อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
วันที่ 3 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากลั่นกรองเรื่องร้องเรียนและสภาพปัญหาด้านอุตสาหกรรม โดยมี นายเกรียงยศ สุดลาภา ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ มอบหมายให้ นายฉัตรชัย ปิตุเตชะ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุมพิจารณามาตรการกำกับดูแลและป้องกันเพื่อลดผลกระทบจากการปล่อยมลพิษของโรงงานผลิตคอนกรีตสำเร็จรูป (แพลนต์ปูน) ในเขตชุมชนและพื้นที่ริมทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าร่วมชี้แจง
การประชุมดังกล่าวสืบเนื่องจากข้อร้องเรียนของประชาชนและ สส. ในพื้นที่ โดย นายเอกราช อุดมอำนวย สส.เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ได้นำหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมระบุว่า ในเขตดอนเมืองมีแพลนต์ปูนตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนหนาแน่นและใกล้คอนโดมิเนียม เช่น บริเวณตรงข้ามสวนสุขภาพศิริภรมย์ (สวนรมณีย์) และถนนสรงประภา ซึ่งจากการตรวจสอบกับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครพบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตที่อยู่อาศัยที่ไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จถาวร แพลนต์ส่วนใหญ่เดิมทีอาจได้รับอนุญาตให้ตั้งชั่วคราวเพื่อกิจการก่อสร้างระยะสั้น แต่กลับเปิดดำเนินการผลิตเพื่อการค้าอย่างถาวรต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการปล่อยน้ำปูนเสียลงสู่คูคลองสาธารณะ การจราจรของรถบรรทุกสร้างความเสียหายต่อพื้นผิวถนนและรางรถไฟ รวมถึงปัญหาฝุ่นละออง PM 10 และ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสร้างความเดือดร้อนรุนแรงให้แก่ประชาชนรอบข้าง
ด้านผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ชี้แจงว่า ในพื้นที่เขตดอนเมืองมีโรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) มาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2537, 2535 และ 2540 ซึ่งตั้งมาก่อนการขยายตัวของชุมชน ทั้งนี้ กรมโรงงานได้มีประกาศกระทรวงและหลักเกณฑ์เฉพาะในการควบคุมมลพิษ ทั้งด้านฝุ่นละออง เสียง และน้ำเสีย เช่น การกำหนดให้กองวัตถุดิบต้องมีระบบสเปรย์น้ำ มีจุดล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุกก่อนออกจากโรงงาน และต้องมีบ่อพักน้ำเสียขนาดความจุไม่น้อยกว่า 20 ลูกบาศก์เมตร หากพบสภาพพื้นที่เปลี่ยนไปหรือก่อความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 สั่งให้ปรับปรุงแก้ไขได้ทันที เช่น กรณีตัวอย่างที่เคยสั่งการให้ปรับปรุงเส้นทางเข้า-ออกและจุดล้างล้อในพื้นที่ริมทางรถไฟสายเก่ามาแล้ว
ขณะที่ ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ชี้แจงเพิ่มเติมว่า นอกจากกฎหมายโรงงานแล้ว กทม. ยังใช้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ในการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยในช่วงเตรียมรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 กทม. ได้ยกระดับความเข้มงวด ออกคำสั่งให้ตรวจสอบแพลนต์ปูนและกิจการที่ก่อให้เกิดฝุ่นทั่วกรุงเทพมหานครให้ครบทุกแห่งภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ พร้อมยืนยันว่ากรณีท่อส่งน้ำปูนรั่วไหลที่เกิดขึ้นในเขตดอนเมือง ทางสำนักงานเขตได้ประสานให้ผู้ประกอบการแก้ไขปิดรอยรั่วเรียบร้อยแล้ว และด้านผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ และผู้แทนกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ที่ผ่านมาได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจวัดมลพิษทางอากาศ ควันดำ และสภาพรถบรรทุกอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้คำแนะนำผู้ประกอบการในการกำกับดูแลคนขับรถไม่ให้ทำผิดกฎจราจรและบรรทุกน้ำหนักเกินเพื่อป้องกันถนนชำรุด
ทั้งนี้ นายฉัตรชัย ประธานในที่ประชุม ได้สรุปข้อข้อสังเกตและข้อเสนอแนะโดยขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการประสานงานร่วมกับ สส. ในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบแพลนต์ปูนทั้งหมดแบบ “กะทันหันโดยไม่แจ้งล่วงหน้า” เพื่อเก็บข้อมูลข้อเท็จจริงสภาพการดำเนินงานที่แท้จริง นำมาสรุปเป็นรายงานศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาวเพื่อปกป้องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนต่อไป
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
