bg-single

จาก ‘ฆาตกรสแกมเมอร์’ถึง นักการเมือง ‘ไทยเทา’

16.01.2026

เทศมองไทย

จาก ‘ฆาตกรสแกมเมอร์’

ถึง นักการเมือง ‘ไทยเทา’

หนังสือพิมพ์ เซาท์ ไชนา มอร์นิง โพสต์ ฉบับประจำวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา รายงานข่าวการจับกุม ผู้ต้องสงสัยแกนนำของสแกมเมอร์ กลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่หลบหนีจากกัมพูชาเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย ภายใต้การปฏิบัติการร่วมของหน่วยเฉพาะกิจผสมไทย-เกาหลีใต้ ที่จู่โจมบ้านพักหรูแห่งหนึ่งในเขตพัทยา เพื่อปฏิบัติการครั้งนี้เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา

ผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวเป็นชายสัญชาติจีน ทราบชื่อภายหลังว่า “ฮั่น โม” ที่เจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้เชื่อว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับการสังหาร นักศึกษามหาวิทยาลัยเกาหลีใต้รายหนึ่ง ซึ่งถูกพบเป็นศพเมื่อปีที่แล้วที่กัมพูชา ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ โชซุน ของเกาหลีใต้

หลังการจับกุมมีการแถลงอย่างชัดเจนว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีขึ้น “ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิด” ของทางการไทย และผู้ถูกจับกุมต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีสังหารดังกล่าว

นักศึกษาหนุ่มวัย 22 ปี ที่ถูกระบุเพียงชื่อสกุล ปาร์ค ถูกพบเสียชีวิตอยู่ในรถยนต์คันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ใกล้กับภูโบกอร์ ในจังหวัดกัมโพชของกัมพูชา เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ปี 2025

จากการตรวจสอบสภาพศพพบว่า ผู้ตายถูกทุบตีและทารุณกรรมอย่างสาหัสสากรรจ์ก่อนที่จะเสียชีวิตเพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหว

การเสียชีวิตของปาร์ค เกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ หลังจากที่เขาเดินทางมายังกัมพูชา เพื่อทำงาน “พาร์ตไทม์” กลายเป็นคดีดังที่ส่งผลให้เกิดการตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อองค์กรสแกมเมอร์ทั้งหลายที่ปฏิบัติการอยู่ในประเทศนั้น จนพบในเวลาต่อมาว่า ปาร์คตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ที่ล่อลวงบรรดาคนต่างชาติเข้ามาทำงานให้ โดยสัญญาว่าจะเป็นงานที่ชอบธรรม

แต่เมื่อมาถึงกลับต้องเผชิญกับการกักขัง ทำร้ายร่างกาย บีบบังคับให้ทำงานล่อลวงออนไลน์

คดีนี้กลายเป็นที่มาของการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจผสมร่วมระหว่างไทย เกาหลีใต้ และกัมพูชาขึ้นมาเพื่อทำลายล้างเครือข่ายดังกล่าว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาจับกุมชายสัญชาติจีน 3 คนที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการสังหารนายปาร์ค อีกหนึ่งเดือนต่อมา นายหลี่ กวงห่าว ที่ทางการเกาหลีใต้ระบุว่าเป็นชาวจีนสัญชาติเกาหลีถูกจับกุมที่เกาหลีใต้ ฐานเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนกระทำทารุณกรรมและสังหารนายปาร์ค

ในขณะที่นายฮั่น ซึ่งกระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ระบุว่า เป็น “บอสใหญ่” ของเครือข่ายสแกมเมอร์เครือข่ายนี้ และเป็นชายเชื้อชาติจีนสัญชาติเกาหลีเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เชื่อว่า นายฮั่น ภายใต้ความช่วยเหลือของผู้ร่วมสมคบคิดกระทำความผิดที่มีทั้งชาวจีนและชาวเกาหลีใต้ เคยหลอกลวงชาวเกาหลีใต้หลายคนให้เดินทางมายังกัมพูชา ในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมและกรกฎาคมปีที่แล้ว โดยเสนอให้งานพาร์ตไทม์ รายได้งาม เป็นเครื่องตอบแทน

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกัมพูชา เหยื่อจะถูกทุบตี ทรมาน และใช้ปืนจี้ข่มขู่ให้ทำงานตามคำสั่งของผู้ควบคุม รวมทั้งบังคับให้มอบรหัสบัญชีธนาคารและให้ทำหน้าที่หลอกลวงเพื่อรีดเงินจากชาวเกาหลีใต้คนอื่นๆ ผ่านระบบออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากมีการพบศพนายปาร์ค นายฮั่นได้ลักลอบหลบหนีมายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่ทางการเกาหลีใต้ติดตามอย่างไม่ลดละ แกะรอยจนกระทั่งพบตัวนายฮั่น อาศัยอยู่ในบ้านพักหรูแห่งหนึ่งในพัทยา จนนำไปสู่การปฏิบัติการร่วมเพื่อจับกุมได้ในที่สุด

โดยเจ้าหน้าที่ยังพบชายสัญชาติจีนอีก 2 รายในบ้านพักหลังดังกล่าว รายหนึ่งถูกปล่อยตัวหลังถูกสอบปากคำ

ส่วนอีกรายถูกจับกุมในข้อหากระทำผิดกฎหมายและเสพยาเสพติด

คดีนี้ พนักงานสอบสวนระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานว่านายฮั่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหยื่อสแกมเมอร์ชาวไทย ในขณะที่ทางการเกาหลีใต้ก็เตรียมทำหนังสือขอตัวนายฮั่นไปดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

ที่น่าสนใจก็คือ กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้แถลงเอาไว้ว่า จะยังคงทำงานร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานทั้งภายในและระหว่างประเทศ เพื่อติดตามและจับกุมตัวอาชญากรทั้งที่เป็นต่างชาติและเป็นคนเกาหลีใต้ที่เกี่ยวข้องกับคดีการฆาตกรรมนักศึกษาครั้งนี้ให้ได้ทั้งหมด

ต่อมา ทางสำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้แถลงว่า ปฏิบัติการร่วมอีกปฏิบัติการที่ทำร่วมกับกัมพูชาส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้อีก 26 คนในพนมเปญ ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดถูกกล่าวหาว่าร่วมกันใช้วิธีการล่อลวงหรือสแกม และใช้อาชญากรรมทางเพศพุ่งเป้าไปที่เหยื่อชาวเกาหลีใต้โดยเฉพาะ มีชาวเกาหลีใต้ตกเป็นเหยื่อ 165 คน ยอดเงินที่สูญเสียไปรวมกัน 26.7 ล้านวอน

ทั้งหมดนี้ฟังดูเป็นเหมือนเรื่องปกติธรรมดาทั่วๆ ไป ถ้าไม่สะกิดต่อมสงสัยเอาว่า ทำไมหนอ นายฮั่น โม รายนี้ถึงได้หลบหนีมายังเมืองไทย แถมอยู่อย่างสุขสบายมาจนถึงป่านนี้

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เรื่องนี้เกี่ยวข้องแค่ไหน อย่างไร กับ “นักการเมืองไทยเทา 10 ราย” ที่กระทรวงยุติธรรมของไทยเคยแพลมๆ เอาไว้

เอาให้ชัด ไม่อย่างนั้นจะอายแล้วก็เสียเพื่อนอย่างเกาหลีใต้ไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน