bg-single

สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในท่ามกลางสงครามและการแข่งขัน

02.01.2026

เทศมองไทย

สถานการณ์ท่องเที่ยวไทย
ในท่ามกลางสงครามและการแข่งขัน

เมื่อ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ (เอสซีเอ็มพี) สื่อใหญ่ในฮ่องกง ตีพิมพ์บทความสำรวจสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทย ที่ต้องเผชิญกับหลากสิ่งหลายอย่างหนักหนาสาหัสตลอดปี 2025 ที่ผ่านมา รวมทั้งการสู้รบตามแนวชายแดนกับกัมพูชาที่ยังคงรุนแรง หนักหน่วงมาจนถึงขณะนี้ อันเป็นช่วงเวลา “ไฮซีซั่น” ของการท่องเที่ยวพอดิบพอดี

ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เอสซีเอ็มพี หยิบยกมาระบุว่า นับตั้งแต่ต้นมกราคมเรื่อยมาจนถึงต้นเดือนธันวาคมปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมาแล้วกว่า 30 ล้านคน

ซึ่งยังผลให้ไทยยังคงติดอันดับกลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับท็อปของโลกอยู่ต่อไป แม้ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวดังกล่าวถือว่าเป็นสถิติที่ลดลงจากยอดรวมของเมื่อปีที่แล้วมากถึง 7 เปอร์เซ็นต์

เหตุปัจจัยประการหนึ่งก็คือ การที่ทางการของหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี เดนมาร์ก และบรรดารัฐบาลของชาติตะวันตก ต่างออกคำเตือนให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทย หรือไม่ก็เลี่ยงหนีพื้นที่ในรัศมี 50 กิโลเมตร ตลอดแนวชายแดนความยาว 800 กิโลเมตรที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา

นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานการณ์เชิงลบที่การท่องเที่ยวไทยต้องเผชิญมาตลอดทั้งปีนี้ ตั้งแต่การประกาศมาตรการทางภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ส่งผลเชิงจิตวิทยาทำลายความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว

เรื่อยไปจนถึงเหตุอื้อฉาวชวนสยองของการตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งส่งผลกระทบสูงยิ่งต่อนักท่องเที่ยวจากจีนและเกาหลีใต้

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจยิ่งซ้ำเติมให้ทุกอย่างเลวร้ายมากยิ่งขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยกับเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา สูงขึ้นมากกว่า 8 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ต้นทุนการท่องเที่ยวในไทยสูงขึ้นมากอย่างช่วยไม่ได้

สุดท้ายคือความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ที่ทำให้คนไทยมีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่มาแล้วถึง 3 คณะในช่วงระยะเวลาเพียง 2 ปี

อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวไทยก็ยังคงมีเรื่องให้เฉลิมฉลองอยู่บ้างอยู่ดี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางการไทยประกาศอย่างภาคภูมิถึงหมุดหมายใหม่ อย่าง การเดินทางมาเที่ยวไทยครบ 1 ล้านคนเป็นครั้งแรกของนักท่องเที่ยวจากอังกฤษ

และปริมาณการมาถึงของนักท่องเที่ยวระยะไกล (long-haul arrivals) ที่เพิ่มมากขึ้นเป็นสถิติใหม่ 10 ล้านรายในปีนี้

ที่ถือเป็นสัญลักษณ์สะท้อนความแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวของไทย เพราะนักท่องเที่ยวระยะไกลนี้มีแนวโน้มที่จะพำนักอยู่นานกว่า และใช้จ่ายในปริมาณที่สูงกว่าบรรดานักท่องเที่ยวระยะสั้นจากภายในภาคพื้นเอเชียด้วยกัน

ถึงอย่างนั้นก็ตามที การชะลอตัวของการท่องเที่ยวก็ส่งผลกระทบในทางลบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างช่วยไม่ได้

ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า จีดีพีของไทยปีนี้จะขยายตัวในแบบชะลอลงสู่ระดับ 2.2 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะทรุดหนักลงอีกในปีหน้าเหลือเพียง 1.5 เปอร์เซ็นต์

อันเป็นอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอที่สุดในรอบหลายสิบปีของประเทศ

ที่ชวนให้น่ากังวลยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ในยามที่การท่องเที่ยวไทยเราชะลอลง การท่องเที่ยวของประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงกลับเบ่งบานแบบก้าวกระโดด

เอสซีเอ็มพีชี้ว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนมาเลเซียในปีนี้ พุ่งขึ้นสูงถึง 14.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ปริมาณที่เป็นสถิติใหม่ที่ 28.24 ล้านคนในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ไม่เพียงแซงหน้าสถิติของปี 2024 ยังทำลายสถิติสูงสุดก่อนหน้าเกิดการแพร่ระบาดของโควิดในปี 2019 ลงได้อีกด้วย

ที่สำคัญก็คือ ตัวเลขดังกล่าวทำให้ทางการมาเลเซียตั้งเป้าของปีหน้าไว้ที่ 47 ล้านคน ซึ่งหากเป็นไปได้ก็จะแซงหน้าสถิติท่องเที่ยวของไทยลงได้อย่างงดงาม

ที่เวียดนาม จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนก็เพิ่มขึ้นเป็นสถิติสูงสุดเช่นเดียวกันที่ 20 ล้านคนในปีนี้ โดยได้รับอานิสงส์จากค่าใช้จ่ายในประเทศที่ต่ำกว่า และการลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางการท่องเที่ยวที่หวังจะใช้เป็นแม่เหล็กดึงดูดชาวต่างชาติทั้งหลายจนได้ผล แม้ว่าเวียดนามจะเผชิญกับวิบัติภัยธรรมชาติรุนแรงในปีนี้ก็ตาม

เอสซีเอ็มพีหยิบยกข้อมูลที่น่าสนใจจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวอย่าง อะโกดา มาบอกเล่าเอาไว้ด้วยว่า ปี 2025 ที่ผ่านมาถือเป็นปีแรกที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียแซงหน้าจีนขึ้นเป็นนักท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของไทย ที่ 4.3 ล้านคน เทียบกับ 4.27 ล้านคนจากจีน ต่อด้วยเกาหลีใต้ อินเดีย และญี่ปุ่น ตามลำดับ

พลิกผันจากสถิติเมื่อ 10 ปีก่อนหน้า ที่ 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทย เป็น รัสเซีย, ชาติในยุโรป และสหรัฐอเมริกา

อนาคตท่องเที่ยวไทยอยู่ที่ไหน?

เอเย่นต์ท่องเที่ยวอย่าง สเตฟาเน ชีเร่ บอกว่า อนาคตของท่องเที่ยวไทยไม่ควรขึ้นอยู่กับตัวเลขนักท่องเที่ยวอีกต่อไป

แต่ต้องพึ่งพาการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความหลากหลายให้มากขึ้น

ถ้าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่การใช้จ่ายยังคงที่ ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนักหรอกน่า!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน