิเคราะห์ระบุว่า ญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศแรกที่พยายามเข้ามานำเสนอโครงการอัพเกรดโครงสร้างพื้นฐานในอินเดีย แต่การที่รัฐบาลอินเดียตัดสินใจผูกมิตรลงเรือลำเดียวกับญี่ปุ่น เพราะอินเดียมีความกระตือรือร้นที่จะร่วมลงทุนกับบริษัทญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยต้องการเน้นไปที่การลงทุนเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีและผลิตชิ้นส่วนในอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของรัฐบาลญี่ปุ่นเช่นกัน ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงในฐานผลิตใหม่ ๆ

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การที่ทางการญี่ปุ่นแสดงความเชื่อมั่นในการลงทุนโครงการรถไฟชินคันเซ็นในอินเดีย ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของคนอินเดียที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะมีศักยภาพทางด้านภูมิศาสตร์เป็นประเทศที่มีเครือข่ายเส้นทางรถไฟทั่วทั้งประเทศยาวเป็นอันดับ 4 ของโลก (65,000 กม.) ทั้งยังมีการเชื่อมโยงสถานีต่าง ๆ กว่า 7,500 สถานีทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าดึงดูดมากที่สุด ก็คือ อินเดียมีจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งครองแชมป์มานานหลายปี ซึ่งปี 2017 มีผลวิจัยระบุว่าในอินเดียมีผู้โดยสารใช้รถไฟในการเดินทางเฉลี่ยปีละ 8,000 ล้านคน ขณะที่ประเทศจีนตามมาเป็นอันดับที่ 2 อยู่ที่ 2,080 ล้านคน

โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า “ศักยภาพของอินเดียนั้นเปี่ยมล้น แม้การลงทุนในโครงการรถไฟชินคันเซ็นจะเป็นมูลค่าที่สูง แต่ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ยิ่งขณะนี้รัฐบาลอินเดียมีแผนพัฒนาและยกระดับรถไฟอินเดียให้เป็นรถไฟความเร็วสูงอีก 6 โปรเจ็กต์ ซึ่งหากโครงการนำร่องสายนี้สำเร็จ เป็นไปได้ที่จะเห็นญี่ปุ่นได้รับโอกาสร่วมพัฒนาในแผนของรัฐบาลอินเดียอย่างต่อเนื่อง”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน จุก ชายคา
การ์ตูน โกหน่อง
แม่น้ำเปื้อนพิษ ‘อนุทิน 2’ เมิน
พระท่ามะปราง จากกรุวัดสำปะซิว พิมพ์นิยมสุพรรณบุรี
คุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ เมื่อ ‘อำนาจ’ มองเห็น ‘รูโหว่’ ใน ‘โครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุล’
เลือกผู้ว่าฯ กทม.เลือกคนกล้าหักดิบทุจริตคอร์รัปชั่น
รวมพลังจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย จังหวัดชัยนาท
“พิชัย” กล่าวในเวทีสากล จี้ “ศุภจี” เร่งเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-อียู ให้เสร็จจะได้มีผลงาน หลัง FTA ไทย – EFTA และไทย-ภูฏาน ที่ลงนามต้นปี 68 สมัยนายกฯ แพทองธาร ผ่านสภา