bg-single

“TraderTraitor” แฮ็กเกอร์โสมแดง ผู้ต้องหาคดีโจรกรรม ‘ไบแนนซ์’

05.11.2026

จากเหตุการณ์ที่ “ไบแนนซ์” แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี หรือเงินสกุลดิจิทัล ที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากประเทศจีน ถูกโจรกรรมสินทรัพย์เสมือนไปมูลค่ากว่า 6,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.1 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุ บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน TRM Labs จากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า แฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือ “TraderTraitor” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจรกรรมคริปโทฯ ครั้งนี้
ก่อนที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ หรือเอฟบีไอ จะออกมาบอกว่า การโจรกรรมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับไบแนนซ์นั้น เป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์ “TraderTraitor” ของเกาหลีเหนืออย่างแน่นอน

กระนั้นก็ตาม เกาหลีเหนือได้ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวแล้ว

แล้ว “TraderTraitor” คือใคร

แชนเนลนิวส์เอเชียได้รายงานเกี่ยวกับเรื่องของ TraderTraitor ไว้ว่า TraderTraitor เป็นชื่อเรียกปฏิบัติการแฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือ ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม Lazarus ที่มีชื่อเสียงอื้อฉาวจากการโจมตีบริษัท โซนี่ พิคเจอร์ส ในปี 2014 เพื่อตอบโต้การสร้างภาพยนตร์ล้อเลียนเรื่อง “The Interview” ซึ่งมีเนื้อหาล้อเลียนคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

โดยรัฐบาลเกาหลีเหนือได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาขีดความสามารถทางไซเบอร์มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 โดยสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่ง ซึ่งหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ประเมินในปี 2024 ว่า มีบุคลากรอยู่ในหน่วยงานนี้ราว 8,400 คน

ขณะที่เอฟบีไอระบุบนเว็บไซต์ว่า “เกาหลีเหนือได้สร้างกองกำลังทางไซเบอร์ที่มีศักยภาพ โดยคัดเลือกนักเรียนระดับหัวกะทิของประเทศเข้าสู่การฝึกอบรมด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ”

โดยกิจกรรมการแฮ็กส่วนใหญ่ เชื่อว่าอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักข่าวกรองทั่วไป ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวกรองหลักของเกาหลีเหนือที่ปฏิบัติงานอยู่ในต่างประเทศ

พัค ชุง-ควอน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกาหลีใต้ ซึ่งเคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยป้องกันประเทศ สถาบันชั้นนำของเกาหลีเหนือ ก่อนจะแปรพักตร์ กล่าวในการสัมภาษณ์ไว้เมื่อปี 2024 ว่า “นักเรียนที่เรียนเก่งที่สุดสองอันดับแรกในชั้นเรียนของผมถูกคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ในหน่วยแฮ็กเกอร์”

โดยกลุ่ม TraderTraitor มักจะปลอมตัวเป็นนายหน้าจัดหางานที่เสนอตำแหน่งงานรายได้ดี เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อดาวน์โหลดซอฟต์แวร์อันตราย หรือมัลแวร์ ซึ่งมัลแวร์ดังกล่าวเปิดช่องให้แฮ็กเกอร์สามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญและสินทรัพย์ดิจิทัลได้

ในการโจรกรรมเมื่อปี 2024 ซึ่งมีการขโมยเงินมูลค่า 308 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก DMM Bitcoin แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีของญี่ปุ่น แฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือรายหนึ่งได้ปลอมตัวเป็นนายหน้าจัดหางานบน LinkedIn และติดต่อไปยังพนักงานของบริษัทซอฟต์แวร์กระเป๋าเงินดิจิทัลแห่งหนึ่ง และส่งสิ่งที่ดูเหมือนเป็นแบบทดสอบก่อนการจ้างงานไปให้พนักงานคนหนึ่ง ซึ่งแท้จริงแล้วภายในนั้นแฝงไปด้วยโค้ดอันตราย

เอฟบีไอระบุว่า โค้ดดังกล่าวเปิดช่องให้แฮ็กเกอร์สามารถเจาะข้อมูลระบบและสวมรอยเป็นพนักงานคนนั้นได้

สำหรับเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ ที่เชื่อกันว่าเป็นฝีมือของแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ ได้แก่ การขโมยเงิน 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากธนาคารกลางบังกลาเทศ ในปี 2016 และการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ หรือแรนซัมแวร์ ที่ชื่อว่า “WannaCry” ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับคอมพิวเตอร์ทั่วโลกในปี 2017

ในปี 2022 ทางการสหรัฐระบุว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม “Lazarus” ได้ขโมยเงินมูลค่าประมาณ 620 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากเครือข่ายบล็อกเชน Ronin

และต่อมาในปี 2023 เอฟบีไอระบุว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่เรียกว่า “TraderTraitor” อยู่เบื้องหลังการโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลอีก 3 ครั้ง ได้แก่ การขโมยเงินเกือบ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Atomic Wallet, Alphapo และ CoinsPaid

ขนาดของการโจรกรรม ได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เมื่อเอฟบีไอระบุว่า กลุ่ม TraderTraitor ได้ขโมยทรัพย์สินเสมือนมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล Bybit

ลิม ยูล ชุล ศาสตราจารย์จากสถาบันการศึกษาตะวันออกไกล แห่งมหาวิทยาลัยคยองนัม เปิดเผยว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ใช้วิธีฟอกเงินสกุลเงินดิจิทัลที่ขโมยมา โดยเปลี่ยนให้เป็นเงินสด “ผ่านบริการผสมเหรียญ หรือแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนส่วนตัว”

โดยเงินที่ได้มาจะถูกนำไปใช้โดยตรงในการวิจัยทางการทหาร การจัดหาชิ้นส่วนอาวุธอย่างผิดกฎหมาย และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

รายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ปี 2024 ระบุว่า รายได้จากการโจมตีทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนือถูกนำไปช่วยสนับสนุนการพัฒนาอาวุธทำลายล้างสูงของประเทศ

นักวิเคราะห์กล่าวว่า กิจกรรมทางไซเบอร์ที่ผิดกฎหมายของเกาหลีเหนือนั้น เกิดจากความสามารถในการหาเงินจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็วและด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด

นายลิมกล่าวว่า ในขณะที่มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศจำกัดความสามารถของเกาหลีเหนือในการหาเงินตราต่างประเทศ ผ่านการค้าแบบดั้งเดิม การโจรกรรมทางไซเบอร์ทำให้เกาหลีเหนือสามารถหาเงินได้หลายพันล้านดอลลาร์ ด้วยบุคลากรและทรัพยากรที่น้อยที่สุด

และว่า การแฮ็กทำให้เปียงยางมีวิธีในการหาเงินทุนนอกช่องทางธนาคารแบบดั้งเดิม โดยใช้ประโยชน์จากลักษณะที่ไม่ระบุตัวตนและไร้พรมแดนของสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางการเงิน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“TraderTraitor” แฮ็กเกอร์โสมแดง ผู้ต้องหาคดีโจรกรรม ‘ไบแนนซ์’
ม็อบกำนันมะโน กดดันรัฐบาลอนุทิน เร่งแก้ปัญหาปากท้อง จุดติดกระแสโค่นสีน้ำเงิน?
หนู-เชน รักฉุดใจไม่ง้อ ‘กระเป๋าฉุกเฉิน’
มุ่งโฟกัส ‘ซักฟอก’ พับ ‘แผน 152’ ฝ่ายค้านเดือด รุมถล่ม ‘โสภณ’ ใช้อำนาจรวบสภา ปิดทางตรวจสอบ รบ.น้ำเงิน
ร้องไทยยุติแผนบังคับส่งกลับ2 ชาวอุยกูร์ ไปยังประเทศจีน
เห่เรือในงานพระราชพิธี เพิ่งมีในสมัยรัชกาลที่ 4
เดาใจ ‘เดโมแครต’ หลังเลือกตั้งกลางเทอม | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
E-DUANG | บริหาร จัดการ ด้วยความกลัว ก็ถลำลึก ลงหล่ม ความเกลียด
คน Gen-Z ที่ยังอ่านหนังสือ | เหยี่ยวถลาลม
ชีวิตความรัก ดิว อริสรา แฮปปี้รักใหม่ จริงจังความสัมพันธ์
ธงทอง จันทรางศุ | มหาวิทยาลัย-เอกชน ต้องร่วมมือวิจัย-สร้างนวัตกรรมใหม่
จากอดีตเสือตัวที่ 5 สู่คำเตือน ‘เวเนซุเอลาโมเดล’ สนทนา ดร.การดี ผู้ที่คิด 3 คำสะเทือนภูมิใจไทย!