bg-single

ตัวการวินาศภัยในอุษาคเนย์ ใครรังสรรค์-คนหรือธรรมชาติ

05.12.2025

เทศมองไทย

อ่านรายงานว่าด้วยวินาศภัยธรรมชาติใน 4 ประเทศย่านอุษาคเนย์ ทั้งฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย ที่ปรากฏในเว็บไซต์ นิกเกอิ เอเชีย เมื่อ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมาแล้ว อดถามตัวเองไม่ได้ว่า ความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ชนิดวายป่วงที่เกิดขึ้นเราควรโทษใครหรืออะไรกันแน่ว่าเป็นตัวการอันเลวร้าย ระหว่างผู้คนในท้องถิ่นแต่ละประเทศ หรือว่านี่คือการทำลายล้างจากธรรมชาติอย่างเป็นธรรมชาติ

ข้อเขียนชิ้นที่ว่านี้บอกว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึงเกือบ 600 คน แต่ตัวเลขล่าสุดบอกผมว่าจำนวนรวมทั้งหมดพุ่งเกินกว่า 1,300 รายไปแล้ว ตัวเลขดังกล่าวนี้สูงเกินคาด

ยิ่งนอกเหนือความคาดหมายมากมายในกรณีของหาดใหญ่ อำเภอที่เป็นหัวใจทางเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่า ภาวะน้ำท่วมเฉียบพลันจากฝนตกหนักจะทำให้มีคนตายไปมากมายถึงเพียงนี้

อะไรเป็นตัวการกันแน่?

ในข้อเขียนตอนหนึ่งระบุว่า การมาบรรจบพบกันของรูปแบบเฉพาะของภูมิอากาศหลายประการรวม ทั้งปรากฏการณ์ลานีญา เป็นสาเหตุที่มาของภาวะฝนตกหนัก จนกลายเป็นเหตุวินาศภัยหลายอย่างตามมา

แผ่นดินสไลด์ถล่มที่เวียดนามและอินโดนีเซีย

ฝนหนักใน 10 จังหวัดภาคใต้ของไทย อย่างเบาะๆ ก็ 300 มิลลิเมตร อย่างหนักหนาสาหัสก็ปาเข้าไปถึง 500 มิลลิเมตร ผลก็คือ ครัวเรือน 1.07 ล้านครัวเรือนกับคนอีก 2.95 ล้านคนได้รับผลกระทบ

อำเภอหาดใหญ่เผชิญกับฝน 300 ปี ตกหนักต่อเนื่อง 335 มิลลิเมตรในวันที่ 21 พฤศจิกายน ก่อให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังฉับพลันในบางพื้นที่สูงเกือบ 3 เมตร อีก 3 วันต่อมา

รัฐบาลไทยประกาศภาวะฉุกเฉิน ระดมทหาร ตำรวจออกช่วยประชาชน

เฉพาะที่หาดใหญ่ นิกเกอิบอกว่า โรงงานกว่า 700 โรงได้รับผลกระทบ ธนาคารกสิกรไทยประเมินความเสียหายไว้ว่าอย่างน้อยต้องสูงถึง 25,000 ล้านบาท

เรื่องนั้นยังไม่สำคัญเท่ากับว่า กระทรวงสาธารณสุขบอกเมื่อ 2 ธันวาคมนี้ว่า ภาวะน้ำท่วมจากทั้ง 10 จังหวัดภาคใต้ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 267 ราย เฉพาะที่หาดใหญ่มีมากที่สุดถึง 142 ราย

ผมเฝ้าถามตัวเองซ้ำซากว่า น้ำท่วมทำให้คนตายมากมายเพียงนี้เลยหรือ

เพื่อการเปรียบเทียบ ผมเข้าไปอ่านรายงานจากมาเลเซียในนิกเกอิ เขาบอกว่าที่นั่นเจอทั้งน้ำท่วมทั้งแผ่นดินสไลด์ 9 รัฐได้รับผลกระทบ มีการอพยพ 29,800 คน พบมีผู้เสียชีวิตเพียง 2 คน

บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย เจอน้ำท่วมซ้ำๆ หลายครั้งแล้วเกิดแผ่นดินสไลด์ถล่มลงตามมา ยอดคนตายพุ่งขึ้นเกิน 300 รายและอาจสูงกว่านั้น เพราะยังหายไปอีก 279 คน มีรายงานว่า ชาวบ้านบอกว่าน้ำท่วมบางพื้นที่มิดหลังคา ต้องอพยพผู้คนราว 80,000 คน

ที่เวียดนาม ยอดเสียชีวิตสะสมจากเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ที่เริ่มตอนกลางเดือนมาจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน สูงถึง 108 ราย

ที่น่าสนใจก็คือ นายกรัฐมนตรี ฟาม มินห์ ชินห์ ออกมาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบสนองและแก้ไขสถานการณ์โดยทันที “เพราะประชาชนกำลังต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาล” ในยามทุกข์ยากเช่นนี้

ในเวียดนาม ถ้ารวมผู้เสียชีวิตจากเหตุทำนองเดียวกันนี้ตลอดทั้งปี ยอดรวมจะเพิ่มเป็นกว่า 400 คน มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจตกราวๆ 3,200 ล้านดอลลาร์

โดยน้ำท่วมที่ฮานอยเมื่อเดือนกันยายนถูกระบุว่า ร้ายแรงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี

ประมวลเรื่องเหล่านี้มาเปรียบเทียบกัน ผมมองเห็นข้อแตกต่างได้ชัดเจน กรณีของหาดใหญ่ คือกรณีของน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว เพียวๆ ไม่มีอย่างอื่นเจือปน

ในขณะที่ทั้งในเวียดนามก็ดี ในมาเลเซีย หรือสุมาตราของอินโดนีเซียมีน้ำท่วมผสมโรงด้วยแผ่นดินสไลด์ โคลนถล่ม แต่ทั้งที่มาเลเซียก็ดี หรือบนเกาะสุมาตราก็ดี มีคำสั่งอพยพผู้คนออกจากพื้นที่อันตรายมีตัวเลขการอพยพระบุไว้ชัดเจนมาก

ที่หาดใหญ่ไม่มี!

ประเทศเดียวในอุษาคเนย์ที่เผชิญสถานการณ์คล้ายๆ กับหาดใหญ่ ก็คือฟิลิปปินส์ ที่นั่นเมื่อต้นเดือน ไต้ฝุ่นคัลแมกีถล่มเกาะเซบูพินาศ แต่ที่สำคัญก็คือ ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมหนักและสูงเกิดขึ้นตามมา คนตายไปกว่า 200 คน

สาเหตุสำคัญไม่ใช่คัลแมกี แต่เป็นการคอร์รัปชั่น ที่ทำให้ฟิลิปปินส์ไม่มีโครงสร้างรองรับและควบคุมน้ำท่วม จนกำลังกลายเป็นคดีใหญ่ที่นั่น

พูดง่ายๆ ก็คือ เกิดการโกงกันขึ้นอย่างมโหฬาร โกงกันเป็นระบบ โกงกันแบบครบวงจร จนประชาชนกำลังรวมตัวกันประท้วงครั้งใหญ่ ลากคอคนรับผิดชอบมาลงโทษและควานหาเม็ดเงินมหาศาลจากภาษีประชาชนกลับคืนมา

กลับมาที่หาดใหญ่ ผมไม่ได้บอกว่าเกิดการโกงกันเหมือนในฟิลิปปินส์ เพียงแต่ผลลัพธ์ครือๆ กัน นั่นคือ การขาดการบริหารจัดการวินาศภัยธรรมชาติอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

คนที่ตายไม่ใช่เหยื่อของภัยธรรมชาติ แต่เป็นเหยื่อที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ด้วยกันเท่านั้นเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

”เอกนัฏ“ ส่ง“ทีมสุดซอยพลังงาน” หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุน เก็งกำไร ประวิงเวลา ปฏิเสธการขายในช่วงวิกฤตทึ่ผ่านมา
ทำไมเกษตรกรไทยถึงยังจน? MatiTalk ดร.นุ่น รัสรินทร์ สภาพัฒน์ ไทยขาดผู้นำ ขาดวิสัยทัศน์แก้การเกษตรเชิงโครงสร้างมายาวนาน
ธงทอง จันทรางศุ | ยกเลิกตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ คิดให้ดี ก่อน ‘สายเกินไป’
เส้นทางความรัก 10 ปี ของ ‘ไมเคิล ศิรชัช’ สู่วันคุกเข่าขอ ‘กุ๊กไก่’ แต่งงาน
คำตอบของมาเคียเวลลี เรื่อง ‘ผู้ปกครองดีเพราะมีกุนซือเก่งใช่หรือไม่’
กก.หมู่บ้านรักษาศีล 5 ลงพื้นที่ “เกาะช้าง” ผู้ว่าตราด ย้ำ!! ศีล 5 ทำให้สังคมปกติสุข ประชาชน “สุขกาย สบายใจ”
จับตารัฐแก้เกมไฟใต้ ส่ง ‘ปูด้วง’ คุม ‘สมช.’ แต่ยังย้ำเปิดช่องเจรจา ดึงคนพื้นที่สานสันติ
เบื้องหลัง ‘มังกรทมิฬ’ เปิดหน้ากากตำรวจหุ้นลม ผู้อยู่หลังม่านผับจีนห้วยขวาง
ยุติธรรมชำรุด | เหยี่ยวถลาลม
สงครามอิหร่าน กับการอับจนทางเลือกของทรัมป์
OZZY | กวีกระวาด : อนุชา วรรณาสุนทรไชย
เลขสิบสามหลัก | เรื่องสั้น : วัชรินทร์ จันทร์ชนะ