โฆษกประชาชาติ มอง ฤารัฐสภา ‘ จนตรอก’ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปชช.ต้องก้มหน้าก้มตา ฝ่ายประชาธิปไตย ‘แพ้ทาง’

‘สุพจน์’ ระบุฝ่ายประชาธิปไตย ‘แพ้ทาง’ ฤารัฐสภา ‘ จนตรอก’ เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ ประชาชนต้องก้มหน้าก้มตาทู่ซี้อยู่ไปวันๆ
นาย สุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ ซึ่งได้เคยระบุว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ‘ตายแล้ว’ เพราะ ด้อยค่าและมีศักดิ์ศรีไม่เทียบเคียงกับระเบียบหรือวิธีปฏิบัติของกองทัพ ระบุว่า การพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 ซึ่งกําหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. เพื่อมาจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่และรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบผ่านวาระที่ 1 และ 2 ต่อมา มีผู้ขอให้ยื่นเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย โดยใช้อำนาจตามที่ ส.ส.และ ส.ว. มีมติส่ง และคำวินิจฉัยที่ปรากฏจากข่าวของ สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ ว่า
“รัฐสภามีอำนาจหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” นายสุพจน์ ระบุ และว่า ” คำวินิจฉัย ทำให้เกิดความเห็นอย่างน้อย 2 ฝ่าย ฝ่ายแรก เห็นว่า ต้องเริ่มต้นกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด โดยจะมีการจัดทำประชามติก่อน ฝ่ายที่สอง เห็นว่า ที่กำลังดำเนินการ เป็นการแก้ไขมาตรา 256 ซึ่งเป็นการแก้ไขรายมาตรา ดังนั้น จึงสามารถโหวต วาระ 3 ต่อไปได้เลย แล้ว ค่อยจัดทำประชามติจากประชาชน ซึ่งจะมีคำถามพ่วงอย่างไร ก็กำหนดลงไปในการจัดทำประชามติ”
“ประเด็นมีว่าในวาระ 3 ที่จะมีประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2564 นี้ ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต้องกำหนดท่าที (position) ให้ชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่อไป หรือไม่อย่างไร”
“รัฐบาลและองคาพยพที่มีอยู่ต้องไม่กีดกัน หรือ ผลักให้ฝ่ายค้านในฐานะตัวแทนของประชาชนเลิกที่จะคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และ นับต่อแต่นี้ฝ่ายค้าน หรือ ฝ่ายประชาธิปไตย ต้องเพิ่มความเข้มข้นและแยบยลทั้งในส่วนของการทำงานในรัฐสภาและภาคสนาม พร้อมทั้ง ต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่ลงพื้นที่ ดูแล พบปะพี่น้องประชาชนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน สร้างความนิยมชมชื่นและต้องไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนก้มหน้าก้มตาและทู่ซี้อยู่ไปวันๆ หรือ ต้องเผชิญกับความอดอยากแร้นแค้น เพียงลำพัง ทั้งนี้ เพื่อที่จะได้กลับเข้าสู่สภาอีกครั้ง”
” ยามนี้ เป็น ‘ยุคกระเบื้องเฟื่องฟูลอย’ คงต้องปล่อยให้รัฐบาลและ สว. แก้ไขปัญหาการชุมนุนเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญจากนอกสภาเอาเองและชัดเจนว่า ต่อไปจะไม่ธรรมดา ส่วน สว. ที่คิดจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็คงปล่อยไปอีก 3 ปี เมื่อครบ 5 ปีแล้ว สว.ชุดนี้ ก็หมดวาระไปเอง แล้วค่อยไปเลือก สว. 200 คน ตามบทหลักของรัฐธรรมนูญ มาตรา 107″
“การเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะให้มีการเลือกตั้ง สว.กว่าจะแล้วเสร็จ สว.ชุดนี้คงเหลือวาระอีกไม่กี่เดือน กับการต้องแลกกับเงื่อนไขที่ สว.ชุดนี้จะต้องต่อรอง ถ้ายังอยากจะให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ทุกปัญหามีทางออก ขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลและ สว. จะพยายามหาทางออกให้กับวิกฤติของประเทศ หรือพยายามที่จะเดินเข้าหาทางตัน”
“ถ้าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนและรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนแล้วทำไมรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ถึงได้ถูกคณะรัฐประหารยกเลิกโดยไม่ถามประชาชนก่อน จึงเป็นคำถามว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติเป็นของประชาชนจริงหรือ” นายสุพจน์กล่าว
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
