ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

“ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน” ดูจะเป็นนวัตกรรมทางการเมืองโครงการล่าสุด ที่ “พรรคสีส้ม” คิดค้นประยุกต์ขึ้น เพื่อนำมาใช้รณรงค์หาเสียงในการเลือกตั้งปี 2569 โดยเฉพาะ

ถ้าถามว่า ผมคิดเห็นอย่างไรกับโปรเจ็กต์ดังกล่าว?

ก็ต้องตอบว่า ไม่รู้สึกติดขัดติดใจกับการที่รัฐบาลชุดใดๆ จะมี “รัฐมนตรีคนนอกที่ไม่ได้เป็น ส.ส.” เพราะนี่ถือเป็น “วิถีปกติ” สำหรับระบอบประชาธิปไตย ที่ต้องการผู้รู้ผู้ชำนาญการสาขาต่างๆ มาช่วยทำงานกำกับดูแลหรือวางนโยบายให้หลายๆ กระทรวง ซึ่งมิอาจขับเคลื่อนได้ด้วยนักการเมืองจากสนามเลือกตั้ง

มิหนำซ้ำ “ว่าที่รัฐมนตรี” ใน “ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน” ก็มิใช่ “คนนอก” ที่เหาะเหินมาจากระบบอำนาจอันอยู่นอกเหนือไปจากวิถีทางประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง หากถูกผูกมัดติดแน่นอยู่กับพรรคการเมือง ซึ่งกำลังขอฉันทานุมัติในการเข้าไปบริหารประเทศ จากประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง

ตามความเห็นส่วนตัว การเกิดขึ้นของ “ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน” นั้นมีนัยยะน่าสนใจบางประการ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อถกเถียงเรื่อง “รัฐมนตรีคนนอก” ข้างต้น

แน่นอนว่า นี่คือการส่งสารว่าพรรคประชาชนใส่ใจ-จริงจังกับการเป็นแกนนำรัฐบาล มากกว่าพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล

แต่สิ่งที่เด่นชัดไม่แพ้กัน ก็คือพรรคประชาชนคล้ายกำลังสื่อแสดงให้หลายคนเห็นด้วยว่าพวกตนเป็นพรรคการเมืองที่มี “พวกพ้อง”

ก่อนหน้านี้ พรรคอนาคตใหม่และก้าวไกล มักถูกวาดภาพโดยพรรคการเมืองคู่แข่ง หรือถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อาวุโส-ชนชั้นนำของสังคมไทยหลายรายหลายกลุ่ม ในทำนองว่า พวกเขาทำงานการเมืองแบบ “ไม่มีเพื่อน-ไม่มีพวก-ไม่มีใครคบ” จนยากจะบรรลุภารกิจใหญ่

แล้วพรรคการเมืองสีส้มก็มักยืนกรานตอบโต้กลับไปว่า พวกเขามี “ประชาชน” เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก แต่สถานการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้งปี 2566 ก็ช่วยพิสูจน์แล้วว่า การมีแค่ “ประชาชน” ช่วยเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้ผ่านบัตรเลือกตั้ง นั้นอาจไม่เพียงพอจะทำให้พรรคการเมืองพรรคหนึ่งสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ (แม้จะชนะเลือกตั้ง)

ดังนั้น การเปิดตัว “ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน” (The Professionals) จึงอาจเป็นความพยายามจะแก้ข้อครหาดังกล่าวอย่างตรงเป้าและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

หมายความว่า พรรคประชาชนมิได้ต้องการบอกเพียงว่าพวกเขาพร้อมจะเป็นรัฐบาล ไม่ได้ต้องการบอกเพียงว่ามีหลายคนพร้อมเข้ามาช่วยงานพวกเขา หรือพวกเขามีตัวเลือกทรัพยากรบุคคลที่หลากหลายพอสมควร (มากกว่าจะขับเคลื่อนงานทางการเมืองด้วยนักการเมืองหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่เปี่ยมความใฝ่ฝัน แต่ผ่านประสบการณ์การทำงานในฐานะ “มืออาชีพ” มาไม่เยอะนัก)

แต่สารสำคัญสูงสุดของโครงการทางการเมืองโครงการนี้ อาจเป็นการส่งเสียงออกไปดังๆ ว่า พรรคประชาชนก็มี “พรรคพวก”

พูดอีกแบบได้ว่า มีคนมีประสบการณ์ในการทำงาน มีสถานภาพทางสังคม มีพื้นฐานทางการศึกษาที่ดีจำนวนไม่น้อยเลย ซึ่งพร้อมเปิดหน้ามาเป็น “พวก” ของพรรคการเมืองพรรคนี้

คําถามน่าสนใจประเด็นถัดมา คือ พรรคประชาชนกำลังโชว์ “พวก” ของตนเอง ให้ใครเห็น?

เป้าหมายหลักที่พรรคสีส้มต้องการสื่อสารด้วย น่าจะเป็นบรรดาอีลีต (รวมถึงนักการเมืองส่วนใหญ่) ซึ่งเคยดูถูกดูแคลนว่าพวกเขาเป็นคนทำงานการเมืองที่ “ไร้พวก” ตลอดจนคนชั้นกลางในเมืองที่อาจไม่ค่อยมั่นใจว่า นักการเมืองรุ่นใหม่ๆ เหล่านี้จะเข้าไปบริหารประเทศหรือจัดการกับรัฐราชการอันพันลึกซับซ้อนได้

นี่คือบทสนทนาที่พรรคประชาชนพยายามมีกับชนชั้นนำไทย พยายามเชื่อมต่อตัวเองเข้ากับอีลีตในสังคม พยายามทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างพรรคกับคนชั้นกลางระดับบนๆ ในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ มีความแนบสนิทขึ้นไปอีก

ยังไม่แน่ชัดนักว่า ความพยายามเช่นนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ลักษณะใด? จะประสบความสำเร็จถึงขั้นไหน?

คำถามน่าสนใจกว่านั้น ก็คือ แล้วโครงการทางการเมืองอันเดียวกันนี้จะส่งอิทธิพลไปยังมวลชนจำนวนมากของประเทศ หรือผู้คนระดับรากหญ้าได้มากน้อยเพียงใด?

เพราะแม้ผู้คนจำนวนมหาศาลจากทุกชนชั้นในสังคมไทยล้วนต้องการ “ความเปลี่ยนแปลง” ทว่า รายละเอียด “ความเปลี่ยนแปลง” ที่คนแต่ละกลุ่มใฝ่ฝันถึงนั้นอาจไม่เหมือนกัน

เช่นเดียวกับ “ตัวแทน” ที่ผู้คนแต่ละกลุ่มคาดหวังจะให้เข้ามาผลักดัน “ความเปลี่ยนแปลง” ก็อาจมีหน้าตา บุคลิกภาพ ภูมิหลัง ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ที่ผิดแผกแตกต่างกันไป

ยังไม่มีใครหยั่งรู้ได้หรอกว่า “ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน” จะซื้อใจ “ประชาชนคนไทย” ได้อย่างไพศาลกว้างขวางเพียงไหน? จะผนวกผู้คนเข้ามาเป็น “พวก” ได้อีกกี่สิบล้านเสียง?

จนกว่าผลการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะปรากฏชัด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี