bg-single

เทศมองไทย : แล้งเข็ญ-ท่วมลำเค็ญ ปัญหาแห่งลุ่มน้ำโขง

15.10.2019

เมืองไทยปีนี้คืบคลานผ่านจากภาวะวิกฤตอย่างหนึ่งเข้าสู่ภาวะวิกฤตอีกอย่างหนึ่งอย่างรวดเร็วเหลือหลาย จากภาวะแล้งจัด ชนิดที่เกษตรกรขมวดคิ้วนิ่วหน้า วิตกกังวลกันจนซึมเศร้า กลายเป็นภาวะท่วมเฉียบพลันและรุนแรง ที่ทำให้จนกระทั่งถึงขณะนี้ พี่น้องในหลายๆ พื้นที่ โดยเฉพาะที่อุบลราชธานี ยังคงอยู่ในสภาพตกระกำลำบาก

เป็นความเดือดร้อนที่ “สุดโต่ง” ในด้านหนึ่ง ต่อเนื่องด้วยความเดือดร้อนลำเค็ญที่สุดปลายอีกด้านหนึ่ง

จะเรียกว่าเป็นไปตามสภาวะธรรมชาติได้อย่างไรกัน?

 

สกายลาร์ ลินด์เซย์ แห่งอาเซียนทูเดย์ บันทึกเรื่องราวทำนองนี้เอาไว้เช่นเดียวกันเมื่อ 8 ตุลาคมนี้ แสดงให้เห็นว่า ไทยไม่ได้เป็นประเทศเดียวเท่านั้นในละแวกนี้ที่เผชิญปัญหานี้

ผู้คนราว 70 ล้านคนที่เรียกขานพื้นที่บริเวณลุ่มลำน้ำโขงว่าเป็น “มาตุภูมิ” เจอแบบเดียวกันในปีแห่งความยากลำบากนี้ คือ แล้งเข็ญนานต่อเนื่องกันหลายเดือน ก่อนที่จะเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตไปหลายชีวิต

เมื่อถึงบทแล้ง น้ำในลำโขงแห้งหายลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ชนิดไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้แหล่งประมงน้ำจืดที่ “ใหญ่ที่สุดในโลก” อย่างโตนเลสาบเสียสมดุลตามไปด้วย สะเทือนถึงชุมชนชาวประมงและเกษตรกรรมริมฝั่งทั้งหลาย

เมื่อถึงคราหน้าฝน ฝนฟ้าก็ตกกระหน่ำหนักหนาสาหัส ก่อให้เกิดภาวะน้ำท่วมชนิดที่ทำให้ผู้คนอย่างน้อย 100,000 คนต้องพลัดที่พลัดถิ่นเป็นการชั่วคราว นับเฉพาะในลาวเพียงประเทศเดียว

ลินด์เซย์บอกว่า นี่คืออิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ที่เรียกขานกันให้เข้าใจง่ายๆ ตามประสาชาวบ้านว่าภาวะโลกร้อน

นักวิชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเรียกภูมิอากาศในลักษณะนี้ไว้ว่าภาวะสุดโต่งของภูมิอากาศ ที่ยิ่งนานวันยิ่งออกฤทธิ์ร้ายแรงให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

ลินด์เซย์บอกเอาไว้ว่า แผ่นดินใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือภูมิภาคที่ “เปราะบาง” ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุดในโลก

 

“โกลบอล ไคลเมต ริสก์ อินเด็กซ์” ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงระดับของความเสี่ยงที่แต่ละพื้นที่ของโลกมีต่อสภาวะโลกร้อน จัดให้เวียดนามกับพม่าให้อยู่ใน 10 อันดับแรกของประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุดของโลก

ส่วนประเทศอย่างไทยกับกัมพูชา อยู่ใน 20 อันดับแรกของประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุดในบรรดาประเทศทั้งหลายในโลก

ทั้งหมดนั้นเป็นประเทศลุ่มน้ำโขง ยกเว้นเพียงพม่าหรือเมียนมา ประเทศเดียวเท่านั้น

นักวิชาการบอกว่า บรรดาเขื่อนทั้งหลายที่สร้างกันขึ้นมาสารพัดเขื่อนทั้งในประเทศลุ่มน้ำโขงตอนบนอย่างจีนและในประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างอย่างลาว กัมพูชา ทำให้ภาวะสุดโต่งจากภูมิอากาศส่งผล “หนักหนาสาหัสมากขึ้น”

ย้อนกลับไปไม่ช้าไม่นาน ลำน้ำโขงจะมีน้ำตลอดทั้งปี หน้าแล้งน้ำอาจข้นเป็นขุ่นโคลน แต่ก็ยังเป็นลำน้ำ เมื่อถึงหน้าฝนน้ำหลากท้นฝั่ง นำพาเลนตะกอนกระจัดกระจายไปเป็นอาหารให้กับพืชพันธุ์ในพื้นที่ลุ่มที่น้ำท่วมถึงทุกแห่งหนโดยเฉพาะบริเวณท้ายน้ำ

คณะกรรมการลุ่มน้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) เคยประเมินเอาไว้ว่าความอุดมสมบูรณ์ต่อพืชพันธุ์ และการกระจายตัวของพันธุ์ปลาน้ำจืดที่มากับสายน้ำโขงนั้น มีมูลค่าต่อชุมชนลุ่มน้ำโขง ไม่น้อยกว่า 8,000 ล้านถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ทุกปี

มูลค่าเหล่านี้จะลดลงไปเรื่อยๆ แล้ว เพราะเขื่อนทั้งหลายสกัดกั้นตะกอนเหล่านี้ไว้แทบทั้งหมด

 

คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) เตือนไว้เมื่อเมษายนปีนี้ว่า ภาวะแล้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเลวร้ายลง และส่งผลกระทบต่อประชากรส่วนใหญ่ในภูมิภาค ในสถานการณ์สมมุติหนึ่ง เอสแคประบุว่า 96 เปอร์เซ็นต์ของอาเซียนจะได้รับผลกระทบจากภาวะแล้งจัดระหว่างปีนี้จนถึงปี 2100 กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดคือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เมื่อภาวะเหลื่อมล้ำทางรายได้ทวีสูงขึ้น

ตัวอย่างเช่น โตนเลสาบ ชุมชนประมงที่นั่นเป็นแหล่งประมงที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมประมงน้ำจืดมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ด้วยปลา 500,000 ตัน ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะแล้งในปีนี้

เขื่อนที่สร้างขึ้นกั้นลำน้ำสาขาของลำน้ำโขง มีส่วนสำคัญทำให้ภาวะแล้งส่งผลหนักมากขึ้นถึงระดับนี้ เช่นเดียวกับที่เป็นปัจจัยก่อให้เกิดอุทกภัยเมื่อถึงหน้าน้ำ จำเป็นต้องระบายน้ำออกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ “เขื่อนแตก” ขึ้นมาอีก

เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เขื่อนน้ำเทิน 2 ของลาวเริ่มระบายน้ำออก ทำให้หมู่บ้านท้ายเขื่อน 12 หมู่บ้าน “จมน้ำ”

ยิ่งแล้งนานขึ้น น้ำน้อยลงมากขึ้น โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำก็จะผลิตไฟฟ้าได้น้อยลง โรงไฟฟ้าพลังถ่านหินที่จำเป็นต้องใช้น้ำหล่อเย็น ก็ต้องผลิตกระแสไฟฟ้าน้อยลง

นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ถึงได้จัดให้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ของการลงทุนทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี