bg-single

ปรากฏการณ์ลดดอกเบี้ย นายกฯเศรษฐา-สมาคมธนาคารฯ ต่อลมหายใจกลุ่มเปราะบาง

29.04.2024

ถือเป็นข่าวดีรับวันแรงงานแห่งชาติ 2567 เมื่อสมาคมธนาคารไทยประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย (MRR – Minimum Retail Rate) ลง 0.25% มีผลวันที่ 1 พ.ค. 2567 น่าจะเป็นครั้งแรกๆ ที่ธนาคารพาณชย์เอกชน ประกาศลดดอกเบี้ยเงินฝาก ก่อนคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)

เพราะตามปกติการขึ้นหรือลดดอกเบี้ย กลุ่มธนาคารจะดำเนินการหลังจากกนง.มีแอคชั่นแล้ว
ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นไม่พ้นมาจากความพยายามของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่เชิญสมาคมธนาคารไทย และผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ใหญ่ 4 แห่ง ประกอบด้วย

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์ นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทย และนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารกรุงเทพ

เข้าหารือเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองสภาวะเศรษฐกิจ และหนี้ครัวเรือน เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา
น่าดีใจว่าเพียง 2 วันนับจากการหารือ มีประกาศจากสมาคมธนาคารไทย ออกแนวทางช่วยเหลือเพื่อลดดอกเบี้ยให้กลุ่มเปราะบางทั้งลูกค้าบุคคล และ SME โดยเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) 0.25% สำหรับลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ทั้งลูกค้าบุคคล และ SME เป็นเวลา 6 เดือน

“เชื่อมั่นว่าประชาชนจะเห็นความมุ่งมั่น ตั้งใจ ของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้ไม่เพียงแต่ฟื้นตัว แต่ต้องทัดเทียมการเติบโตของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค”
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

การลดดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ นับเป็นมาตรการต่อเนื่องจากดำรินายเศรษฐา ที่ให้ธนาคารรัฐ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสงเคราะห์ ออมสิน ธนคารเพื่อการเกษตรฯ ลดดอกเบี้ยและออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ไปก่อนหน้านี้มีทั้งลดดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทต่างๆ อาทิ บ้าน บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล

การให้รีไฟแนนซ์หนี้ส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินอื่น ที่ส่วนใหญ่คิดดอกเบี้ยระดับ 20-25% มาเป็นของรัฐ เพื่อจ่ายดอกเบี้ยน้อยลงเหลือเพียง 15% รวมถึงให้จ่ายค่างวดน้อยลง แม้มาตรการจากธนาคารรัฐจะช่วยเหลือได้ แต่ยังไม่เพียงพอ ทำให้นายเศรษฐา ต้องเชิญสมาคมธนาคารไทย และผู้บริหารธนาคารพาณิชย์เข้าหารือจนนำมาสู่การลดดอกเบี้ยในที่สุด

อย่างน้อยให้ประชาชนได้หายใจหายคอคล่องขึ้น ไม่ถูกอัตราดอกเบี้ยบีบจนหาทางออกได้ลำบาก ท่ามกลางการดิ้นรนในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เพราะดอกเบี้ยและหนี้ครัวเรือนที่สูงทุบสถิติ เป็นปัญหาเรื้อรังมาในอดีตนับเนื่องจากช่วงโควิด-19 ส่งต่อให้รัฐบาลชุดปัจจุบันแก้ไข

ดอกเบี้ยที่พุ่งสูงต่อเนื่องจากต้นปี 2566 ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง จนเกิดปัญหาหนี้เสียตามมาจำนวนมาก

หลังมีประกาศลดดอกเบี้ยของสมาคมธนาคารไทย นายเศรษฐา โพสต์ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่น X ขอบคุณสมาคมธนาคารไทยโดยระบุว่า

ขอขอบคุณสมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิกที่ช่วยลดดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลง 0.25% เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้กลุ่มเปราะบาง ทั้งลูกค้าบุคคล และ SME ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

“ผมขอชื่นชมการลดดอกเบี้ย ที่สะท้อนให้เห็นว่าสมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิกให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เข้าใจถึงภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยที่หาเช้ากินค่ำ แม้จะเป็นเวลาเพียงแค่ 6 เดือน แต่ก็ช่วยต่อลมหายใจให้สามารถเอากำไรไปต่อยอดได้ ถือเป็นการช่วยเหลือทั้งภาคธุรกิจ และประชาชนโดยรวม”

นายกรัฐมนตรีกล่าว และว่าในส่วนของประชาชนกลุ่มอื่นๆ ทางรัฐบาลจะพยายามหาแนวทาง และมาตรการที่จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด

ขณะที่ภาคเอกชนโดยนายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ระบุว่าฐานะผู้ประกอบการภาคเอกชนและผู้ขอสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงิน ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี ธนาคารพาณิชย์ 4 แห่ง และสมาคมธนาคารไทย ที่เข้าใจถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ โดยเร่งรัดดำเนินการหารือร่วมกันจนนำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปี ซึ่งเบื้องต้นถือเป็นระดับที่น่าพอใจ

“ต้องขอบคุณการเรียกประชุม 4 ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของท่านนายกรัฐมนตรี ที่สามารถทำให้ธนาคารพาณิชย์ตอบสนอเรื่องการปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ได้รวดเร็วทันที เพราะเป็นการลดนำร่องก่อนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของกนง. ด้วย ถือเป็นสัญญาณที่ดี ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี สามารถกระตุ้นกำลังซื้อให้กลับมาได้ระดับหนึ่ง”

แม้ในภาพรวมการลดดอกเบี้ย 0.25% อาจไม่ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจในวงกว้างมากนัก แต่สำหรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง และผู้ประกอบการรายย่อย ถือว่ามีส่วนสำคัญที่ได้ลดภาระดอกเบี้ยลง
ขณะที่ทางอ้อมเหมือนส่งสัญญาณกลายๆ ว่าดอกเบี้ยที่เคยขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มชะลอตัวและมีแนวโน้มลดลง ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการลงทุน หรือจับจ่ายมากขึ้น
อย่างไรก็ตามการที่นายเศรษฐา เจรจาจนสามารถให้ธนาคารทั้งระบบลดดอกเบี้ยลงได้ นับเป็นเพียงหนึ่งในมาตรการเบื้องต้นเท่านั้น

เชื่อว่ายังมีอีกหลายมาตรการที่จะตามออกมา เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบาง พร้อมกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การไล่ล่าหาความจริง จาก Watergate ถึงฮั้ว ส.ว. (1)
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ G2, M7 และโลกที่เหลือ (1)
‘จอห์น เทอร์นัส’ ซีอีโอคนใหม่ Apple ในรอบ 15 ปี
จาก ‘เนเน่’ ถึง ‘วอลเลย์บอลหญิงไทย’ ‘Geopolitics’ มุมกลับ | ปราปต์ บุนปาน
“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่