สรุปผลฟุตบอลโลกทุกคู่เมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมรายละเอียดครบครัน ที่นี่!

อุรุกวัย 3-0 รัสเซีย
อุรุกวัยถล่ม “เจ้าภาพ” รัสเซีย คว้าแชมป์กลุ่มเอ แต่ยังกอดคอกันเข้ารอบต่อไป ที่ซามาร่า อารีน่า เมืองซามาร่า
ครึ่งแรก อุรุกวัยทักทายก่อนจากการยิงไกลของมาติอาส เวซิโน่ แต่ลูกไม่เข้ากรอบ นาทีที่ 10 ยูริ กาซินสกี้เตะโรดริโก้ เบนตันกูร์ หน้าเขตโทษ หลุยส์ ซัวเรซรับหน้าที่สังหารฟรีคิก ลูกพุ่งเสียบเสาสองอย่างสวยงาม อุรุกวัยขึ้นนำ 1-0 นาทีที่ 35 รัสเซียเจองานหนักเพิ่มเข้าไปอีก เมื่ออิกอร์ สโมลนิคอฟ กองหลังโดนใบเหลือที่ 2 เป็นใบแดงออกจากสนามไป
ครึ่งหลัง นาทีที่ 74 โรมัน ซอบนิน ตัดบอลจากกองหลังอุรุกวัย และพาบอลเข้ามาไหลให้ซูบาลุ้นประตู อาร์ตุม ซูบาพาบอลเข้าเขตโทษ และปั่นโค้งด้วยซ้าย ลูกหลุดกรอบออกไปแบบไม่ใกล้เคียง นาทีสุดท้าย ดิเอโก้ โกดินขึ้นโหม่งลูกเตะมุม อิกอร์ อคินเฟเยฟปัดออกมา แต่เอดินสัน คาวานี่จิ้มซ้ำเข้าไปให้อุรุกวัยชนะ 3-0 และคว้าชัยชนะ 3 นัดรวด คว้า 9 แต้มเต็ม เข้ารอบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม ส่วนรัสเซียเข้ารอบในฐานะอันดับ 2 มี 6 คะแนน
ซาอุดีอาระเบีย 2-1 อียิปต์
ซาอุดีอาระเบียยิงประตูชัยช่วงท้ายเกมเฉือนชนะอียิปต์ 2-1 ที่วอลโกกราด อารีนา เมืองวอลโกกราด
11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
ซาอุดีอาระเบีย (4-2-3-1) : ผู้รักษาประตู ยัสเซอร์ อัล-โมไซเลม / กองหลัง (ขวาไปซ้าย) ยาสเซอร์ อัล-ชาห์รานี, โอซามา ฮาวซาวี (กัปตันทีม), โมฮัมเหม็ด อัล-เบรอิก, โมทาซ ฮาวซาวี / กองกลางตัวรับ อับดุลลาห์ โอเทฟ, ซัลมาน อัล-ฟาราย / กองกลางตัวรุก ฮุสเซน อัล-โมกาห์วี, ซาเล็ม อัล-ดาวซารี, ฮัตตัน บาเฮบรี / กองหน้า ฟาฮัด อัล-มูวัลลาด
อียิปต์ (4-4-2) ผู้รักษาประตู เอสซาม เอล-ฮาดารี (กัปตันทีม) / กองหลัง (ขวาไปซ้าย) อาเหม็ด ฟาธี, อาลี กาเบอร์, อาเหม็ด เฮกาซี, โมฮาเหม็ด อับเดล-ชาฟี / มิดฟิลด์ตัวรับ โมฮาเหม็ด เอลเนนี, ทาเร็ก ฮาเหม็ด / มิดฟิลด์ตัวรุก มาห์มูด ฮัสซัน, อับดัลลาห์ เอล-ซาอิด / กองหน้า มาร์วาน มอห์เซน, โมฮัมเหม็ด ซาลาห์
เกมนี้ เอสซาม เอล-ฮาดารี นายทวารกัปตันทีมอียิปต์ ทำสถิติเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ลงสนามในฟุตบอลโลก ด้วยอายุ 45 ปี กับ 161 วัน
ช่วงต้นเกมทั้งสองฝ่ายต่างก็พยายามเปิดเกมบุกใส่กัน แต่เป็นซาอุดีอาระเบียที่มีโอกาสยิงมากกว่า แต่ยังไม่เข้ากรอบ จนกระทั่งนาทีที่ 22 กลายเป็นอียิปต์ที่ได้ประตูออกนำก่อน จากจังหวะสวนกลับ และเป็นโมฮาเหม็ด ซาลาห์หลุดเดี่ยวไปกระดกข้ามหัว ยัสเซอร์ อัล-โมไซเลม เป็นประตูให้อียิปต์ออกนำ 1-0
นาทีที่ 39 ซาอุดีอาระเบียได้จุดโทษจากจังหวะที่ อาเหม็ด ฟาธี ถูกจับแฮนด์บอล แต่ฟาฮัด อัล-มูวัลลาด ยิงไปติดเซฟของเอล-ฮาดารี ชวดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย
ครึ่งหลังซาอุดีอาระเบียเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้มากกว่า จนมามีโอกาสได้ประตูขึ้นนำ 2 จังหวะติดๆ กันในนาทีที่ 69 จากฮุสเซน อัล-โมกาห์วี และ มูฮันนาด อัสซิรี แต่ว่านายทวารอียิปต์ยังเซฟไว้ได้ทั้งหมด ทำให้สกอร์ยังคง 1-1
จากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างพยายามเปิดเกมรุกแลกกัน จนช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซาอุฯมาได้ประตูชัย จากการยิงของซาเล็ม อัล-ดาวซารี ทำให้ซาอุดีอาระเบีย เอาชนะ อียิปต์ 2-1
อิหร่าน 1-1 โปรตุเกส
อิหร่านได้จุดโทษท้ายเกมไล่ตีเสมอโปรตุเกสสุดมัน 1-1 แต่ตกรอบแรก ที่มอร์โดเวีย อารีน่า ซารันส์ก ประเทศรัสเซีย
โปรตุเกสต้องรอจนถึงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรกกว่าจะขึ้นนำ 1-0 ริคาร์โด้ กวาเรสม่ามายิงประตูสุดสวยนอกเขตโทษ และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลัง เริ่มมาแค่ 5 นาที โปรตุเกสมาได้จุดโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้โดนกองหลังอิหร่านทำฟาวล์ในจุดโทษ ผู้ตัดสินขอดูวีเออาร์และให้เป็นจุดโทษ โรนัลโด้ยิงไปติดเซฟอาลี เบรานวานด์ อิหร่านยังตาม 0-1
นาทีที่ 81 โรนัลโด้ไปใช้แขนกระแทกหน้าของมอร์เตซ่า ปูราลิกานยี กองหลังอิหร่าน จนผู้ตัดสินต้องไปขอดูวีเออาร์อย่างละเอียด และให้ใบเหลืองโรนัลโด้ นาทีสุดท้าย เซดริค โซอาเรส ขึ้นโหม่งแย่งบอลกับนักเตะอิหร่าน บอลไปโดนมือโซอาเรส ผู้ตัดสินดูวีเออาร์และให้เป็นจุดโทษกับอิหร่าน คาริม อันซาริฟาร์ด ตัวสำรองซัดตุงตาข่าย อิหร่านตีเสมอ 1-1 ถัดมานาทีเดียว วาฮิด อารีมี หลุดเดี่ยวมุมแคบ แต่ยิงติดข้างตาข่าย
อิหร่านบุกแหลกหวังประตูชัยเพื่อเข้ารอบต่อไป แต่ทำไม่สำเร็จ ลงเอยด้วยผลเสมอ 1-1 ส่วนผลอีกคู่ สเปน เสมอ โมร็อกโก 2-2 ทำให้สเปนและโปรตุเกสทำผลงาน ชนะ 1 นัด เสมอ 2 นัด มี 5 คะแนนเท่ากัน แต่สเปนเป็นแชมป์กลุ่มเนื่องจากยิงได้ 6 ประตู โปรตุเกสยิงได้ 5 ประตู โปรตุเกสผ่านเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม
ขณะที่อิหร่านชนะ 1 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 1 นัด มี 4 แต้ม จบอันดับ 3 ตกรอบไปพร้อมกับโมร็อกโกที่เสมอ 1 นัด และแพ้ 2 นัด มี 1 แต้ม
รอบ 16 ทีมสุดท้าย สเปนจะพบกับรัสเซีย รองแชมป์กลุ่มเอ และโปรตุเกสจะเข้าไปพบกับอุรุกวัย แชมป์กลุ่มเอ
สเปน 2-2 โมร็อกโก
สเปน ได้วีเออาร์ กับประตูของ ยาโก้ อัสปาส ช่วยทำให้ทีมเสมอกับโมร็อกโก 2-2 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบแรก กลุ่มบี นัดสุดท้าย ที่คาลินินกราด สเตเดียม เมืองคาลินินกราด
เปิดเกมมาเป็นทีมกระทิงดุที่ครองบอลได้เหนือกว่า แต่ทว่าในนาทีที่ 13 อันเดรส อิเนียสต้า กับเซร์คิโอ รามอส เล่นพลาดเสียบอลกลางทาง ปล่อยให้กาลิด บูตาอิบฉกเข้าไป ลากไปยิงผ่านมือเด เคอา เป็นประตูให้โมร็อกโกขึ้นนำ 1-0
หลังจากโดนนำได้ 5 นาที สเปนก็ตีเสมอได้ทันควัน จากจังหวะที่อิเนียสต้าทำชิ่งจนหลุดมาถึงเส้นหลัง ก่อนเปิดกลับให้อิสโก้ ยิงเต็มๆ เป็นประตูให้สเปนไล่มาเป็น 1-1
จนกระทั่งนาทีที่ 81 โมร็อกโกออกนำอีกครั้ง จากจังหวะเตะมุม แล้วเป็นยุสเซฟ เอ็น-เนซีรี โหม่งเป็นประตูให้ทีมขึ้นนำ 2-1
ทว่านาทีสุดท้าย ยาโก้ อัสปาส ตัวสำรองของสเปน ส่งบอลไปตุงตาข่ายได้ จังหวะแรกนั้นผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงน้ำหน้า แต่พอดูจากวีเออาร์แล้ว กลับคำตัดสินให้เป็นประตูของสเปน ให้กระทิงดุตีเสมอได้สำเร็จเป็น 2-2
จบเกมสเปน เสมอกับ โมร็อกโก 2-2 ทำให้สเปนนั้นยังรักษาสถิติไม่แพ้ใครในทุกรายการต่อไปเป็นเกมที่ 23
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
