bg-single

ธงทอง จันทรางศุ ชวนคิดปฏิรูปราชการ เตือนใจ! ข้าราชการไม่ควรห้อมล้อมนักการเมือง

27.10.2026

MatiTalk | พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

“ผมคิดว่าจุดเป็นจุดตายสำคัญบ้านเราคือราชการทั้งหลายขาดการประสานงาน ขาดการทำงานร่วมกัน ทางวิชาการชอบพูดเหมือนไซโลคือเหมือนยุ้งเก็บข้าวที่ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีท่อต่อเชื่อมตรงกลางเลย แล้ววิธีแก้ปัญหาที่เราทำแบบดึกดำบรรพ์ คือตั้งกรรมการเพื่อจะประสานไซโลต่างๆ ให้มาทำงานร่วมกัน แต่กรรมการคือไซโลใหม่ บรรดากรรมการต่างๆ ถ้านายกฯ มาประชุมกรรมการมาครบ แต่ถ้านายกฯ ไม่มาก็ได้คนเล็กคนน้อยมาประชุม ไม่พูดอะไรนั่งเฉยๆ ดีกว่าเดี๋ยวเข้าเนื้อ”

ศ.ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคอลัมนิสต์ มติชนสุดสัปดาห์ ให้สัมภาษณ์ถึงการปฏิรูปราชการไทย ผ่านรายการ MatiTalk

อ.ธงทองระบุว่า การปฏิรูปราชการครั้งใหญ่ๆ ในบ้านเราเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 จนกระทั่งเมื่อปี 2545 เรามีการเขย่าหรือปฏิรูปราชการใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ในเวลานั้นมีกระทรวงใหม่ๆ เกิดขึ้น นี่ก็เกือบจะ 25 ปีแล้ว เป็นเวลาที่เราต้องตั้งคำถามแล้ว จะก้าวต่อไปอย่างไร

ผมอยากจะมองให้กว้างออกไปกว่านั้น

คำว่าปฏิรูปราชการ เราต้องดู 3 เรื่อง

1. ตัวโครงสร้าง ว่าจะมีกระทรวงทบวงกรมอะไรบ้าง มีหน่วยงานหน้าตาแบบไหนยังไง ใหญ่เล็กแค่ไหน บางอย่างควรจะเลิกทำ บางอย่างต้องทำใหม่ นี่คือตัวโครงสร้าง

2. ผมว่ามีความสำคัญไม่แพ้หรืออาจจะยิ่งกว่าด้วยคือ “คน” ที่เป็นคนทำงานอยู่ในโครงสร้างเหล่านั้น ข้าราชการเราควรจะเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีจิตวิญญาณอย่างไร

และ 3. คือระบบการทำงาน เครื่องไม้เครื่องมือกติกากฎระเบียบต่างๆ พูดถึง AI พูดถึงเทคโนโลยี พูดถึงธรรมาภิบาล

3 สิ่งต้องทำไปพร้อมๆ กัน

หากดูแต่เรื่องโครงสร้าง แต่คนเดินไปเดินมา คุณภาพใช้ไม่ได้ ก็ไม่ไหว

หรือมีคุณภาพเต็มที่เลย แต่ระบบทุกอย่างจะต้องเขียนใส่กระดาษต้องเซ็น 5 ชั้น ก็ไปไม่ได้ ผมคิดว่าต้องดู 3 อย่างไปพร้อมกัน

ระบบการทำงานผมคิดว่าเราต้องเร่งรัดขั้นตอนทั้งหลาย เวลานี้เพิ่งมีกฎหมายออกใหม่มาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาคือ พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ.2569

สำหรับประชาชนถ้าราชการทั้งหลายแต่ละกระทรวงทบวงกรมถือใบอนุญาต ถืออำนาจที่อนุญาตออกคำสั่งต่างๆ นานา แต่ไม่มีการประสานกันในระหว่างหน่วยงานทั้งหลาย กฎหมายที่ว่านี้พยายามที่จะวางระบบการทำงานขึ้นมาใหม่ให้มีเจ้าภาพหลักสักคน แล้วก็มีหน่วยงานอื่นต้องมาเชื่อมข้อมูลกัน

อย่าง “บัตรประชาชน” เลิกขอสักทีได้ไหม พูดมา 10 ปีก็ยังขออยู่นั่น แล้วถ้าใบหนึ่งออกแล้วอีกใบหนึ่งควรจะพ่วงใบอื่นไปด้วย การขออนุญาตก็ต้องมีระบบที่บอกว่าถ้าขอแล้วภายใน 7 วัน 15 วัน 30 วัน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเรื่อง

ยกตัวอย่างเวลาไปเดินเที่ยวต่างจังหวัด ให้ไปดูโรงแรมต่างๆ ได้เลย เขาต้องโชว์ใบอนุญาตทั้งหลายติดไว้ที่หลังเคาน์เตอร์ มีสัก 10 ใบเห็นจะได้ แล้วเจ้าหน้าที่โรงแรมก็บอกว่าแต่ละใบเริ่มไม่เหมือนกัน หมดอายุไม่เหมือนกัน แล้วต่างคนต่างขยันมาตรวจนะ

สิ่งเหล่านี้คือภารกิจที่ต้องทำ ก็หวังว่ากฎหมายอำนวยความสะดวกที่เพิ่งออกไปน่าจะทำให้มีความชัดเจน มีความรวบรัดกะทัดรัดมากขึ้นในเรื่องนี้

ขอพูดอย่างผู้มีประสบการณ์เพราะอายุมากแล้ว ว่าต่อให้กฎหมายเขียนไว้ดีแล้ว แต่ต้องไขลานด้วย การสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติ

ผมคิดว่าคนที่ช่วยไขลานได้มากที่สุดคือ สื่อมวลชนก็ดี พี่น้องประชาชนด้วย ถ้าไม่มีใครมาตรวจสอบราชการ ซึ่งหลายคนก็ยังไม่รู้เลยว่ามีกฎหมายใหม่ฉบับนี้ออกมา เราต้องช่วยกันเผยแพร่ความรู้

มาทำให้เรื่องนี้เป็นที่รับรู้ในภาคประชาชน ให้เขามีสิทธิ์ที่จะรับบริการที่ดีได้

ข้อคิด-เตือนสติ การเป็น “ข้าราชการ” ที่ดี

ผมเตือนตัวเองเสมอ แล้วฝากข้อคิดไว้สำหรับท่านทั้งหลาย ถามว่ามีใครตอนเกิดมาได้เป็นข้าราชการมั่ง มียศถาบรรดาศักดิ์ติดตัวมา ไม่มีทั้งนั้น แล้วในชีวิตจริงของเรา วันหนึ่งถ้าเรายังไม่ตาย เราเกษียณอายุราชการไป เราก็จะกลับไปเป็นประชาชนคนหนึ่งเหมือนกัน

ถ้าเราเตือนตัวเองว่าราชการนั้นคือ “ภาระหน้าที่ที่เราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน” เขามอบให้เราทำแล้วหน้าที่ของเราคือการให้บริการให้เซอร์วิสที่ดีสำหรับประชาชนทั้งหลาย

ผลกุศลสุดท้ายแล้วก็จะตกกับญาติพี่น้องของเราและตัวเราเองในวันข้างหน้า เมื่อเราถอดหมวกถอดเครื่องแบบออกแล้วเป็นประชาชน

นึกแล้วกันว่าเราเป็นผู้ที่มาทำหน้าที่เฉพาะกิจเฉพาะกาลทำตรงนี้ให้ดีที่สุด เป็นการบริการพี่น้องของเราเอง

ถ้านึกเห็นประชาชนเป็นญาติแล้ว บางทีคงจะไม่มีการตวาด (ผู้สูงอายุที่ใช้แอพพ์ไม่เป็น ตามปรากฏในข่าว) กัน

ภาพข้าราชการแห่ห้อมล้อม “นักการเมือง”

อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าหนาหูหนาตามากขึ้นในช่วงหลัง เพราะเหตุว่ามีการประพฤติปฏิบัติเช่นนั้นมาก

ในทางราชการ มีลำดับชั้นผู้บังคับบัญชาจากผู้น้อยขึ้นไปหาผู้ใหญ่ไปเรื่อยๆ

แต่สุดท้ายแล้วเราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่าในระบอบประชาธิปไตยที่เราเป็นระบอบที่มีการเลือกตั้ง มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีคณะรัฐมนตรี ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง การเมืองแบบนี้ผมคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายประจำจะทอดทิ้งไม่เหลียวแลซึ่งกันและกันไม่พูดไม่เกี่ยวข้องอะไรกันเลยก็ยาก

ผมอยากจะพูดให้เป็น 2 ด้าน นักการเมืองก็ต้องเข้าใจและให้เกียรติข้าราชการว่าเขาเป็นผู้ที่เป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ ทำงานด้วยความเสียสละทุ่มเท เรามีหน้าที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาในการปฏิบัติงาน เรามาชั่วครั้งชั่วคราว เรามาพร้อมด้วยนโยบาย ซึ่งถ้าเราได้รับอาณัติจากประชาชนมาทำงานอะไรก็แล้วแต่ ประชาชนมอบหมายมาแล้ว เรามาเดินโครงการนั้น

ข้าราชการก็เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้โครงการนั้นเกิดความก้าวหน้าเดินหน้าไปได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าฝ่ายการเมืองจะเป็นคนที่คิดถูกเสมอไป

ข้อมูลบางอย่างเป็นเรื่องที่ข้าราชการเขาเป็นมืออาชีพ ต้องให้ข้อมูลให้ข้อสังเกตคำแนะนำหรือหากทักท้วง ก็อย่าไปโมโหเขา อย่าไปคิดว่าเขามาขวางทางของเรา นักการเมืองก็ต้องเข้าใจ

ข้าราชการก็ต้องเข้าใจว่านักการเมืองมาแล้วไป ข้าราชการที่ต้องทำตามคำสั่งนักการเมือง หากเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบนั้นมีติดคุกติดตะรางกันหัวโตมาเยอะแล้ว

เวลาผมทำราชการผมก็ถือหลักนี้แหละว่าถ้ามีอะไรที่นักการเมืองมีความคิดมีแนวทางการทำงานผมมีหน้าที่ที่ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ

สุดท้ายแล้วผมก็จะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย เป็นข้าราชการประจำผมมีหน้าที่ต้องทำตามกติกา

ถ้าท่านเห็นว่ากติกาของเราล่าช้า-ขัดข้องก็กรุณาแก้กติกานะ

นักการเมืองก็ต้องเห็นใจข้าราชการ ข้าราชการก็อย่าไปมองเห็นว่านักการเมืองนั้นเป็นคนซึ่งเราต้องคอยพะเน้าพะนอเอาใจ จนกระทั่งลืมความเป็นข้าราชการของตัวเราเอง

หรือในบางวาระโอกาสการประชุมเราก็ต้องไปเป็นธรรมดา

แต่หลายภารกิจถ้าไม่เกี่ยวข้องกับเรา เราก็ทำงานของเราก็แล้วกัน มันก็มีงานต้องทำอีกตั้งเยอะที่จะต้องเร่งรัดกวดขันอยู่

ยิ่งถ้ากรณีที่เป็นภารกิจส่วนตัวของนักการเมืองผมคิดว่าต้องระมัดระวังให้มาก เพราะจะเป็นที่จับจ้องมองดูของสังคมทั้งหลาย อันนี้แล้วแต่ความเป็นตัวตนของราชการทั้งหลายว่าจะเตือนตนอย่างไร

ผมเตือนทั้ง 2 ฝ่ายก็แล้วกัน นักการเมืองก็อย่าไปคิดว่าใครมาให้เราเห็นหน้าบ่อยคนนั้นก็มีถือว่าเป็นผลงานดีเด่นอันนี้ก็เกินไปอยู่นะ

ครองตนอย่างไร? ไม่ว่าใครจะไปจะมา

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าที่ผมบอกจะเป็นเคล็ดวิชาหรือว่าสุดท้ายแล้วไปทำมันอาจจะล้มเหลวก็ได้ อันดับแรกคือเราต้องมีความเป็นมืออาชีพของเราเองก่อน แน่ใจว่างานที่เราทำเป็นงานที่มีคุณภาพ เป็นงานซึ่งเราไม่บิดเบี้ยวไปจากหลักวิชา ผมเป็นนักกฎหมาย ผมก็ต้องทำตามวิชากฎหมาย ทุกสาขาทุกคนต้องมีความเป็นมืออาชีพและรักษาความเป็นมืออาชีพของตัวเราเอง

ผมคิดว่าถ้าเรามีความซื่อสัตย์จุจริต จะเป็นเกราะคุ้มกันตัวเรา นักการเมืองจะมาจะไปผมคิดว่าก็ช่างเขาเถิด อย่ามาแกล้งผมก็แล้วกัน เราก็อยู่ของเราได้ ถ้าเราไปมัวขวนขวายว่ารับราชการทั้งทีจะต้องเป็นอธิบดีเสมอไป บางทีก็ทำให้เราเองตกที่นั่งลำบาก ต้องไปทำในสิ่งที่เราไม่ควรจะทำตั้งเยอะ

เอาแต่พอทำเนาก็พอ

เวลานี้ใครๆ ก็ต่างเห็นว่ารัฐบาลปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีความมั่นคงในทางการเมืองใช้คำว่าอย่างนั้นก็แล้วกัน

น่าจะได้คิดพิจารณาว่าความมั่นคงทางการเมืองนั้นไม่น่าจะเอื้อประโยชน์แต่เพียงว่าท่านจะเป็นรัฐบาลไปได้ตลอดเวลาอีก 4 ปี หรือไปเรื่อยๆ

ท่านน่าจะทำให้โอกาสตรงนี้เป็นโอกาสไม่ใช่ของพรรคการเมืองเท่านั้น ไม่ใช่โอกาสของผู้ที่ดำรงตำแหน่งการเมืองเท่านั้น

แต่เป็นโอกาสของประเทศไทย

ยกตัวอย่าง เวลาพูดถึงการพัฒนาบ้านเมืองมันอาจจะมีข้อกังวลสงสัยพอเราพูดถึงเรื่องจะพัฒนาด้วยโครงการเมกะโปรเจ็กต์ทีไรหลายคนก็คิดว่ามันจะมีนอกมีในมีเงินทอน

ผมไม่พูดถึงเรื่องนั้น แต่เรามาพูดถึงเรื่องว่าเมกะโปรเจ็กต์อย่างหนึ่งของรัฐบาลไทยในเวลานี้จะช่วยคิดถึงการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของราชการอย่างไร เพราะประโยชน์มันยั่งยืนมันยาวนานกว่ามาก

ผมก็มั่นใจว่านี่คือทางรอด

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ศ.สุชาติ ชี้ควรปฏิรูปราคาน้ำมัน​ โดยใช้ราคาต้นทุนบวกกำไร, เก็บภาษีส่งออก​เมื่อน้ำมันตปท.​แพงไป, และลดหนี้กองทุนน้ำมันที่มากเกินไป​ ซึ่งกำลังทำลายความเชื่อมั่นต่อปท.ไทย
‘รังสิมันต์’ จี้ DSI เอาผิดเว็บพนัน Shuffle ชี้หลักฐานเพียงพอดำเนินคดีแล้ว เผย 6 บัญชี Bitkub เงินหมุนกว่า 100 ล้าน จับตาขยายผลฟอกเงิน-เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว
จากผับเถื่อน-ส่วยเจ้าหน้าที่ สู่ทางออก ‘ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์’ เปลี่ยนเงินใต้โต๊ะเป็นภาษีเข้ารัฐ
เดนตายในผ้าเหลือง | ไปตายเอาดาบหน้า
สรุปคดี ตุ๋นซัมเมอร์ภาษาจีน เท นร.ทิ้งสุวรรณภูมิ : แฉเล่ห์-โกงเงินเด็ก ซี 8 สพฐ.ร่วมขบวน
ธงทอง จันทรางศุ | เที่ยว ‘เซี่ยงไฮ้’ แบบมี ‘สาระ’ ‘โต’ ไม่ได้ ถ้าฉ้อราษฎร์บังหลวง
ชีวิต-เส้นทางรัก เนเน่ พรนับพัน – ไบร์ท วชิรวิชญ์ สู่วันสถานะโสด
ธงทอง จันทรางศุ ชวนคิดปฏิรูปราชการ เตือนใจ! ข้าราชการไม่ควรห้อมล้อมนักการเมือง
‘โมดี-ซานาเอะ’ กระชับพันธมิตรยุทธศาสตร์ กับนัยยะต่อไทยและอุษาคเนย์
ดินแดง ราชปรารภ กระสุน ความเร็วสูง ทะลวง ภาพสะท้อน จาก ช่างภาพ
ฮาวทู สมองไม่หด-ลืม จากการใช้ AI
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (26)