bg-single

การเลือกตั้งญี่ปุ่น(衆院選挙)2026 : เดิมพันแพ้ชนะ

06.02.2026

บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์

นางซานาเอะ ทาคาอิชิ(高市早苗)นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นประกาศยุบสภาฯ เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นเพียง 4 วัน คือวันที่ 27 มกราคม ก็มีการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกพรรคเริ่มปราศรัยหาเสียงอย่างเป็นทางการ ชาวญี่ปุ่นจะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 51 ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ทุกอย่างรวดเร็วเบ็ดเสร็จภายในเวลาเพียง 16 วันเท่านั้น ! สั้นที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง และเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม หลังวันประกาศรายชื่อผู้สมัครเพียง 1 วัน ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นมี 465 คน ประกอบด้วยส.ส.แบบแบ่งเขต(小選挙区)289 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ(比例代表)176 คน เสียงเกินกึ่งหนึ่งคือ 233 เสียง

ผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้แบ่งเป็นผู้สมัครแบบแบ่งเขต1,119 คน และแบบบัญชีรายชื่อ166 คน รวมทั้งสิ้น 1,285 คน ในจำนวนนี้ พรรคแอลดีพี(自民党)ส่งผู้สมัครมากที่สุดคือแบบแบ่งเขต 285 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 52 คน รวม 337 คน พรรคร่วมรัฐบาล พรรคอิชิน(日本維新の会)ส่งผู้สมัคร 87 คนและ 2 คนตามลำดับ ส่วนพรรคฝ่ายค้านใหญ่ที่มาจาก 2 พรรคร่วมกันตั้งพรรคใหม่เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนการยุบสภา พรรค “พันธมิตรปฏิรูปสายกลาง”(中道改革連合)ส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขต 202 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 34 คน รวม 236 คน พรรคฝ่ายค้านอันดับสาม พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน(国民民主党)ที่ได้รับความนิยมไม่น้อย ส่งผู้สมัคร 102 คนและ 2 คนตามลำดับ รวม 104 คน

ในจำนวนเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ 289 เขต ราว 70% หรือ 200 เขต เป็นการชิงชัยระหว่างพรรคแอลดีพีและพรรคปฏิรูปสายกลาง และในจำนวนนี้มีประมาณ 20 เขตที่เป็นการชิงชัยกันตัวต่อตัวของสองพรรคนี้เท่านั้น

ครั้งนี้ นางทาคาอิชิ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคแอลดีพี ประกาศชัดเจนให้ชาวญี่ปุ่นเลือกว่าอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป จะเป็น “ทาคาอิชิ” หรือ “โนดะ” (เดิมหัวหน้าพรรครัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย) หรือ “ไซโต้” (เดิมหัวหน้าพรรคโคเมที่แปรพักตร์ไปร่วมกับนายโนดะตั้งพรรคใหม่)

คะแนนนิยมในตัวนายกรัฐมนตรีสูงต่อเนื่องตลอดเกือบ 3 เดือนก่อนยุบสภาฯ นางทาคาอิชิ จึงมีความมั่นใจ ฉวยโอกาสได้เปรียบนี้ประกาศยุบสภาฯ มุ่งเป้าให้พรรคแอลดีพีได้สมาชิกสภาผู้แทนเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม และเป็นพรรครัฐบาลเสียงข้างมากให้ได้ เธอประกาศกร้าวทุ่มสุดตัว เดิมพันด้วยตำแหน่ง “หากพรรครัฐบาลได้เสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งจะขอรับผิดชอบด้วยการลาออก”

พรรคแอลดีพีจะยังคงจับมือกับพรรคอิชินที่พาส.ส. 38 เสียงมาร่วมรัฐบาลแทนพรรคโคเมซึ่งถอนตัวไป เสียงที่เพิ่มมานี้ทำให้นางทาคาอิชิได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคอิชินประกาศจะเป็น “คันเร่ง”(アクセル)เร่งเครื่องยนต์ส่งให้นางทาคาอิชิ ชนะการเลือกตั้งเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากให้ได้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 233 เสียงพอดี เป็นเสียงปริ่มน้ำ ยังไม่นับว่ามีเสถียรภาพ หากได้เพิ่มอีก 10 เสียง รวม 243 เสียง ก็จะ “มีเสถียรภาพ” แต่ถ้าได้ถึง 261 เสียง “มีเสถียรภาพแน่นอน”(絶対安定多数)โดยหลักการประธานกรรมาธิการทั้ง 17 คณะและกรรมาธิการเกินกึ่งหนึ่งมาจากพรรครัฐบาล นั่นหมายถึงสามารถทวงคืนตำแหน่งประธานกรรมาธิการงบประมาณ ที่ขณะนี้ นายยูคิโอะ เอดะโน(枝野幸男)อดีตหัวหน้าพรรครัฐธรรมนูญฯ (2017 – 2021) พรรคฝ่ายค้านใหญ่เดิมที่รั้งตำแหน่งนี้อยู่ และเป็นเหตุติดขัดให้ร่างงบประมาณประจำปี 2026 ยังไม่ผ่านจนบัดนี้ ยิ่งไปกว่านั้น หากได้ถึง 2 ใน 3 คือ 310 เสียง จะเป็นรัฐบาลที่ “มีเสียงเบ็ดเสร็จ” กุมเสียงข้างมากในการแก้กฎหมายสำคัญหรือแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราได้ แม้ว่าขณะนี้พรรคแอลดีพีมีเสียงสมาชิกวุฒิสภาไม่เกินกึ่งหนึ่งคือมี 100 เสียงจาก 248 เสียงก็ตาม

แหล่งข่าวในพรรคแอลดีพี ประเมินจากคะแนนความนิยมนางทาคาอิชิ ที่สูงกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีชายหลายคนก่อนหน้า คาดว่าน่าจะทำให้พรรคแอลดีพีเพียงพรรคเดียวก็สามารถได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งแล้ว หรือถ้าเธอสามารถนำพรรคคว้าชัยชนะท่วมท้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้สำเร็จ แน่นอนว่าในการดำเนินนโยบายต่าง ๆจะทำได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นจะสามารถสยบคู่แข่งภายในพรรคแอลดีพีที่มีการเมืองภายใน ไม่ใช่ว่าแต่ละ “มุ้ง” พร้อมใจกันหนุนเธอโดยไม่มีคู่แข่ง เธอจะกลายเป็นหัวหน้าพรรคที่กุมเสียงข้างมากทั้งภายในพรรคและในรัฐสภา คาดกันว่าน่าจะทำได้ถึง 208 – 296 เสียง

ด้านพรรคฝ่ายค้านใหญ่ ที่เพิ่งรวมสองพรรคเข้าด้วยกันขณะนี้มีเสียงรวม 178 เสียง ก็มุ่งหวังผนึกกำลังกันแล้วจะได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งให้ได้เพื่อ “เปลี่ยนขั้วอำนาจ” จากพรรคแอลดีพี แต่พิเคราะห์แล้วคงไม่ง่าย นอกจากพรรคนี้ยังมีพรรคฝ่ายค้านอื่นอีกหลายพรรคและผู้ไม่สังกัดพรรค มีแนวโน้มว่าหลังการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชนซึ่งได้รับความนิยมและมีบางนโยบายที่สามารถปรับเข้ากับพรรคแอลดีพีได้ อาจจะถูกดึงมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเร่งกระบวนการรวมขั้วอำนาจของรัฐบาลใหม่ก็ได้

ต้องกล่าวถึงพรรคเล็กฝ่ายค้านน้องใหม่ “พรรคซันเซ” (参政党) ที่ใช้สีส้มเป็นสัญลักษณ์กันบ้าง พรรคอนุรักษนิยมขวาจัดนี้ก่อตั้งเมื่อเดือนเมษายน 2020 ไม่เคยมีส.ส. แต่มาได้ 1ส.ว. เมื่อเดือนกรกฎาคม 2022 ในการเลือกตั้งส.ส.ครั้งที่ผ่านมาเดือนตุลาคม 2024 สมัยนายกรัฐมนตรี นายอิชิบะ ได้ 3 ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จนมาแรงเป็นที่ฮือฮาในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกสมัยนายกรัฐมนตรี นายอิชิบะ เช่นกัน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ได้ถึง 14 ส.ว.ชูนโยบายชาตินิยมต่อต้านคนต่างชาติ การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคจับกระแสความแรงด้วยการส่งผู้สมัครมากเป็นพิเศษเกินหน้าพรรคฝ่ายค้านรุ่นพี่ คือ แบบแบ่งเขต 182 คนและแบบบัญชีรายชื่อ 8 คน คาดว่าครั้งนี้น่าจะได้ส.ส. ราว 7-15 คน เป็น “พรรคส้มญี่ปุ่น” ที่อยู่หางแถวเพิ่งหัดเดิน เริ่มออกผล แน่นอนว่าคนละเบอร์และยังเทียบกันไม่เห็นฝุ่นกับ “พรรคส้มไทย” พรรคอันดับหนึ่งที่มีลูกเต็มต้น แผ่กิ่งก้านสาขาไปไกลแล้ว ไม่ใช่กระแสที่เอามาเปรียบกันได้

มีรายงานว่าขณะนี้เป็นฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนักในหลายจังหวัดโดยเฉพาะทางด้านฝั่งทะเลญี่ปุ่น รวมถึงทางตอนเหนือของเกาะฮอนชูและฮอกไกโด การติดตั้งป้ายประกาศรายชื่อผู้สมัครทำได้ยาก ติดได้สักพักหิมะก็ตกคลุมมิดป้ายอีก ประชาชนคงต้องฝ่าหิมะสูงท่วมหัวไปลงคะแนนเลือกตั้ง

ถ้าไม่รักกันจริง ไม่ยอมลำบากหรอก !

8 กุมภาพันธ์ 2026 จะได้รู้กัน ทั้งญี่ปุ่นและไทย !

———————————-



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน จุก ชายคา
การ์ตูน โกหน่อง
แม่น้ำเปื้อนพิษ ‘อนุทิน 2’ เมิน
พระท่ามะปราง จากกรุวัดสำปะซิว พิมพ์นิยมสุพรรณบุรี
คุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ เมื่อ ‘อำนาจ’ มองเห็น ‘รูโหว่’ ใน ‘โครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุล’
เลือกผู้ว่าฯ กทม.เลือกคนกล้าหักดิบทุจริตคอร์รัปชั่น
รวมพลังจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย จังหวัดชัยนาท
“พิชัย” กล่าวในเวทีสากล จี้ “ศุภจี” เร่งเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-อียู ให้เสร็จจะได้มีผลงาน หลัง FTA ไทย – EFTA และไทย-ภูฏาน ที่ลงนามต้นปี 68 สมัยนายกฯ แพทองธาร ผ่านสภา