ข้อคิดเห็น – ความกังวล รัฐบาลกู้ 5 แสนล้าน สร้างหนี้ให้ประเทศ ไม่ชัดเรื่องยุทธศาสตร์การคลัง ?
‘เท้ง’ ห่วงรัฐบาลออก พ.ร.ก. กู้ 5 แสนล้าน สร้างหนี้ให้ประเทศ ต้องใช้ให้ตรงวัตถุประสงค์ ตั้งแง่กองทุนน้ำมันเงินถึงมือประชาชนจริงหรือไม่ หวัง ครม. ใช้เวทีสภาฯ เข้ามาชี้แจง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 เม.ย. 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลกำลังพิจารณาดำเนินการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 500,000 ล้านบาท ว่า สิ่งที่เราเป็นห่วงคือ ภาวะหนี้ของประเทศ ที่มีภาระค่อนข้างสูง การที่กู้เงินเพิ่ม และนํามาใช้ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์วิกฤติ ต้องใช้จ่ายอย่างตรงวัตถุประสงค์ และสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้จริง การรักษาวินัยการเงินการคลังเป็นสิ่งจําเป็น ซึ่งเราได้ติดตามอย่างใกล้ชิด
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมทีมอภิปรายงบประมาณต่าง ๆ ไว้อยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นกลไกที่สําคัญในการแก้ไขปัญหา อีกทั้งการเดินหน้าตรวจสอบในสภาเอง ที่มีการต่อรองเรื่องเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการ ก็เป็นกลไกสําคัญสําหรับพรรคฝ่ายค้าน อยู่ระหว่างการพิจารณาของวิปทั้งสองฝ่าย ว่าจะได้เก้าอี้ของประธานคณะกรรมาธิการใดบ้าง เพื่อทําหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ส่วนตัวยังไม่ได้เห็นรายละเอียดทั้งหมด แต่เราจะใช้กลไกในสภา ไม่ว่าจะเป็นกระทู้ถาม เวทีกรรมาธิการ เพื่อสอบถามรัฐบาลว่า สรุปแล้วรายละเอียดในการกู้เงินมาใช้จ่ายมีอะไรบ้าง
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาหลักของประชาชนในตอนนี้คือ เรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งเกิดจากวิกฤติพลังงาน ราคาน้ํามันเพิ่มสูงขึ้น เราจะเห็นว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ประชาชนเดินทางกลับบ้านทําให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคัก แต่อีกส่วนหนึ่ง พบว่าผู้ประกอบการการท่องเที่ยว ส่งเสียงสะท้อน คิดว่าอัตราการเข้าพักของจํานวนนักท่องเที่ยวลดลงจริง

ส่วนตัวมองว่าประชาชนกําลังรอการเยียวยาอย่างตรงจุด ที่ผ่านมาเราเห็นการบริหารกองทุนน้ํามัน ที่ผิดพลาดของรัฐบาลทําให้เกิดข้อสงสัยว่า การอุดหนุนเข้าสู่กระเป๋าประชาชนจริงหรือไม่ หากรัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มจริง สิ่งที่จะต้องชี้แจง คือจะนําไปใช้จ่ายอย่างไร ที่จะทําให้เงินที่กู้ตกถึงมือประชาชนตัวเล็กตัวน้อยอย่างตรงจุดมากที่สุด
โดยในวันที่ 21 เม.ย. พรรคประชาชนจะมีการตั้งญัตติเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร ก็ขอให้รอติดตาม ตอนนี้ทีมงานมีการส่งเนื้อหารายละเอียดแล้ว เพื่อส่งเสียงสะท้อนปัญหาของชาวเกษตรกรในสภาอย่างตรงจุด ใช้เวลาในสภาอย่างคุ้มค่า
เมื่อถามถึงกรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีคนใดเข้ามาตอบญัตติหรือกระทู้ในสะพานเลยนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ที่ต้องมาตอบคําถามของสมาชิกในสภา ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เลือกเวทีของสภาในการตอบ หรือชี้แจง พวกเราก็คงเดินหน้าตรวจสอบ และส่งเสียงสะท้อนอย่างเต็มที่ คาดหวังว่าอยากให้คณะรัฐมนตรีส่งตัวแทนเข้ามาชี้แจง
ส่วนหากคณะรัฐมนตรีไม่เข้ามาตอบ ประชาชนคงยิ่งมีความไม่พอใจมากยิ่งขึ้น ในหลายคําถามที่อยู่ในอกของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งจะทําให้ประชาชนรู้สึกดีขึ้น คือต้องเข้ามาชี้แจง
จาตุรนต์ห่วงรัฐบาลกู้ 5 แสนล้านแต่ยังไม่ชัดเรื่องยุทธศาสตร์การคลัง แนะเงินกู้ต้องใช้เพื่อลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน และดูแลประชาชนอย่างตรงจุด
.
วันนี้ (21เม.ย.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นต่อกรณีรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การกู้เงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะใช้เงินก้อนนี้อย่างไร และจะมีนโยบายหรือยุทธศาสตร์ทางการคลังที่ชัดเจนเพียงใดในการรองรับสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่
นายจาตุรนต์ระบุว่า การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการชี้แจงด้านกฎหมายมากกว่ายุทธศาสตร์การใช้เงิน เป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงต่อความเชื่อมั่นทางการคลัง เพราะการอ้างเพียงวิกฤตพลังงานและเอลนีโญ โดยยังขาดนโยบายและแผนทางการคลังที่ชัดเจน อาจทำให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือจับตาประเทศไทยมากขึ้น
เขากล่าวต่อว่า การกู้เงินจำนวนมากในครั้งนี้อาจทำให้ไทยเข้าใกล้วิกฤตเพดานหนี้สาธารณะมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่รายได้จากการจัดเก็บภาษีมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้า ขณะที่งบประมาณปี 2570 ก็ยังมีแนวโน้มขาดดุลในระดับสูง จึงทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า สัดส่วนหนี้ต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นไปอีกเพียงใด และรัฐบาลมีแผนรองรับอย่างไร
นายจาตุรนต์ยังเห็นว่า น่าเสียดายที่การชี้แจงของฝ่ายบริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่เกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงในคราวเดียวกัน ทำให้สังคมยังไม่ทราบชัดว่ารัฐบาลมีนโยบายทางการคลังอย่างไร จะปรับเปลี่ยนแผนโครงการงบประมาณของปี 2569 และปี 2570 อย่างไร และจะใช้เงินกู้ใหม่นี้ไปกับเรื่องใดเป็นลำดับแรก

สำหรับทิศทางการใช้เงินกู้ นายจาตุรนต์ระบุว่า แม้ที่ผ่านมาในการอภิปรายในสภาจะมีข้อเสนอและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก แต่จากการติดตามคำชี้แจงของรัฐบาลจนถึงขณะนี้ ยังเห็นการเน้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการส่งเสริมการบริโภคเป็นหลัก ซึ่งอาจไม่ตรงจุดกับปัญหาที่แท้จริง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเวลานี้เผชิญภาวะต้นทุนสูงขึ้นอย่างมาก ทั้งราคาสินค้าและค่าครองชีพที่กดดันประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและคนยากจนที่ต้องได้รับการดูแลให้อยู่รอด
นายจาตุรนต์เสนอว่า นอกจากมาตรการเยียวยาที่จำเป็นแล้ว การใช้เงินกู้ครั้งนี้ต้องมุ่งลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น สนับสนุนธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และพัฒนาทักษะคนให้พร้อมกับเศรษฐกิจอนาคต เพื่อสร้างรายได้ ทำให้สัดส่วนหนี้ลดลง และช่วยให้เศรษฐกิจดูแลผู้ที่เดือดร้อนได้พร้อมเดินไปข้างหน้า
“ปัญหาไม่ใช่แค่การกู้เงิน แต่คือรัฐบาลจะใช้เงินก้อนนี้อย่างไร” นายจาตุรนต์กล่าว พร้อมระบุว่า สิ่งที่สังคมควรรอฟังจากกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพียงคำอธิบายเรื่องข้อกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงยุทธศาสตร์ทางการคลังและนโยบายการใช้เงินที่ชัดเจนด้วย
