บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
ผ่านพ้นเดือนกุมภาพันธ์ในช่วงฤดูหนาว หิมะตกหนักที่ญี่ปุ่น ประชาชนฝ่ากองหิมะออกมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วไป ภูมิอากาศแปรปรวนโลกร้อนขึ้น จากหิมะตกขาวโพลน อากาศก็อุ่นขึ้นจนหิมะละลาย เวลาเดียวกันบางพื้นที่ก็มีฝนตกผิดฤดูกาล แล้วอากาศก็เย็นลงอีก ขณะนี้กำลังเป็นช่วงต่อปลายฤดูหนาวและเข้าฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น
ทุกคนกำลังรอคอยฤดูใบไม้ผลิ ดอกบ๊วย(梅)ผลิดอกบานให้ชมกันแล้ว รอซากุระที่จะบานไล่ขึ้นมาจากทางใต้ คือเกาะคิวชูมาถึงภูมิภาคคันโตทางตะวันออกของเกาะฮอนชู คาดว่าจะเห็นซากุระสวยงามราวช่วงวันที่ 20 มีนาคมนี้
พร้อม ๆกันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น(気象庁)ก็ออกมาประกาศเตือนชาวญี่ปุ่นว่า เนื่องจากอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกร้อนขึ้น หลาย ๆ ปีที่ผ่านมาญี่ปุ่นมีวันที่อุณหภูมิขึ้นสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส อย่างเช่นปีที่แล้ว จังหวัดกุมมะมีสถิติอุณหภูมิสูงสุดในประเทศ คือ 41.8 องศาเซลเซียส และอีกหลายพื้นที่ก็ร้อนจัดทำลายสถิติเดิม ในปีนี้ก็เช่นกัน คาดว่าจะมีช่วงที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสอีกแน่นอน
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มี 4 ฤดูอย่างชัดเจนคือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ตลอดทั้งปีจึงมีแต่ความเย็นและความหนาว ช่วงเวลาราว 2 เดือนของฤดูร้อน อากาศร้อนอบอ้าว เหงื่อไม่ออก ความชื้นสูง รู้สึกอึดอัด ในอดีตไม่ร้อนถึงใกล้ 40 องศา หลายปีที่ผ่านมาคนญี่ปุ่นจึงพากันขยาดฤดูร้อน
ปัจจุบัน กรมอุตุฯของญี่ปุ่น กำหนดคำเรียกวันที่มีอุณหภูมิสูงให้เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปมาตลอด กล่าวคือ วันที่มีอุณหภูมิสูงสุดเกิน 25 องศาเซลเซียส เรียกว่า “วันฤดูร้อน”(夏日)วันที่มีอุณหภูมิสูงสุดเกิน 30 องศาเซลเซียส “วันกลางฤดูร้อน”(真夏日)วันที่มีอุณหภูมิสูงสุดเกิน 35 องศาเซลเซียส “วันร้อนจัด”(猛暑日)
มาถึงบัดนี้ แต่ละปีมีวันที่อุณหภูมิสูงสุดแตะ 40 องศามากขึ้น กรมอุตุฯของญี่ปุ่นถึงทางตัน หมดคำเรียกวันดังกล่าวแล้ว ไม่คิดว่าเราจะมาถึงจุดนี้กันได้นั่นเอง โลกร้อนขึ้น ๆ ต้องบัญญัติคำศัพท์ใหม่เพื่อประกาศเตือนประชาชนล่วงหน้าให้เตรียมรับมือกับอากาศร้อนจัด เสี่ยงเจ็บป่วย เป็นลมแดด อาการกำเริบของผู้สูงวัย และประชาชนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เป็นต้น
กรมอุตุฯของญี่ปุ่นจึงจัดทำแบบสอบถามออนไลน์เปิดให้คนทั่วไปเลือกคำเรียก “วันที่มีอุณหภูมิสูงสุดเกิน 40 องศาเซลเซียส” จากจำนวน 13 คำที่เสนอไว้ คำเหล่านี้มีอะไรบ้าง? อาทิ
“วันร้อนระอุ”(炎暑日)“วันร้อนโหด”(酷暑日)“วันร้อนโคตร”(超猛暑日)“วันร้อนระเบิด”(甚暑日)เป็นต้น ผู้ใดจะเสนอเพิ่มเติมอีกก็ได้ หมดเขตสิ้นเดือนมีนาคมนี้ โดยจะพิจารณาร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อกำหนดคำอย่างเป็นทางการก่อนจะได้พบกับวันร้อนจัดดังกล่าวแน่นอน
อากาศร้อนมากส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในเรื่องอาหารการกิน กระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมง(農林水産省)คาดการณ์ราคาพืชผัก วัตถุดิบหลักในการประกอบอาหารประจำวันจะมีราคาสูงขึ้นผลจากอากาศร้อนจัดในฤดูร้อนปีที่แล้ว และกำลังออกสู่ท้องตลาดในเดือนนี้มีอย่างน้อย 15 รายการ เช่น มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ มีราคาแพงขึ้นกว่าราคาเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังถึง 3 เท่า เนื่องจากอากาศร้อนยาวนาน และปีนี้ยังได้ผลผลิตลดน้อยลงด้วย
ตอนต้นปีนี้ อากาศหนาวจัดสลับกับมีฝนตกบ้าง คาดว่า แครอท ผักกาดขาว และผักกาดแก้ว ก็จะมีราคาสูงขึ้น 1-3 เท่าเช่นกัน ส่วนหัวไชเท้า ผักกะหล่ำ ต้นหอม ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวจัดทำให้มีขนาดเล็กลงกว่าปกติ แต่ราคายังไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง
ฮอกไกโดเป็นแหล่งปลูกมันฝรั่งใหญ่มีผลผลิตราว 80% ของทั้งประเทศ นายเซอิชิ มิยาอุระ เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งบอกว่าปีนี้ได้ผลผลิตราว 120 ตัน ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ของปีที่แล้วที่ได้ถึง 200 ตัน เนื่องจากปีที่แล้ว ปริมาณฝนตกน้อยจากนั้นก็เข้าสู่ฤดูร้อนที่ร้อนจัดและยาวนาน ผลผลิตที่ได้จึงมีขนาดเล็กและรูปร่างไม่ได้มาตรฐานของตลาดถึง 30-40%
มิหนำซ้ำยังมีความกังวลว่า มันฝรั่งที่เก็บเกี่ยวได้น้อยลงในปีนี้ จะทำให้มีปริมาณหัวพันธุ์ที่จะลงปลูกในเดือนเมษายนนี้มีไม่เพียงพอ หมายความว่าผลผลิตในปีหน้าก็จะลดลงตามไปด้วยนั่นเอง นายมิอุระบอกว่า จะพยายามดูแลต้นพืชอย่างเต็มที่ อยากให้ผลผลิตถึงมือผู้บริโภคในราคาสมเหตุสมผล และมีคุณภาพดีสม่ำเสมอ อยากให้ปีนี้มีฝนตกเพียงพอและอากาศไม่ร้อนจัด ไม่ร้อนนานเกินไป
แต่…ดูแนวโน้มแล้ว ไม่น่าเป็นไปได้เลย
นอกจากมันฝรั่งแล้ว พวกผักใบหลายชนิด เช่น ผักกาดขาว ผักกะหล่ำ แม้ดูภายนอกมีขนาดใหญ่ แต่กลับมีน้ำหนักเบาลง เนื้อกลวง ใบไม่อัดแน่น และราคาก็แพงขึ้นด้วย แม่บ้านบ่นพึมว่าแทนที่จะซื้อเพียงต้นเดียวต้องซื้อเพิ่มขึ้น เปลืองเงินในกระเป๋าอีก
ปัญหาของแพงขึ้น ค่าครองชีพสูง ภาระของประชาชนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลของนางทาคาอิชิ รับรู้มาตลอดและชูเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงในการเลือกตั้งที่ผ่านมา จะลดภาษีผู้บริโภค(消費税)เฉพาะอาหารให้เหลือ 0% เป็นเวลา 2 ปี เมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง นางทาคาอิชิแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ(国民会議)ประกอบด้วยฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านผู้เชี่ยวชาญและเอกชน เพื่อจัดทำแผนให้เป็นรูปธรรมเสนอต่อรัฐสภาภายในเดือนกรกฎาคมนี้ให้ได้
คณะกรรมการฯ เริ่มประชุมอย่างรวดเร็ววันที่ 26 กุมภาพันธ์ มีนายกฯ เป็นประธาน แต่ที่น่าแปลกคือ มีพรรคฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียวเข้าร่วม คือ พรรคอนาคต(チームみらい)พรรคเล็กที่เพิ่งมี11ส.ส.บัญชีรายชื่อ มิหนำซ้ำเป็นพรรคที่ไม่เห็นด้วยกับการลดภาษีผู้บริโภค ส่วนพรรคฝ่ายค้านใหญ่อีก 2 พรรค คือ พรรคพันธมิตรปฏิรูปสายกลางและพรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน สงวนท่าทียังไม่เข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ พรรคฝ่ายค้านอื่นก็ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุม เพิ่งประชุมครั้งแรกก็ดูจะมีปัญหาแล้ว
มีเสียงวิจารณ์จากส.ส.ฝ่ายค้านว่ารัฐบาลจะเคลมผลงานนโยบายนี้ ทั้ง ๆที่เป็นนโยบายที่พรรคพันธมิตรฯ และพรรคประชาธิปไตยฯ ก็ใช้หาเสียงด้วยเพียงแต่รายละเอียดต่างกัน ยิ่งไปกว่านั้นหากการทำงานของคณะกรรมการฯ นี้ขลุกขลัก จะด้วยเหตุใดก็ตาม รัฐบาลอาจจะโยนความผิดมาให้ฝ่ายค้านได้ ใคร ๆ ก็รู้ว่านโยบายนี้เป็นเรื่องใหญ่ จำเป็นต้องหาแหล่งเงินก้อนใหญ่มาชดเชย
เริ่มต้นด้วยเรื่องอากาศร้อนจัด…
ลงท้ายด้วยเรื่องการเมืองที่เริ่มร้อน…
————————————————-
